ปภ. อัปเดตสถานการณ์น้ำท่วมล่าสุด 20 จังหวัดทั่วไทย รวมถึง กทม. ประชาชน เดือดร้อนกว่า 2.4 ล้านคน ด้านเจ้าหน้าที่เร่งระบายน้ำและเฝ้าระวัง 24 ชม.
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เผยภาพรวมสถานการณ์อุทกภัย ล่าสุดเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2569 ยังคงมีพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมครอบคลุม 20 จังหวัดทั่วภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก รวมถึงกรุงเทพมหานคร มีประชาชนได้รับผลกระทบรวมกว่า 9 แสนครัวเรือน ด้าน ปภ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งระดมเครื่องสูบน้ำ ความช่วยเหลือ และเข้าสู่ขั้นตอนการฟื้นฟูพื้นที่ที่ระดับน้ำเริ่มลดลงเพื่อให้ประชาชนกลับใช้ชีวิตปกติโดยเร็ว
ภาพรวมสถานการณ์น้ำท่วมทั่วประเทศ (ข้อมูล ณ วันที่ 13 ต.ค. 69)
นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยถึงรายละเอียดสถานการณ์อุทกภัยในประเทศไทยล่าสุด ซึ่งเป็นผลมาจากอิทธิพลของฝนตกหนักถึงหนักมากต่อเนื่อง ผสานกับการระบายน้ำมวลใหญ่ที่ไหลลงมาจากภาคเหนือเข้าสมทบกับมวลน้ำสะสมในภาคกลาง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังและน้ำล้นตลิ่งในหลายพื้นที่
จากข้อมูลสรุปของศูนย์อำนวยการบรรเทาสาธารณภัย (ศอ.ปภ.) ณ วันที่ 13 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. พบว่า ยังมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่รวม 20 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร ครอบคลุมพื้นที่ 99 อำเภอ 804 ตำบล 6,037 หมู่บ้าน โดยมีประชาชนได้รับความเดือดร้อนรวม 906,083 ครัวเรือน (คิดเป็น 2,451,860 คน) อย่างไรก็ตาม ภาพรวมส่วนใหญ่ในหลายพื้นที่รายงานว่า ระดับน้ำเริ่มมีแนวโน้มลดลง แล้ว
เจาะลึกสถานการณ์อุทกภัยรายภูมิภาค และพื้นที่ได้รับผลกระทบ
ภาคเหนือ ปริมาณน้ำเริ่มทรงตัวและลดลง
แม้ภาคเหนือจะเป็นจุดรับน้ำช่วงแรก แต่ปัจจุบันสถานการณ์ในพื้นที่ส่วนใหญ่เริ่มคลี่คลาย โดยยังคงมีพื้นที่ติดตาม 2 จังหวัด ได้แก่
- จังหวัดพิษณุโลก เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ อ.บางระกำ (3 ตำบล 5 หมู่บ้าน) ประชาชนได้รับผลกระทบ 65 ครัวเรือน ระดับน้ำเริ่มลดลง
- จังหวัดนครสวรรค์ ประสบภัยน้ำท่วม 9 อำเภอ ได้แก่ อ.พยุหะคีรี, อ.ตาคลี, อ.บรรพตพิสัย, อ.เก้าเลี้ยว, อ.เมืองนครสวรรค์, อ.ชุมแสง, อ.ท่าตะโก, อ.โกรกพระ และ อ.หนองบัว รวม 77 ตำบล 491 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 5,333 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง
ภาคกลาง และ กรุงเทพมหานคร รับศึกหนักมวลน้ำสะสม
ภาคกลางเป็นพื้นที่รับน้ำมวลใหญ่จากภาคเหนือร่วมกับปริมาณฝนในพื้นที่ ส่งผลให้ได้รับผลกระทบเป็นวงกว้างใน 13 จังหวัด และเขตกรุงเทพมหานคร
- กรุงเทพมหานคร ได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง มีประชาชนเดือดร้อนสูงถึง 329,000 ครัวเรือน และมีรายงานผู้เสียชีวิต 4 ราย ขณะนี้ระดับน้ำเริ่มลดลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป
- จังหวัดปทุมธานี ประสบภัยใน 7 อำเภอ (อ.ธัญบุรี, อ.เมืองฯ, อ.สามโคก, อ.คลองหลวง, อ.ลำลูกกา, อ.หนองเสือ, อ.ลาดหลุมแก้ว) รวม 60 ตำบล 507 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบมากถึง 248,818 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ระดับน้ำลดลง
- จังหวัดพระนครศรีอยุธยา น้ำท่วมครอบคลุมทั้ง 16 อำเภอ (อ.เสนา, อ.บางบาล, อ.ผักไห่, อ.บางไทร, อ.พระนครศรีอยุธยา, อ.บางปะอิน, อ.บางปะหัน, อ.ลาดบัวหลวง, อ.อุทัย, อ.นครหลวง, อ.วังน้อย, อ.ท่าเรือ, อ.ภาชี, อ.บ้านแพรก, อ.บางซ้าย, อ.มหาราช) รวม 205 ตำบล 1,360 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 68,401 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 1 ราย
- จังหวัดสุพรรณบุรี น้ำท่วม 8 อำเภอ (อ.บางปลาม้า, อ.สองพี่น้อง, อ.ดอนเจดีย์, อ.ศรีประจันต์, อ.เมืองฯ, อ.สามชุก, อ.อู่ทอง, อ.เดิมบางนางบวช) รวม 66 ตำบล 540 หมู่บ้าน ได้รับผลกระทบ 20,369 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 5 ราย
- จังหวัดนครปฐม น้ำท่วม 2 อำเภอ (อ.บางเลน, อ.สามพราน) รวม 31 ตำบล 303 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 21,488 ครัวเรือน
- จังหวัดสมุทรสงคราม น้ำท่วม 3 อำเภอ (อ.เมืองฯ, อ.อัมพวา, อ.บางคนที) รวม 33 ตำบล 255 หมู่บ้าน ผลกระทบ 15,870 ครัวเรือน เสียชีวิต 2 ราย
- จังหวัดราชบุรี น้ำท่วม 7 อำเภอ (อ.โพธาราม, อ.เมืองฯ, อ.ดำเนินสะดวก, อ.บ้านโป่ง, อ.วัดเพลง, อ.จอมบึง, อ.ปากท่อ) รวม 27 ตำบล 158 หมู่บ้าน ผลกระทบ 11,689 ครัวเรือน
- จังหวัดชัยนาท น้ำท่วม 3 อำเภอ (อ.เมืองฯ, อ.วัดสิงห์, อ.สรรพยา) รวม 8 ตำบล 40 หมู่บ้าน ผลกระทบ 4,624 ครัวเรือน
- จังหวัดสมุทรปราการ น้ำท่วม 2 อำเภอ (อ.บางเสาธง, อ.บางบ่อ) รวม 7 ตำบล 47 หมู่บ้าน ผลกระทบ 3,980 ครัวเรือน เสียชีวิต 9 ราย
- จังหวัดอ่างทอง น้ำท่วม 6 อำเภอ (อ.ป่าโมก, อ.ไชโย, อ.เมืองฯ, อ.วิเศษชัยชาญ, อ.สามโก้, อ.โพธิ์ทอง) รวม 47 ตำบล 218 หมู่บ้าน ผลกระทบ 2,765 ครัวเรือน
- จังหวัดสิงห์บุรี น้ำท่วม 3 อำเภอ (อ.อินทร์บุรี, อ.พรหมบุรี, อ.เมืองฯ) รวม 10 ตำบล 37 หมู่บ้าน ผลกระทบ 1,807 ครัวเรือน เสียชีวิต 2 ราย
- จังหวัดลพบุรี น้ำท่วมในพื้นที่ อ.บ้านหมี่ รวม 8 ตำบล 33 หมู่บ้าน ผลกระทบ 1,177 ครัวเรือน
- จังหวัดอุทัยธานี น้ำท่วมในพื้นที่ อ.เมืองฯ รวม 10 ตำบล 61 หมู่บ้าน ผลกระทบ 1,080 ครัวเรือน
- จังหวัดเพชรบุรี น้ำท่วม 5 อำเภอ (อ.แก่งกระจาน, อ.ท่ายาง, อ.เมืองฯ, อ.เขาย้อย, อ.หนองหญ้าปล้อง) รวม 12 ตำบล 17 หมู่บ้าน ผลกระทบ 418 ครัวเรือน
