ปภ. สรุปสถานการณ์น้ำท่วมล่าสุด 20 จังหวัด รวม กทม. ประชาชน เดือดร้อนกว่า 9.7 แสนคน สัญญาณดีระดับน้ำเริ่มลดลงทุกพื้นที่ เร่งเยียวยา
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เผยสรุปสถานการณ์น้ำท่วมล่าสุด ประจำวันที่ 27 ตุลาคม 2569 ยังคงมีพื้นที่ประสบอุทกภัย รวม 20 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร รวมทั้งสิ้น 60 อำเภอ 387 ตำบล 2,738 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 327,004 ครัวเรือน หรือคิดเป็น 978,112 คน ชี้ผลกระทบจากฝนตกหนักต่อเนื่องสะสม ประกอบกับมวลน้ำระบายจากภาคเหนือไหลสมทบภาคกลาง อย่างไรก็ตาม ล่าสุดระดับน้ำในทุกพื้นที่เริ่มมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ปภ. พร้อมเร่งระดมเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าช่วยเหลือ ฟื้นฟู และเยียวยาผู้ประสบภัยตามหลักเกณฑ์โดยเร็ว
สถานการณ์อุทกภัยจำแนกตามรายภาค (ข้อมูล ณ วันที่ 27 ต.ค. 69 เวลา 06.00 น.)
นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยถึงภาพรวมสถานการณ์อุทกภัยทั่วประเทศว่า สภาพอากาศในช่วงที่ผ่านมาส่งผลให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ประกอบกับมวลน้ำไหลหลากจากพื้นที่ภาคเหนือลงมาสมทบกับมวลน้ำสะสมในพื้นที่ภาคกลาง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังและน้ำล้นตลิ่งในหลายจุด ทั้งนี้ ศูนย์อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ศอ.ปภ.) ได้สรุปข้อมูลพื้นที่ได้รับผลกระทบแบ่งตามรายภาค ดังนี้
1.) ภาคเหนือ (3 จังหวัด)
สถานการณ์น้ำท่วม พื้นที่ภาคเหนือ เริ่มส่งสัญญาณคลี่คลายอย่างชัดเจน โดยระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่องในทุกจุด ได้แก่
- จังหวัดพิษณุโลก เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ อ.บางระกำ รวม 3 ตำบล 5 หมู่บ้าน มีประชาชนได้รับผลกระทบ 45 ครัวเรือน
- จังหวัดนครสวรรค์ ได้รับผลกระทบ 2 อำเภอ ได้แก่ อ.ชุมแสง และ อ.ท่าตะโก รวม 3 ตำบล 26 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 238 ครัวเรือน
- จังหวัดอุทัยธานี น้ำท่วมขังในพื้นที่ อ.เมืองอุทัยธานี รวม 6 ตำบล 17 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 73 ครัวเรือน
2.) ภาคตะวันออก (4 จังหวัด)
พื้นที่ภาคตะวันออก ได้รับผลกระทบหนักในหลายอำเภอ ซึ่งส่วนใหญ่ระดับน้ำเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่องเช่นกัน
- จังหวัดนครนายก ได้รับผลกระทบ 2 อำเภอ ได้แก่ อ.องครักษ์ และ อ.บ้านนา รวม 12 ตำบล 117 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 23,835 ครัวเรือน มีรายงานผู้เสียชีวิต 6 ราย
- จังหวัดปราจีนบุรี ได้รับผลกระทบ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.ศรีมหาโพธิ อ.บ้านสร้าง และ อ.ศรีมโหสถ รวม 14 ตำบล 93 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 9,805 ครัวเรือน มีรายงานผู้เสียชีวิต 26 ราย
- จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้รับผลกระทบ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.บางน้ำเปรี้ยว อ.เมืองฉะเชิงเทรา และ อ.บางคล้า รวม 5 ตำบล 50 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 9,148 ครัวเรือน มีรายงานผู้เสียชีวิต 8 ราย
- จังหวัดชลบุรี เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ อ.พนัสนิคม รวม 4 ตำบล 29 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 368 ครัวเรือน
3.) ภาคกลาง 9 จังหวัด
ภาคกลาง เป็นพื้นที่รับมวลน้ำสะสมหลักจากภาคเหนือ ทำให้มีผู้ได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก โดยสถานการณ์ล่าสุดระดับน้ำเริ่มลดลงในทุกพื้นที่ ได้แก่
- จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นพื้นที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดในภาคกลาง รวม 11 อำเภอ ได้แก่ อ.เสนา, อ.บางบาล, อ.ผักไห่, อ.บางไทร, อ.พระนครศรีอยุธยา, อ.บางปะอิน, อ.บางปะหัน, อ.ลาดบัวหลวง, อ.อุทัย, อ.บ้านแพรก และ อ.บางซ้าย รวม 149 ตำบล 988 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 52,188 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 3 ราย
- จังหวัดสุพรรณบุรี ได้รับผลกระทบ 5 อำเภอ ได้แก่ อ.บางปลาม้า, อ.สองพี่น้อง, อ.ดอนเจดีย์, อ.เมืองสุพรรณบุรี และ อ.อู่ทอง รวม 52 ตำบล 543 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 21,194 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 5 ราย
