ปภ. เตือนภาคใต้รับมือฝนตกหนัก 26-28 ต.ค. 69 เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน พร้อมสั่งกำชับจังหวัดเร่งประกาศเขตประสบภัย เพื่อให้ประชาชนยื่นเคลมประกันได้ทันที
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ยกระดับการเฝ้าระวังภัยพิบัติทางธรรมชาติ ประชุมติดตามสถานการณ์ (SAT) ครั้งที่ 4/2570 รับมือร่องมรสุมพาดผ่านภาคใต้ ส่งผลฝนตกหนักถึงหนักมาก 26–28 ต.ค. 69 เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก ขณะที่ไทยตอนบนต้องระวังฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง สั่งการศูนย์ ปภ.เขต 11, 12, 18 เตรียมพร้อมเครื่องจักรกลฉุกเฉิน เน้นย้ำเร่งประกาศเขตประสบสาธารณภัยเพื่อให้ประชาชนยื่นเคลมประกันภัยพิบัติแห่งชาติได้ทันท่วงที
ปภ. เปิดประชุม SAT ครั้งที่ 4/2570 ติดตามสถานการณ์สาธารณภัยภาคใต้และทั่วประเทศ
วันนี้ (26 ต.ค. 69) ณ ห้องประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ชั้น 5 อาคาร 3 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้มอบหมายให้ นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นประธานในการประชุมติดตามสถานการณ์สาธารณภัย (Situation Awareness Team: SAT) ครั้งที่ 4/2570
การประชุมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์ การรายงานเหตุการณ์ภัย และเตรียมความพร้อมรับมือกับสาธารณภัยที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ที่มีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีผู้บริหาร ปภ., ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง, ผู้แทนศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด (ปภ.จังหวัด) เข้าร่วมประชุมทั้ง ณ ที่ตั้ง และผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์อย่างพร้อมเพรียง
เตือนภาคใต้รับมือฝนตกหนัก 26-28 ต.ค. 69 ไทยตอนบนระวังฝนฟ้าคะนอง
นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า จากการติดตามและประเมินสภาพอากาศร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ในช่วงวันที่ 26-28 ตุลาคม 2569 ร่องมรสุมที่พาดผ่านบริเวณภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งส่งผลกระทบทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากครอบคลุมหลายพื้นที่
ปัจจัยดังกล่าวเพิ่มความเสี่ยงสูงต่อการเกิด น้ำท่วมฉับพลัน และ น้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงภัย ได้แก่:
- พื้นที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน
- พื้นที่ลุ่มต่ำ และพื้นที่ที่มีประวัติการเกิดน้ำท่วมขังซ้ำซาก
ในขณะเดียวกัน สำหรับพื้นที่ ประเทศไทยตอนบน ในช่วงวันที่ 26-27 ตุลาคม 2569 ให้เฝ้าระวังสถานการณ์ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนัก โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ภาคอีสาน), ภาคเหนือ, ภาคกลาง และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนและหน่วยงานในพื้นที่ติดตามประกาศเตือนภัยและระดับน้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งจัดเตรียมกำลังบุคลากรและเครื่องจักรกลสาธารณภัยให้พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง
กำชับเร่งประกาศ "เขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย" เพื่อสิทธิประโยชน์ประกันภัยพิบัติของประชาชน
หนึ่งในประเด็นสำคัญจากการประชุม SAT ครั้งนี้ คือการเร่งรัดมาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัย โดย ปภ. ได้กำชับไปยังสำนักงาน ปภ.จังหวัด ทุกแห่ง ให้ดำเนินงานตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด หากเกิดสถานการณ์ภัยพิบัติขึ้นในพื้นที่ ให้ เร่งดำเนินการประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย โดยเร็วที่สุด
การเร่งประกาศเขตประสบภัยมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากจะช่วยให้ประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติ สามารถนำเอกสารไป ยื่นคำขอเคลมประกันภัยพิบัติ เพื่อรับค่าสินไหมทดแทนจาก กองทุนประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ได้ทันตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ส่งผลให้กระบวนการจ่ายเงินช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบภัยเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และช่วยลดภาระความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจของประชาชนในพื้นที่ให้ได้มากที่สุด
วาง 4 มาตรการเข้ม วางแผนเผชิญเหตุ-ช่วยเหลือประชาชนแบบบูรณาการ
รองอธิบดี ปภ. ได้เน้นย้ำให้ทุกพื้นที่ประเมินสถานการณ์และเตรียมความพร้อมตามแผนเผชิญเหตุอย่างเป็นระบบ โดยครอบคลุม 4 ด้านสำคัญ ได้แก่
1. การทบทวนและประเมินพื้นที่เสี่ยง ทบทวนข้อมูลพื้นที่ประสบภัยเดิม จุดเสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซาก พื้นที่ลุ่มต่ำ จุดระบายน้ำสำคัญ เส้นทางคมนาคม และพื้นที่เศรษฐกิจ เพื่อวางแผนป้องกันและรับมือได้ตรงจุด
2. การปรับปรุงระบบระบายน้ำ ตรวจสอบและปรับปรุงประสิทธิภาพการระบายน้ำ ทำความสะอาดสิ่งกีดขวางทางน้ำ เช่น ขยะและวัชพืช เพื่อเปิดทางให้น้ำไหลได้สะดวกและแก้ไขจุดเสี่ยงน้ำท่วมขัง
3. การเตรียมกำลังพลและเครื่องมือ จัดเตรียมเครื่องจักรกลสาธารณภัย กำลังเจ้าหน้าที่ และบูรณาการความช่วยเหลือระหว่างจังหวัดข้างเคียง เพื่อให้การสนับสนุนทรัพยากรเป็นไปอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และไม่เกิดความซ้ำซ้อน
4. การเตรียมความพร้อมด้านการอพยพและสื่อสาร ทบทวนข้อมูลศูนย์พักพิงชั่วคราว เส้นทางอพยพ ข้อมูลกลุ่มเปราะบาง (ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และคนพิการ) ให้เป็นปัจจุบัน พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ช่องทางการแจ้งเตือนภัย ช่องทางแจ้งเหตุฉุกเฉิน และการติดต่อขอความช่วยเหลือจากภาครัฐให้ประชาชนรับทราบอย่างทั่วถึง
สั่งการศูนย์ ปภ.เขต 11, 12, 18 ตรึงกำลังภาคใต้ พร้อมเข้าประจำจุดทันที
เพื่อรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่ภาคใต้ ปภ. ได้สั่งการไปยังศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต (ศูนย์ ปภ.เขต) ในพื้นที่ภาคใต้ ได้แก่
- ศูนย์ ปภ. เขต 11 สุราษฎร์ธานี
- ศูนย์ ปภ. เขต 12 สงขลา
- ศูนย์ ปภ. เขต 18 ภูเก็ต
ให้ทำการตรวจเช็กความพร้อมของเครื่องจักรกลสาธารณภัย ไม่ว่าจะเป็น เครื่องสูบน้ำ เรือกู้ภัย, รถบรรทุกติดตั้งเครื่องสูบน้ำระยะไกล และรถปฏิบัติการเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย พร้อมจัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต (ERT) ให้พร้อมออกปฏิบัติการและเข้าประจำจุดเสี่ยงภัยทันทีที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้น เพื่อให้การเข้าช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างทันท่วงทีและลดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้ได้มากที่สุด
ช่องทางการแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือสาธารณภัย
ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยพิบัติ หรือต้องการแจ้งเหตุฉุกเฉิน สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านช่องทางดังนี้
- สายด่วนนิรภัย : 1784 (โทรฟรีตลอด 24 ชั่วโมง)
- Line Official Account : "ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784" (เพิ่มเพื่อนโดยค้นหา Line ID @1784DDPM)
- แอปพลิเคชัน : THAI DISASTER ALERT