- จังหวัดกาญจนบุรี น้ำท่วม 4 อำเภอ (อ.ด่านมะขามเตี้ย, อ.เมืองฯ, อ.สังขละบุรี, อ.ท่าม่วง) รวม 12 ตำบล 76 หมู่บ้าน ผลกระทบ 227 ครัวเรือน เสียชีวิต 2 ราย
ภาคตะวันออก เฝ้าระวังน้ำขังและพื้นที่ลุ่มต่ำ
ภาคตะวันออกมี 4 จังหวัดที่ยังคงได้รับผลกระทบจากปริมาณฝนสะสมและการระบายน้ำ
- จังหวัดปราจีนบุรี เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดในภาคตะวันออก น้ำท่วม 7 อำเภอ (อ.กบินทร์บุรี, อ.เมืองฯ, อ.ศรีมหาโพธิ, อ.ประจันตคาม, อ.บ้านสร้าง, อ.ศรีมโหสถ, อ.นาดี) รวม 65 ตำบล 691 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 59,727 ครัวเรือน และมีรายงานผู้เสียชีวิตสูงสุด 24 ราย
- จังหวัดฉะเชิงเทรา เกิดน้ำท่วมใน 8 อำเภอ (อ.บางน้ำเปรี้ยว, อ.บางคล้า, อ.พนมสารคาม, อ.แปลงยาว, อ.เมืองฯ, อ.บ้านโพธิ์, อ.คลองเขื่อน, อ.ราชสาส์น) รวม 75 ตำบล 667 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 54,729 ครัวเรือน เสียชีวิต 4 ราย
- จังหวัดนครนายก เกิดน้ำท่วมใน 4 อำเภอ (อ.ปากพลี, อ.เมืองฯ, อ.บ้านนา, อ.องครักษ์) รวม 40 ตำบล 490 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 53,490 ครัวเรือน เสียชีวิต 4 ราย
- จังหวัดชลบุรี เกิดน้ำท่วมใน 2 อำเภอ (อ.พนัสนิคม, อ.พานทอง) รวม 8 ตำบล 41 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,026 ครัวเรือน
มาตรการช่วยเหลือและเร่งฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยของ ปภ.
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ยังคงเกาะติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง โดยกำชับให้สำนักงาน ปภ. จังหวัด และศูนย์ ปภ. เขตในพื้นที่ประสบภัย ดำเนินการตามมาตรการเร่งด่วน ดังนี้
- การเร่งระบายน้ำ สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องมือ เครื่องจักรกล disaster และเครื่องสูบน้ำ เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ท่วมขัง โดยเฉพาะพื้นที่ชุมชนและพื้นที่เกษตรกรรม
- การแจกจ่ายความช่วยเหลือ ลำเลียงถุงยังชีพ อาหาร แห้ง น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็น มอบให้แก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่ที่ยังคงมีน้ำท่วมสูง
- การสำรวจความเสียหาย ประสานงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายของบ้านเรือน สิ่งสาธารณูปโภค และพื้นที่ทำการเกษตรทันทีที่ระดับน้ำลดลง
- การเตรียมเยียวยา จัดทำฐานข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบอย่างละเอียด เพื่อเร่งรัดการจ่ายเงินช่วยเหลือและเงินเยียวยาตามระเบียบกระทรวงการคลังและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องโดยเร็วที่สุด
ปภ. ยืนยันว่าจะเร่งฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัยในทุกมิติ เพื่อให้พี่น้องประชาชนสามารถกลับมาดำเนินชีวิตตามปกติได้อย่างปลอดภัยและรวดเร็วที่สุด