- จังหวัดนครปฐม ได้รับผลกระทบ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.บางเลน, อ.สามพราน และ อ.นครชัยศรี รวม 49 ตำบล 396 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 19,153 ครัวเรือน
- จังหวัดสมุทรสงคราม ได้รับผลกระทบ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองสมุทรสงคราม, อ.อัมพวา และ อ.บางคนที รวม 33 ตำบล 255 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 15,870 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 2 ราย
- จังหวัดราชบุรี ได้รับผลกระทบ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.โพธาราม, อ.เมืองราชบุรี และ อ.ดำเนินสะดวก รวม 10 ตำบล 64 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 5,055 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 1 ราย
- จังหวัดสมุทรปราการ น้ำท่วมขังในพื้นที่ อ.บางบ่อ รวม 5 ตำบล 35 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 590 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 9 ราย
- จังหวัดกาญจนบุรี ได้รับผลกระทบ 5 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองกาญจนบุรี, อ.สังขละบุรี, อ.ท่าม่วง, อ.ศรีสวัสดิ์ และ อ.บ่อพลอย รวม 10 ตำบล 19 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 285 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 2 ราย
- จังหวัดอ่างทอง ได้รับผลกระทบ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.ป่าโมก, อ.เมืองอ่างทอง และ อ.วิเศษชัยชาญ รวม 10 ตำบล 27 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 153 ครัวเรือน
- จังหวัดลพบุรี น้ำท่วมขังในพื้นที่ อ.เมืองลพบุรี รวม 2 ตำบล 8 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 118 ครัวเรือน
4.) ภาคใต้ 4 จังหวัด
พื้นที่ภาคใต้ ปริมาณน้ำท่วมขังเริ่มลดลงและมีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะปกติอย่างต่อเนื่อง
- จังหวัดสตูล ได้รับผลกระทบ 5 อำเภอ ได้แก่ อ.ท่าแพ, อ.มะนัง, อ.ทุ่งหว้า, อ.เมืองสตูล และ อ.ละงู รวม 11 ตำบล 48 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 563 ครัวเรือน
- จังหวัดตรัง น้ำท่วมขังในพื้นที่ อ.ปะเหลียน รวม 1 ตำบล 5 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 72 ครัวเรือน
- จังหวัดกระบี่ ได้รับผลกระทบ 4 อำเภอ ได้แก่ อ.คลองท่อม, อ.เหนือคลอง, อ.เมืองกระบี่ และ อ.อ่าวลึก รวม 6 ตำบล 11 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 28 ครัวเรือน
- จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับผลกระทบ 2 อำเภอ ได้แก่ อ.ฉวาง และ อ.ทุ่งสง รวม 2 ตำบล 2 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 20 ครัวเรือน
5.) พื้นที่กรุงเทพมหานคร
- ในส่วนของพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีน้ำท่วมขังในพื้นที่ฝั่งตะวันออกรวม 2 เขต ได้แก่ เขตลาดกระบัง และ เขตหนองจอก ครอบคลุมพื้นที่รวม 14 แขวง มีประชาชนได้รับผลกระทบ 168,203 ครัวเรือน และมีรายงานผู้เสียชีวิต 4 ราย ซึ่งขณะนี้ระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่องเช่นกัน
ปภ. เร่งระดมเครื่องจักรกล เร่งสำรวจความเสียหายเพื่อฟื้นฟูและเยียวยา
อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เน้นย้ำว่า แม้ระดับน้ำในทุกพื้นที่จะมีทิศทางลดลง แต่ ปภ. ยังคงเฝ้าระวังและติดตามสภาพอากาศ รวมถึงสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง โดยได้กำชับให้สำนักงาน ปภ. จังหวัด และศูนย์ ปภ. เขต ในพื้นที่ประสบภัย ประสานการทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด
สำหรับพื้นที่ที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลายและน้ำลดลงแล้ว ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งระดมเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าปฏิบัติการทำความสะอาดและฟื้นฟูพื้นที่ พร้อมเร่งสำรวจความเสียหายของบ้านเรือนประชาชน สิ่งสาธารณูปโภค และพื้นที่ทางการเกษตร เพื่อจัดทำฐานข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบอย่างละเอียด และดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาตามระเบียบและหลักเกณฑ์ของกระทรวงการคลังโดยเร็วที่สุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยให้ประชาชนสามารถกลับมาดำเนินชีวิตตามปกติได้โดยเร็ว
ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัย สามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางสายด่วนนิรภัย 1784 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง





