หาดใหญ่ สั่งเดินเครื่องสูบน้ำ 24 ชม. รับมือ "ฝนซัดมรสุม" กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนภัยฉบับ 9 ฝนตกหนักมากถล่ม 15 จังหวัดใต้ คลื่นลมแรง เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก
วิกฤติฝนใต้ส่อรุนแรง จับตาสภาพอากาศ "ฝนซัดมรสุม" เทศบาลนครหาดใหญ่ สั่งเดินเครื่องสูบน้ำเต็มกำลังทุกสถานีตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อต้านทานมวลน้ำขังทั่วเมือง หลัง กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศล่าสุด เตือนภัยฉบับ 9 รับมือฝนตกหนักถึงหนักมาก ครอบคลุม 15 จังหวัดภาคใต้ ยาวนานถึง 25 ต.ค. นี้
ล่าสุดสัญญาณเรดาร์สทิงพระตรวจพบกลุ่มฝนทรงพลังกำลังขยายตัวต่อเนื่องในอ่าวไทยและอันดามัน เสี่ยงเตือนคลื่นลมแรงในทะเลสูงเกิน 3 เมตร ประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่เชิงเขาต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก
หาดใหญ่เดินเครื่องสูบน้ำ 100% ประจำการ 24 ชั่วโมง สู้ภัยน้ำท่วมขังซ้ำ
พื้นที่ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจอย่าง "นครหาดใหญ่" ไม่ประมาท เทศบาลนครหาดใหญ่ จัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าประจำการ ณ สถานีสูบน้ำหลักทั่วเมืองเพื่อเดินเครื่องสูบน้ำเต็มกำลังตลอด 24 ชั่วโมง เร่งระบายมวลน้ำออกจากเขตชุมชน โดยเฉพาะจุดเสี่ยงสำคัญ ได้แก่
- สถานีสูบน้ำฝั่งคลองหวะ จันทร์วิโรจน์
- สถานีสูบน้ำหลังอำเภอ
- สถานีสูบน้ำ Pw1 (แก้วสมิทธ์)
- สถานีสูบน้ำท่าไทร
- สถานีสูบน้ำ Pt1
- สถานีสูบน้ำหน้าวัดโคกสมานคุณ
- เครื่องสูบน้ำอาภาคอร์ท
- สถานีสูบน้ำ ข.7 เดินเครื่องเต็มกำลัง 15 เครื่อง โดยวัดระดับน้ำปลายคลองเตยล่าสุดอยู่ที่ 2.50 เมตร (ต่ำกว่าตลิ่ง 2.50 เมตร)
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามอัปเดตสถานการณ์น้ำได้ทาง Facebook เพจ "เทศบาลนครหาดใหญ่" หรือแจ้งเหตุฉุกเฉินผ่านสายด่วนกุญชร 074-200000 ได้ตลอดเวลา
กรมอุตุฯ ประกาศฉบับที่ 9 เตือนภัย 15 จังหวัดภาคใต้รับมือฝนตกหนักถึงหนักมาก (21–25 ต.ค. 69)
เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 21 ตุลาคม 2569 กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 9 เตือนรับมือสภาพอากาศแปรปรวน จากอิทธิพลของร่องมรสุมพาดผ่านอ่าวไทยและภาคใต้ตอนกลาง บวกกับมวลอากาศเย็นจากจีนที่แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ส่งผลให้ภาคใต้มีฝนตกหนักถล่มอย่างหนักต่อเนื่อง
พื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนักรายวัน (21 ต.ค. 2569)
- 15 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์, ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, พัทลุง, สงขลา, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต, กระบี่, ตรัง และสตูล
ข้อควรระวังพิเศษ ฝนที่ตกสะสมอาจก่อให้เกิด น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาและพื้นที่ลุ่ม ขณะที่คลื่นลมในทะเลอ่าวไทยและอันดามันสูงเกิน 2–3 เมตร บริเวณที่มีพายุฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงเกิน 3 เมตร เตือนเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งเด็ดขาด
เจาะลึกสภาพอากาศภาคใต้ฝั่งตะวันออกอย่างละเอียด โดย "ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก"
ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก ได้ออกรายงานพยากรณ์อากาศประจำวันที่ 21 ตุลาคม 2569 (เวลา 06.00 น. ถึง 06.00 น. วันพรุ่งนี้) ระบุรายละเอียดสภาพอากาศโดยรวมไว้ดังนี้
ลักษณะอากาศทั่วไป
มีฝนฟ้าคะนอง 60% ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อากาศร้อนในตอนกลางวัน อุณหภูมิ: ต่ำสุด 23–26 °C / สูงสุด 30–34 °C โดยร่องมรสุมพาดผ่านอ่าวไทยและภาคใต้ตอนกลาง ประกอบกับบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นปกคลุมภาคเหนือตอนบน ภาคอีสานตอนบน และทะเลจีนใต้ ทำให้มีลมฝ่ายตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน
ลมและคลื่นลม
- ตอนบน: ลมตะวันออก ความเร็ว 15–30 กม./ชม.
- ตอนล่าง: ลมแปรปรวน ความเร็ว 15–30 กม./ชม.
- ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ส่องสัญญาณเรดาร์ "สทิงพระ" กลุ่มฝนก่อตัวแน่นอ่าวไทย-อันดามัน จ่อทับซ้อนใน 1-2 ชม.
จากการตรวจวัดของ สถานีเรดาร์สทิงพระ (เวลา 08.45 น.) พบกลุ่มฝนฟ้าคะนองกำลังอ่อนถึงปานกลางปกคลุมเป็นวงกว้างเหนืออ่าวไทยและทะเลอันดามัน คาดการณ์ล่วงหน้า 1-2 ชั่วโมง กลุ่มฝนจะมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นและขยายพื้นที่ครอบคลุมตลิ่งฝั่งตะวันออกมากขึ้น
สถิติตัวเลขปริมาณฝนสะสม 24 ชม. ที่น่าจับตา
- จ.นครศรีธรรมราช: ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช สูงถึง 104.0 มม.
- จ.สงขลา: ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ สูงถึง 105.0 มม. / อ.สะเดา 57.8 มม. / อ.เมืองสงขลา 42.5 มม.
- จ.นราธิวาส: อ.เมืองนราธิวาส 50.2 มม.
- จ.สุราษฎร์ธานี: อ.พระแสง 40.6 มม.





