วันพุธ ที่ 21 ตุลาคม 2569

Login
Login

อ่างเก็บน้ำ ภาพรวม 83% จับตา 7 เขื่อนใหญ่ น้ำเกิน 80% ต้องเฝ้าระวัง

สทนช. เผยภาพรวมน้ำทั่วประเทศแตะ 83% สั่งจับตา 7 เขื่อนใหญ่และพื้นที่ 10 จังหวัดภาคใต้ เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน 23–26 ต.ค. นี้

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เผยสรุปรายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศไทย ประจำวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ชี้ภาพรวมปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศอยู่ในเกณฑ์ดี มีปริมาณน้ำสะสมสูงถึง 83% แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ภาคใต้ และสภาพอากาศแปรปรวนในพื้นที่ประเทศไทยตอนบน พร้อมออกประกาศเตือนภัยล่วงหน้าให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมรับมือน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง ในช่วงวันที่ 23–26 ตุลาคม 2569

ปริมาณฝนสะสมสูงสุดรายภาค นราธิวาสอ่วม ฝนตกหนักสุด 123 มิลลิเมตร

จากรายงานการตรวจวัดปริมาณฝนสะสมสูงสุดในแต่ละภูมิภาคของประเทศรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา พบว่าพื้นที่ภาคใต้มีฝนตกหนักที่สุดอย่างเห็นได้ชัด โดยมีรายละเอียดปริมาณฝนสูงสุดรายภาค ดังนี้

  • ภาคใต้ จังหวัดนราธิวาส วัดปริมาณฝนสูงสุดได้ถึง 123 มิลลิเมตร ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ฝนตกหนักมาก
  • ภาคตะวันออก จังหวัดจันทบุรี วัดปริมาณฝนได้ 45 มิลลิเมตร
  • ภาคตะวันตก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ วัดปริมาณฝนได้ 21 มิลลิเมตร
  • ภาคเหนือ จังหวัดอุทัยธานี วัดปริมาณฝนได้ 20 มิลลิเมตร
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดอุบลราชธานี วัดปริมาณฝนได้ 18 มิลลิเมตร
  • ภาคกลาง จังหวัดสุพรรณบุรี วัดปริมาณฝนได้ 15 มิลลิเมตร

สภาพอากาศและการคาดการณ์ เตือนฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงช่วง 22–26 ต.ค. 69

กรมอุตุนิยมวิทยาและ สทนช. ประเมินสภาพอากาศวันนี้ พบว่าประเทศไทยตอนบนยังมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ ในขณะที่ภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับการคาดการณ์แนวโน้มสภาพอากาศในช่วงวันที่ 22–26 ตุลาคม 2569 มีจุดที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ดังนี้

สภาพอากาศช่วงวันที่ 22 - 23 ตุลาคม 2569

  • ประเทศไทยตอนบน บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนล่าง และภาคตะวันออก จะมีฝนตกหนักร่วมกับลมกระโชกแรงเกิดขึ้นบางแห่ง
  • ภาคใต้ มีฝนตกต่อเนื่อง และเพิ่มความเข้มข้นเป็นฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่

สภาพอากาศช่วงวันที่ 24 - 26 ตุลาคม 2569

  • ภาคใต้ ยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจสะสมจนเกิดน้ำท่วมฉับพลันได้
  • ประเทศไทยตอนบน สภาพอากาศยังคงมีความแปรปรวน โดยจะมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางพื้นที่ ประชาชนควรระมัดระวังอันตรายจากลมกระโชกแรงและฟ้าผ่า

สรุปสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำภาพรวมทั่วประเทศ

ภาพรวมปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ ณ ปัจจุบัน ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างสูงและอุดมสมบูรณ์ เพื่อรองรับการบริหารจัดการน้ำและการใช้งานในฤดูแล้งถัดไป โดยมีข้อมูลปริมาณน้ำสรุปได้ดังนี้

  • ปริมาณน้ำรวมทั้งประเทศ 66,822 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 83% ของความจุเก็บกักรวม
  • ปริมาณน้ำใช้การได้ 42,694 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 75% ของความจุใช้การ

รายงานสถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำแยกตามรายภาค (ข้อมูล ณ วันที่ 19 ต.ค. 69)

