วันอังคาร ที่ 27 ตุลาคม 2569

Login
Login

สัญญาณเตือน! น้ำในเขื่อนจ่อล้น รับมือฝนตกหนักระลอกใหม่

สทนช. เตือนภัย! ปริมาณน้ำหลายเขื่อนพุ่งเกินความจุ 80-110% เสี่ยงน้ำล้นตลิ่ง แนะภาคใต้และพื้นที่ลุ่มต่ำยกของขึ้นที่สูง รับมือฝนตกหนักระลอกใหม่

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ออกรายงานสรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศไทย ประจำวันที่ 27 ตุลาคม 2569 ชี้แจงภาพรวมปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ สภาพอากาศ และข้อควรระวังสำหรับประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ที่ต้องพากันเฝ้าระวังภัยธรรมชาติอย่างใกล้ชิดจากอิทธิพลของมวลอากาศเย็นและร่องมรสุมกำลังแรง

สภาพอากาศวันนี้ ไทยตอนบนฝนลดแต่ยังแปรปรวน ภาคใต้เจอฝนตกหนักถึงหนักมาก

ภาพรวมสภาพอากาศประเทศไทยในวันนี้ ภาคใต้ ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ในขณะที่ ประเทศไทยตอนบน ปริมาณฝนเริ่มลดลง แต่ยังคงเผชิญกับสภาพอากาศแปรปรวน มีลักษณะของฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักบางพื้นที่

ปัจจัยสำคัญเกิดจาก บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีน ได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ส่งผลให้ลมฝ่ายตะวันออกพัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและภาคใต้ตอนบน ประกอบกับ ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคใต้ตอนกลางมีกำลังแรงขึ้น

คาดการณ์แนวโน้มสภาพอากาศ (29 ต.ค. - 1 พ.ย. 69)

ช่วงวันที่ 29 ตุลาคม ถึง 1 พฤศจิกายน 2569 ภาคใต้จะมีฝนลดลงเล็กน้อย แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งเกิดขึ้นได้ทั้งสองฝั่ง (ฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน) เนื่องจากอิทธิพลของลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้

รายงานฝนสูงสุดรายภาค (ข้อมูลวันที่ 27 ต.ค. 69)

จากการบันทึกปริมาณน้ำฝนสูงสุดรายภูมิภาค พบว่าหลายจังหวัดมีปริมาณน้ำฝนสะสมอยู่ในเกณฑ์สูง ดังนี้

  • ภาคเหนือ จ.ลำปาง วัดปริมาณฝนได้สูงสุด 98 มม.
  • ภาคใต้ จ.ภูเก็ต วัดปริมาณฝนได้สูงสุด 97 มม.
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.นครราชสีมา วัดปริมาณฝนได้สูงสุด 79 มม.
  • ภาคตะวันตก จ.กาญจนบุรี วัดปริมาณฝนได้สูงสุด 75 มม.
  • ภาคกลาง จ.นครปฐม วัดปริมาณฝนได้สูงสุด 60 มม.
  • ภาคตะวันออก จ.ชลบุรี วัดปริมาณฝนได้สูงสุด 44 มม.

สรุปสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ

ภาพรวมปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศขณะนี้ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างสูง พร้อมรองรับการบริหารจัดการน้ำช่วงปลายฤดูฝน

  • ปริมาณน้ำรวมทั้งประเทศ 66,706 ล้านลูกบาศก์เมตร (คิดเป็น 82% ของความจุเก็บกักรวม)
  • ปริมาณน้ำใช้การได้ 42,579 ล้านลูกบาศก์เมตร (คิดเป็น 75% ของความจุเก็บกักรวม)

ปริมาณน้ำจำแนกรายภูมิภาค

  • ภาคตะวันตก ปริมาณน้ำ 27,537 ล้าน ลบ.ม. (97% ของความจุเก็บกัก) สูงสุดในประเทศ
  • ภาคตะวันออก ปริมาณน้ำ 2,835 ล้าน ลบ.ม. (90% ของความจุเก็บกัก)
  • ภาคเหนือ ปริมาณน้ำ 21,102 ล้าน ลบ.ม. (76% ของความจุเก็บกัก)
  • ภาคกลาง ปริมาณน้ำ 1,355 ล้าน ลบ.ม. (72% ของความจุเก็บกัก)
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปริมาณน้ำ 8,417 ล้าน ลบ.ม. (70% ของความจุเก็บกัก)
  • ภาคใต้ ปริมาณน้ำ 5,460 ล้าน ลบ.ม. (70% ของความจุเก็บกัก)

เจาะลึกสถานการณ์น้ำ 3 เขื่อนหลัก พื้นที่ EEC

สำหรับพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ครอบคลุมจังหวัดชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำสำคัญ 3 แห่ง มีรายละเอียดดังนี้

  • อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล มีปริมาณน้ำ 180 ล้าน ลบ.ม. (สูงถึง 110% ของความจุเก็บกัก) ซึ่งเกินความจุเก็บกักแล้ว ต้องเฝ้าระวังการระบายน้ำอย่างใกล้ชิด
  • อ่างเก็บน้ำบางพระ มีปริมาณน้ำ 111 ล้าน ลบ.ม. (คิดเป็น 95% ของความจุเก็บกัก)
  • อ่างเก็บน้ำประแสร์ มีปริมาณน้ำ 267 ล้าน ลบ.ม. (คิดเป็น 91% ของความจุเก็บกัก)

สทนช. ออกประกาศ ฉบับที่ 12/2569 เฝ้าระวังภัยพิบัติทางน้ำช่วง 26 - 29 ต.ค. 69

เพื่อป้องกันและบรรเทาความเสียหายอันเกิดจากอุทกภัย สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ออก ประกาศฉบับที่ 12/2569 แจ้งเตือนประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เฝ้าระวังน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง ในช่วงวันที่ 26 - 29 ตุลาคม 2569 ใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่

1. พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก (14 จังหวัดภาคใต้)

ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยของจังหวัด ชุมพร, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต, กระบี่, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, ตรัง, สตูล, พัทลุง, สงขลา, ยะลา, ปัตตานี และ นราธิวาส ติดตามข่าวสารสภาพอากาศอย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน

2. การเฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำ

ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก ที่มีปริมาณน้ำเกินกว่า ร้อยละ 80 ของความจุเก็บกัก เพื่อบริหารจัดการการระบายน้ำไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชนท้ายน้ำ

3. การเฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขา

เฝ้าระวังระดับน้ำที่อาจเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน จนเกิดน้ำล้นตลิ่งและท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ บริเวณแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขาใน 10 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, พังงา, นครศรีธรรมราช, ตรัง, สตูล, พัทลุง, ยะลา, ปัตตานี และนราธิวาส

จากสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศในขณะนี้ ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้และพื้นที่ลุ่มต่ำใกล้ลำน้ำควรยกของขึ้นที่สูง ตรวจสอบระบบระบายน้ำรอบบ้าน และติดตามประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาและ สทนช. อย่างสม่ำเสมอ ในขณะที่ภาคตะวันออกและภาคตะวันตกซึ่งมีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำสูงเกิน 90% ควรเฝ้าระวังการบริหารจัดการน้ำเพื่อความปลอดภัยของชุมชนใกล้เคียง