วันอังคาร ที่ 27 ตุลาคม 2569

Login
Login

รับมือฝนตกชุก ปภ. ยกระดับ 16 จังหวัดภาคใต้ เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน

ปภ. ยกระดับเตือนภัย 14 จังหวัดภาคใต้ เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ รับมือน้ำท่วมฉับพลันและคลื่นลมแรง พร้อมเปิดสายด่วน 1784 ช่วยเหลือ 24 ชม.

กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) สั่งการด่วนประสาน 14 จังหวัดภาคใต้ พร้อมด้วยเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ ยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยและคลื่นลมแรง เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้า พร้อมใช้ระบบ Cell Broadcast แจ้งเตือนภัยด่วน และประสาน คปภ. เร่งเยียวยาฟื้นฟูหลังเกิดภัย

บกปภ.ช. ยกระดับการเตือนภัย เร่งประสาน 16 จังหวัดรับมือวิกฤตน้ำท่วม

วันนี้ (27 ต.ค. 69) กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ได้ออกคำสั่งประสานงานไปยังหน่วยงานในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ รวมถึงจังหวัดเพชรบุรีและจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้เตรียมความพร้อมขั้นสูงสุดเพื่อรับมือกับสถานการณ์อุทกภัย น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และคลื่นลมแรงในพื้นที่ชายฝั่ง

การสั่งการในครั้งนี้มุ่งเน้นการติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด การประเมินความเสี่ยงล่วงหน้าเพื่อวางแผนเชิงรุก ตลอดจนการเพิ่มประสิทธิภาพระบบการแจ้งเตือนภัยเพื่อให้ข่าวสารเข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง นอกจากนี้ยังครอบคลุมถึงการจัดทำฐานข้อมูลความเสียหายเพื่อช่วยเหลือเยียวยา การประสานงานกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และบริษัทประกันภัย เพื่อเร่งรัดการเคลมประกันชดเชยความเสียหายให้แก่ประชาชนโดยเร็วที่สุด

ปภ. เตือนสภาพอากาศเปลี่ยนผ่านฤดู ฝนตกชุกต่อเนื่องถึงปี 2569

นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยถึงรายละเอียดการคาดหมายลักษณะอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาว่า ในช่วงเดือนตุลาคม 2568 เป็นช่วงเวลาของการเปลี่ยนผ่านฤดูกาลจากฤดูฝนเข้าสู่ฤดูหนาว ซึ่งส่งผลให้พื้นที่ภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน มีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากพายุหมุนเขตร้อนที่อาจเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ หรือเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยบริเวณภาคตะวันออกและต่อเนื่องลงมายังอ่าวไทยตอนบนและภาคใต้

นอกจากนี้ จากข้อมูลการคาดการณ์สภาพอากาศระยะยาว พบว่าในเดือนพฤศจิกายน 2569 พื้นที่ภาคใต้ยังคงต้องเผชิญกับสภาวะฝนตกชุกหนาแน่นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะก่อให้เกิดอุทกภัย น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งในหลายพื้นที่

จากสภาวะอากาศดังกล่าว นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้สั่งการเน้นย้ำให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด (กอปภ.จ.) ในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ วางมาตรการรับมือครอบคลุม 3 มิติหลัก ได้แก่ การเตรียมความพร้อม การเผชิญเหตุ และการฟื้นฟูเยียวยา

เปิด 3 มาตรการหลัก บกปภ.ช. รับมืออุทกภัยและภัยพิบัติทางธรรมชาติ

เพื่อการบริหารจัดการภัยพิบัติอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นระบบ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้วางแนวทางปฏิบัติการออกเป็น 3 ด้าน ดังนี้

1. ด้านการเตรียมความพร้อม (Prevention & Preparedness)

กำชับให้ทุกจังหวัดติดตามสภาพอากาศ ปริมาณน้ำฝน สถานการณ์น้ำท่า และระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความเสี่ยงการเกิดอุทกภัย คลื่นลมแรง และดินสไลด์ในพื้นที่เสี่ยง

  • แจ้งเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast หากประเมินแล้วพบแนวโน้มการเกิดภัยพิบัติ ให้ส่งข้อมูลไปยังศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติเพื่อแจ้งเตือนตรงถึงโทรศัพท์มือถือของประชาชนในพื้นที่ทันที
  • ปรับปรุงแผนเผชิญเหตุ ทบทวนและปรับปรุงแผนปฏิบัติการให้เป็นปัจจุบัน ครอบคลุมการบริหารจัดการทรัพยากร การอพยพ การค้นหาและกู้ภัย การดูแลด้านการแพทย์ สาธารณสุข และความปลอดภัย
  • เตรียมพร้อมเครื่องมือและระบบสื่อสาร จัดเตรียมระบบการสื่อสารให้พร้อมใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง และกระจายเครื่องจักรกล ยานพาหนะ และอุปกรณ์กู้ภัยไปประจำยังพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้า
  • จัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว จัดเตรียมศูนย์พักพิงพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่เพียงพอ และกำหนดมาตรการเฝ้าระวังสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เช่น การปิดกั้นพื้นที่เสี่ยงและการช่วยเหลือนักท่องเที่ยว

2. ด้านการเผชิญเหตุ (Emergency Response)

เน้นย้ำการสั่งการที่รวดเร็วและมีเอกภาพเพื่อลดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน

  • ตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ระดับจังหวัด อำเภอ และศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินท้องถิ่น เพื่อเป็นศูนย์กลางในการควบคุม สั่งการ และประสานงาน
  • บริหารจัดการน้ำเชิงรุก เร่งพร่องน้ำ กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ และบริหารจัดการประตูระบายน้ำให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำและสถานการณ์จริง
  • รับมือคลื่นลมแรงชายฝั่ง ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแจ้งเตือนการเดินเรือ และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งเตรียมพร้อมรับมือคลื่นซัดฝั่ง

3. ด้านการฟื้นฟูเยียวยา (Recovery & Relief)

เน้นการช่วยเหลือเร่งด่วนเพื่อคืนความปกติสุขให้แก่ผู้ประสบภัยโดยเร็ว

  • จัดทำฐานข้อมูลความเสียหาย สำรวจและจัดทำข้อมูลความเสียหายอย่างรอบด้าน ครบถ้วน ถูกต้อง และไม่ซ้ำซ้อน เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาจ่ายเงินช่วยเหลือตามระเบียบทางราชการ
  • เร่งรัดการเคลมประกันภัย ประสานงานร่วมกับสำนักงาน คปภ. และบริษัทประกันภัยในพื้นที่ เพื่ออำนวยความสะดวกในการสำรวจความเสียหายและเร่งรัดการจ่ายค่าสินไหมทดแทน
  • ซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐาน เร่งฟื้นฟูบ้านเรือน ชุมชน ระบบสาธารณูปโภค และสิ่งก่อสร้างสาธารณะให้กลับคืนสู่สภาพเดิมโดยเร็วที่สุด

ช่องทางการแจ้งเหตุฉุกเฉินและขอความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง

บกปภ.ช. ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยติดตามประกาศแจ้งเตือนภัยจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด และเตรียมความพร้อมในการเคลื่อนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง หากได้รับคำสั่งให้อพยพจากเจ้าหน้าที่ ขอให้ออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยทันทีเพื่อความปลอดภัย

หากได้รับความเดือดร้อนหรือต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉิน สามารถติดต่อ ปภ. ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านช่องทางดังนี้

  • Line Official Account : "ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784" (Line ID: @1784DDPM)
  • สายด่วนนิรภัย 1784 (โทรฟรีตลอด 24 ชั่วโมง)