การจัดสรรและสะสมน้ำในอ่างเก็บน้ำรายภูมิภาคมีความแตกต่างกันไปตามปริมาณฝนที่ตกในแต่ละพื้นที่ โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • ภาคเหนือ ปริมาณน้ำ 21,123 ล้าน ลบ.ม. (77%)
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปริมาณน้ำ 8,523 ล้าน ลบ.ม. (71%)
  • ภาคกลาง ปริมาณน้ำ 1,319 ล้าน ลบ.ม. (70%)
  • ภาคตะวันออก ปริมาณน้ำ 2,815 ล้าน ลบ.ม. (89%)
  • ภาคตะวันตก ปริมาณน้ำ 27,617 ล้าน ลบ.ม. (97%)
  • ภาคใต้ ปริมาณน้ำ 5,425 ล้าน ลบ.ม. (69%)

จากข้อมูลจะเห็นได้ว่า ภาคตะวันตก มีปริมาณน้ำสะสมสูงที่สุดถึง 97% ตามมาด้วย ภาคตะวันออก ที่ 89% ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ต้องบริหารจัดการระบายน้ำอย่างใกล้ชิดเพื่อไม่ให้กระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำ

ประกาศแจ้งเตือน สทนช. เฝ้าระวังภัยน้ำท่วมและน้ำล้นตลิ่ง (23–26 ต.ค. 69)

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ออกประกาศเตือนภัยล่วงหน้า ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่เสี่ยง เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำล้นตลิ่ง ในช่วงวันที่ 23-26 ตุลาคม 2569 โดยแบ่งพื้นที่เฝ้าระวังออกเป็น 3 ส่วนสำคัญ ดังนี้

1) พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม

เน้นย้ำพื้นที่ภาคใต้ 10 จังหวัดที่ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ ได้แก่

  1. จังหวัดระนอง
  2. จังหวัดพังงา
  3. จังหวัดภูเก็ต
  4. จังหวัดสุราษฎร์ธานี
  5. จังหวัดนครศรีธรรมราช
  6. จังหวัดพัทลุง
  7. จังหวัดสงขลา
  8. จังหวัดสตูล
  9. จังหวัดยะลา
  10. จังหวัดนราธิวาส

2) เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำเกิน 80% ของความจุ

สทนช. กำชับให้ติดตามอ่างเก็บน้ำที่มีน้ำสะสมสูงเกินกว่าร้อยละ 80 เพื่อบริหารจัดการการระบายน้ำอย่างปลอดภัย

อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่

  • ภาคตะวันออก อ่างเก็บน้ำประแสร์ และ อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล (จ.ระยอง), อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา (จ.ปราจีนบุรี)
  • ภาคตะวันตก อ่างเก็บน้ำวชิราลงกรณ และ อ่างเก็บน้ำศรีนครินทร์ (จ.กาญจนบุรี), อ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน (จ.เพชรบุรี), อ่างเก็บน้ำปราณบุรี (จ.ประจวบคีรีขันธ์)

อ่างเก็บน้ำขนาดกลางและขนาดเล็ก

  • เฝ้าระวังเป็นพิเศษในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี, ราชบุรี, เพชรบุรี, ระนอง, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, พัทลุง, สงขลา และ สตูล

3) เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นฉับพลันและน้ำล้นตลิ่งบริเวณแม่น้ำสายหลัก

เตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้ริมฝั่งแม่น้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำ ให้ยกของขึ้นที่สูงและติดตามระดับน้ำในลำน้ำสายหลักและลำน้ำสาขา ดังนี้

  • จ.กาญจนบุรี แม่น้ำแควน้อย และ แม่น้ำแควใหญ่
  • จ.เพชรบุรี แม่น้ำเพชรบุรี
  • จ.สุราษฎร์ธานี แม่น้ำตาปี และ แม่น้ำพุมดวง
  • จ.พังงา แม่น้ำตะกั่วป่า
  • จ.นราธิวาส แม่น้ำสายบุรี, แม่น้ำโก-ลก และ คลองตันหยงมัส

ข้อแนะนำสำหรับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย

  1. ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ติดตามการประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยา สทนช. และหน่วยงานราชการในท้องถิ่นอย่างสม่ำเสมอ
  2. เตรียมพร้อมยกของขึ้นที่สูง สำรวจทรัพย์สิน ยานพาหนะ และสัตว์เลี้ยง ให้อยู่ในจุดที่ปลอดภัยจากน้ำท่วมฉับพลัน
  3. ตรวจสอบระบบไฟฟ้า ย้ายปลั๊กไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าขึ้นที่สูงเพื่อป้องกันอันตรายจากกระแสไฟฟ้ารั่ว
  4. หลีกเลี่ยงเส้นทางน้ำไหล ระวังการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีน้ำท่วมขังหรือใกล้ป่าเขาที่มีความเสี่ยงดินโคลนถล่ม