วันอังคาร ที่ 20 ตุลาคม 2569

Login
Login

เปิด 4 มาตรการพยุงราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ดอกเบี้ยต่ำ-อุ้มผลผลิต

รัฐบาล อัดงบ 120 ล้านบาท เข็น 4 มาตรการพยุงราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 69/70 เสริมสภาพคล่องผู้ซื้อ หนุนสินเชื่อ ธ.ก.ส. ดอกเบี้ยต่ำ ช่วยเกษตรกร

วันนี้ (20 ต.ค. 69) รัฐบาลเดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และส่งเสริมการผลิต ประจำปีการผลิต 2569/70 อย่างเต็มกำลัง เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทั่วประเทศ ลดความเสี่ยงจากปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำในช่วงที่ผลผลิตทะลักออกสู่ตลาดพร้อมกัน พร้อมมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในระยะยาวผ่านกลไกสถาบันเกษตรกรและการสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (นบขพ.) ได้เสนอมาตรการสำคัญเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) รวมทั้งสิ้น 4 โครงการ คิดเป็นวงเงินงบประมาณจ่ายขาดรวม 120.30 ล้านบาท โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ โครงการที่ใช้งบประมาณจากกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร จำนวน 71.50 ล้านบาท และโครงการสนับสนุนสินเชื่อผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) วงเงินงบประมาณจ่ายขาด 48.80 ล้านบาท

เปิดรายละเอียด 4 โครงการหลัก ชูมาตรการพยุงราคาและเสริมสภาพคล่อง

การดำเนินงานตามมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2569/70 ในครั้งนี้ ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาอย่างครอบคลุม ทั้งการจัดการผลผลิตระยะสั้นและการพัฒนาศักยภาพเกษตรกรระยะยาว โดยมีรายละเอียดของทั้ง 4 โครงการ ดังนี้

1. โครงการชดเชยดอกเบี้ยในการเก็บสต็อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (งบประมาณ 20 ล้านบาท)

มุ่งเน้นการเสริมสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบการค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และผู้ใช้วัตถุดิบในการผลิตอาหารสัตว์ เพื่อให้มีเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอในการเข้ามารับซื้อผลผลิตโดยตรงจากเกษตรกรในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก

  • ระยะเวลาเก็บรักษา กำหนดให้เก็บสต็อกไว้เป็นเวลา 60–120 วัน
  • เป้าหมาย ดูดซับผลผลิตออกจากตลาดชั่วคราวจำนวน 200,000 ตัน
  • การสนับสนุน รัฐบาลช่วยชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการในอัตราร้อยละ 3 ต่อปี เพื่อช่วยลดแรงกดดันด้านราคาโดยไม่เข้าไปแทรกแซงกลไกตลาดโดยตรง

2. โครงการดูดซับผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (งบประมาณ 51.50 ล้านบาท)

เร่งกระจายผลผลิตออกจากพื้นที่ที่มีปริมาณข้าวโพดเลี้ยงสัตว์กระจุกตัวสูง ไปยังผู้ใช้หรือโรงงานผลิตอาหารสัตว์ในพื้นที่ต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว ผ่านการทำงานร่วมกับองค์การคลังสินค้า (อกส.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยรัฐบาลจะสนับสนุนค่าบริหารจัดการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อช่วยขยายช่องทางการจำหน่ายและป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาราคาดิ่งลงในแหล่งผลิตสำคัญ

3. โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร (งบประมาณจ่ายขาด 35 ล้านบาท)

ดำเนินงานผ่าน ธ.ก.ส. ด้วยวงเงินสินเชื่อรวม 1,000 ล้านบาท มีเป้าหมายในการรวบรวมผลผลิตจำนวน 100,000 ตัน

  • กลุ่มเป้าหมาย สถาบันเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชน
  • วัตถุประสงค์ ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการรับซื้อ รวบรวม และแปรรูปข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมส่งเสริมการเกษตร
  • เงื่อนไขดอกเบี้ย อัตราดอกเบี้ยรวมร้อยละ 4.50 ต่อปี โดยรัฐบาลรับภาระชดเชยดอกเบี้ยให้ร้อยละ 3.50 ต่อปี ขณะที่สถาบันเกษตรกรรับภาระดอกเบี้ยเพียง ร้อยละ 1 ต่อปี เท่านั้น (ระยะเวลาชดเชยไม่เกิน 12 เดือน)

4. โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (งบประมาณจ่ายขาด 13.80 ล้านบาท)

มุ่งยกระดับกระบวนการผลิตในระดับไร่นา ผ่านการสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจาก ธ.ก.ส. ให้แก่เกษตรกรเป้าหมายจำนวน 1,000 ราย วงเงินสินเชื่อรวม 230 ล้านบาท (สูงสุดไม่เกิน 230,000 บาทต่อราย)

  • เงื่อนไขการชำระคืน ระยะเวลาชำระคืนกู้ไม่เกิน 5 ปี
  • การชดเชยดอกเบี้ย รัฐบาลช่วยชดเชยดอกเบี้ยให้ ธ.ก.ส. ในอัตราร้อยละ 3 ต่อปี เป็นระยะเวลาไม่เกิน 24 เดือน
  • เป้าหมายการพัฒนา เพื่อให้เกษตรกรมีเงินทุนไปปรับปรุงระบบการเพาะปลูก นำเทคโนโลยีการเกษตรที่เหมาะสมมาใช้ เพิ่มผลผลิตต่อไร่ ปรับปรุงคุณภาพเมล็ดข้าวโพด และลดต้นทุนการผลิตในระยะยาว

ต่อยอดความสำเร็จจากปี 2568/69 มุ่งสร้างความมั่นคงให้เกษตรกรยั่งยืน

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เน้นย้ำว่า มาตรการทั้ง 4 โครงการนี้เป็นการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องจากปีการผลิต 2568/69 ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยผลการดำเนินโครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในปีที่ผ่านมา ธ.ก.ส. ได้อนุมัติสินเชื่อให้แก่สถาบันเกษตรกรจำนวน 12 ราย รวมวงเงิน 447.50 ล้านบาท ซึ่งสามารถเข้าซื้อผลผลิตจากเกษตรกรได้จริงถึง 96,000 ตัน หรือคิดเป็น ร้อยละ 96 ของเป้าหมายที่ตั้งไว้ ตัวเลขดังกล่าวเป็นหลักฐานชัดเจนว่าสถาบันเกษตรกรมีบทบาทสำคัญยิ่งในการเป็นกลไกรับรองผลผลิตและพยุงราคาในระดับพื้นที่

ขณะนี้ นายกรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบในหลักการของโครงการสินเชื่อทั้ง 2 โครงการเรียบร้อยแล้ว และกำลังอยู่ในขั้นตอนการนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่ออนุมัติวงเงินอย่างเป็นทางการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อย่างครบวงจร ตั้งแต่การบริหารจัดการผลผลิตในช่วงที่ออกสู่ตลาดจำนวนมาก การเพิ่มสภาพคล่องให้ผู้รับซื้อและสถาบันเกษตรกร ไปจนถึงการสนับสนุนเงินทุนเพื่อพัฒนาการเพาะปลูก โดยมุ่งหวังให้เกษตรกรสามารถจำหน่ายผลผลิตได้อย่างเหมาะสม ลดความผันผวนของราคา มีต้นทุนการผลิตที่แข่งขันได้ และสร้างความมั่นคงทางรายได้ให้แก่ครัวเรือนเกษตรกร ควบคู่กับการเสริมความเข้มแข็งของห่วงโซ่การผลิตอาหารสัตว์และภาคปศุสัตว์ไทยในระยะยาว” นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา กล่าวทิ้งท้าย

การเดินหน้ามาตรการอย่างเป็นระบบในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยคลายความกังวลให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวปี 2569/70 เท่านั้น แต่ยังเป็นก้าวสำคัญในการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานการเกษตรของไทยให้มีความยั่งยืนและแข็งแกร่ง พร้อมรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจในอนาคตได้อย่างมั่นคง