สทนช. เตือนไทยตอนบน กทม. และ 10 จังหวัดใต้ รับมือฝนตกหนัก 23-27 ต.ค. เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน หลังเขื่อนทั่วประเทศพุ่งสูง 83% หนองปลาไหลล้น 110%
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้สรุปรายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศไทย ประจำวันที่ 22 ตุลาคม 2569 เพื่อแจ้งเตือนและให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมความพร้อมรับมือกับสภาพอากาศและปริมาณน้ำสะสมที่เพิ่มสูงขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ
เปิดสถิติฝนตกสูงสุดรายภาค นครศรีธรรมราช แชมป์ฝนสะสมสูงสุด
จากข้อมูลการวัดปริมาณน้ำฝนสะสมสูงสุดในแต่ละภูมิภาค พบว่าพื้นที่ภาคใต้มีฝนตกหนักที่สุด โดย จ.นครศรีธรรมราช วัดปริมาณฝนได้สูงถึง 123 มิลลิเมตร ตามมาด้วยภาคตะวันออก ที่ จ.สระแก้ว 89 มิลลิเมตร ขณะที่ภูมิภาคอื่น ๆ มีปริมาณฝนตกกระจายตัว ดังนี้
- ภาคใต้ จ.นครศรีธรรมราช (123 มม.)
- ภาคตะวันออก จ.สระแก้ว (89 มม.)
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.อุบลราชธานี (62 มม.)
- ภาคกลาง จ.นครปฐม (59 มม.)
- ภาคตะวันตก จ.ประจวบคีรีขันธ์ (50 มม.)
- ภาคเหนือ จ.นครสวรรค์ (37 มม.)
คาดการณ์สภาพอากาศ เตือนฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง 23 - 27 ต.ค. 69
สภาพอากาศในวันนี้ ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นบางพื้นที่ โดยภาคตะวันออกและภาคใต้มีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง
สภาพอากาศช่วงวันที่ 23 ตุลาคม 2569
พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนล่าง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก จะมีฝนตกหนักร่วมกับลมกระโชกแรงบางแห่ง ในขณะที่ภาคใต้ต้องระวังฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่
สภาพอากาศช่วงวันที่ 24 - 27 ตุลาคม 2569
ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงต่อเนื่อง ส่วนภาคใต้ยินยอมรับศึกหนักจากสภาวะฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการสะสมของน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำอย่างรวดเร็ว
เช็กปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ ภาพรวมแตะ 83% ของความจุ
สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำภาพรวมทั่วประเทศ ปัจจุบันมีปริมาณน้ำรวมอยู่ที่ 66,837 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 83% ของความจุเก็บกัก โดยมีปริมาณน้ำใช้การได้จริงอยู่ที่ 42,709 ล้านลูกบาศก์เมตร (75%)
เมื่อจำแนกตามรายภูมิภาค (ข้อมูล ณ วันที่ 21 ต.ค. 69) พบว่า
- ภาคตะวันตก ปริมาณน้ำ 27,618 ล้าน ลบ.ม. (97% ของความจุ) เป็นภาคที่มีสัดส่วนน้ำสะสมสูงสุด
- ภาคตะวันออก ปริมาณน้ำ 2,824 ล้าน ลบ.ม. (89% ของความจุ)
- ภาคเหนือ ปริมาณน้ำ 21,124 ล้าน ลบ.ม. (77% ของความจุ)
- ภาคกลาง ปริมาณน้ำ 1,325 ล้าน ลบ.ม. (70% ของความจุ)
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปริมาณน้ำ 8,514 ล้าน ลบ.ม. (70% ของความจุ)
- ภาคใต้ ปริมาณน้ำ 5,432 ล้าน ลบ.ม. (69% ของความจุ)
ส่องสถานการณ์ 3 เขื่อนหลักพื้นที่ EEC อ่างฯ หนองปลาไหล น้ำล้นความจุ 110%
ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ครอบคลุมจังหวัดชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา ปริมาณน้ำใน 3 เขื่อนหลักอยู่ในเกณฑ์สูงมาก (ข้อมูล ณ วันที่ 21 ต.ค. 69) โดยเฉพาะ อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล ที่มีปริมาณน้ำเกินความจุเก็บกักแล้ว
- อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล ปริมาณน้ำ 181 ล้าน ลบ.ม. (110% ของความจุ)
- อ่างเก็บน้ำบางพระ ปริมาณน้ำ 107 ล้าน ลบ.ม. (92% ของความจุ)
- อ่างเก็บน้ำประแสร์ ปริมาณน้ำ 268 ล้าน ลบ.ม. (91% ของความจุ)
สทนช. ออกประกาศแจ้งเตือนเฝ้าระวังภัยพิบัติ 23 - 26 ต.ค. 69
ทาง สทนช. ได้เน้นย้ำประกาศเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำล้นตลิ่งอย่างใกล้ชิด ใน 3 ประเด็นสำคัญ ดังนี้
1. พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่ม (ภาคใต้ 10 จังหวัด)
เตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยภาคใต้ ได้แก่ จ.ระนอง, พังงา, ภูเก็ต, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, พัทลุง, สงขลา, สตูล, ยะลา และ นราธิวาส ให้เตรียมพร้อมรับมือกับน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ
2. เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่
เร่งติดตามและบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำสะสมมากกว่า 80% ของความจุเก็บกัก เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำ
3. เฝ้าระวังระดับน้ำล้นตลิ่งบริเวณแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขา
เตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงแม่น้ำและลำน้ำสาขา ให้ระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน และล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ โดยเฉพาะบริเวณ
- ภาคตะวันตก แม่น้ำแควน้อย, แม่น้ำแควใหญ่, แม่น้ำเพชรบุรี
- ภาคใต้ แม่น้ำตาปี, แม่น้ำพุมดวง, แม่น้ำตะกั่วป่า, แม่น้ำสายบุรี, แม่น้ำโก-ลก และคลองตันหยงมัส
คำแนะนำสำหรับประชาชน
ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยตามประกาศของ สทนช. ติดตามสถานการณ์ข่าวสารสภาพอากาศและประกาศแจ้งเตือนจากทางราชการอย่างใกล้ชิด ขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง เตรียมระบบไฟฟ้าสำรอง และระมัดระวังการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีน้ำท่วมขังหรือพื้นที่ใกล้เชิงเขา





