สทนช. สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวม อ่างเก็บน้ำสะสมพุ่ง 82% เฝ้าระวัง 3 เขื่อนหลัก EEC หนองปลาไหลน้ำเกินความจุ 106% เตือนรับมือฝนตกหนัก 15-16 ต.ค.นี้
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยรายงานสรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศไทย ประจำวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มปริมาณฝนที่ยังคงตกหนักในหลายภูมิภาค พร้อมสรุปปริมาณน้ำกักเก็บในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ และอัปเดตสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำสายสำคัญ โดยเฉพาะพื้นที่เศรษฐกิจอย่างเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และลุ่มน้ำเจ้าพระยา เพื่อให้ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำอย่างทันท่วงที
รายงานสถานการณ์ฝนตกหนักสูงสุดรายภาค
จากข้อมูลการวัดปริมาณน้ำฝนสะสมรายภาค พบว่ามีหลายพื้นที่เผชิญกับฝนตกหนักถึงตกหนักมาก โดยปริมาณฝนสูงสุดในแต่ละภาค มีรายละเอียดดังนี้
- ภาคกลาง จ.สุพรรณบุรี วัดปริมาณฝนสูงสุดได้ถึง 102 มิลลิเมตร
- ภาคตะวันตก จ.ระนอง วัดปริมาณฝนได้ 88 มิลลิเมตร
- ภาคเหนือ จ.อุทัยธานี วัดปริมาณฝนได้ 85 มิลลิเมตร
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.อุบลราชธานี วัดปริมาณฝนได้ 60 มิลลิเมตร
- ภาคตะวันออก จ.ชลบุรี วัดปริมาณฝนได้ 22 มิลลิเมตร
พยากรณ์อากาศและแนวโน้มสถานการณ์ฝน (14 - 16 ต.ค. 69)
สภาพอากาศวันนี้ (14 ต.ค. 69)
ประเทศไทยยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง กระจายตัวอยู่ในหลายภูมิภาค โดยเฉพาะบริเวณ
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง
- ภาคกลางตอนล่าง รวมถึงพื้นที่ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
- ภาคตะวันออก
- ภาคใต้ตอนบน
คาดการณ์แนวโน้มฝนล่วงหน้า (15 - 16 ต.ค. 69)
บริเวณประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยกลุ่มฝนจะเน้นตกหนักในบริเวณ ด้านตะวันตกของภาคเหนือ, ภาคกลาง และภาคตะวันออก ขณะที่พื้นที่ ภาคใต้ จะมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ประชาชนในบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยควรระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก
ภาพรวมสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ
ภาพรวมปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ ขณะนี้มีปริมาณน้ำรวมอยู่ที่ 82% ของความจุเก็บกัก คิดเป็นปริมาณน้ำ 66,270 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยเป็นปริมาณน้ำใช้การได้จริง 74% (42,142 ล้านลูกบาศก์เมตร)
สรุปปริมาณน้ำกักเก็บแยกตามรายภาค
- ภาคตะวันตก มีปริมาณน้ำมากที่สุด คิดเป็น 96% (27,299 ล้าน ลบ.ม.)
- ภาคตะวันออก มีปริมาณน้ำ 87% (2,754 ล้าน ลบ.ม.)
- ภาคเหนือ มีปริมาณน้ำ 76% (21,033 ล้าน ลบ.ม.)
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีปริมาณน้ำ 70% (8,514 ล้าน ลบ.ม.)
- ภาคกลาง มีปริมาณน้ำ 69% (1,294 ล้าน ลบ.ม.)
- ภาคใต้ มีปริมาณน้ำ 69% (5,376 ล้าน ลบ.ม.)
เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ 3 เขื่อนหลัก พื้นที่ EEC
พื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ครอบคลุมจังหวัดชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา เป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญที่มีการบริหารจัดการน้ำอย่างใกล้ชิด โดยสถานการณ์น้ำใน 3 อ่างเก็บน้ำหลัก ณ วันที่ 14 ต.ค. 69 มีดังนี้
- อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล มีปริมาณน้ำเกินความจุ อยู่ที่ 106% (174 ล้าน ลบ.ม.) ซึ่งต้องมีการบริหารจัดการระบายน้ำอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้กระทบพื้นที่ท้ายน้ำ
- อ่างเก็บน้ำประแสร์ มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 90% (265 ล้าน ลบ.ม.)
- อ่างเก็บน้ำบางพระ มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 85% (100 ล้าน ลบ.ม.)
อัปเดตสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา (14 ต.ค. 69)
รายงานสถานการณ์น้ำในแม่น้ำสายหลักของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ณ เวลา 06.00 น. พบว่าระดับน้ำในสถานีวัดน้ำสำคัญส่วนใหญ่มีแนวโน้มลดลง ดังนี้
- สถานี P.17 อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ ปัจจุบันมีระดับน้ำ 34.77 ม.รทก. (ต่ำกว่าตลิ่ง 3.48 ม.) มีแนวโน้มลดลง
- สถานี N.67 อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ ปัจจุบันมีระดับน้ำ 24.76 ม.รทก. (ต่ำกว่าตลิ่ง 3.45 ม.) มีแนวโน้มลดลง
- สถานี C.2 อ.เมืองนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ ปัจจุบันมีปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 1,766 ลบ.ม. ต่อวินาที ระดับน้ำ 22.08 ม.รทก. (ต่ำกว่าตลิ่ง 3.62 ม.) ระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา 1,900 ลบ.ม. ต่อวินาที โดยมีระดับน้ำเหนือเขื่อน +15.96 ม.รทก. และระดับน้ำท้ายเขื่อน +14.36 ม.รทก.
ภาพรวมสถานการณ์น้ำของประเทศไทยในขณะนี้ อ่างเก็บน้ำส่วนใหญ่มีปริมาณน้ำสะสมอยู่ในเกณฑ์สูง โดยเฉพาะภาคตะวันตกและภาคตะวันออก ซึ่งอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหลมีน้ำเกิน 100% ของความจุแล้ว ขณะที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยายังคงควบคุมการระบายน้ำอยู่ที่ 1,900 ลบ.ม./วินาที โดยระดับน้ำเหนือเขื่อนและท้ายเขื่อนอยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
สทนช. ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ตอนบน ภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ติดตามประกาศพยากรณ์อากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดในช่วงวันที่ 15 - 16 ตุลาคมนี้ เพื่อรับมือกับกลุ่มฝนที่อาจตกหนักสะสมในพื้นที่





