จับสัญญาณเตือนสภาพอากาศ ปลายฝนต้นหนาว กรมอุตุฯ เฝ้าระวัง ฝนตกหนักภาคใต้ ปภ. สั่งระดมเครื่องสูบน้ำปักหลักจุดเสี่ยง "หาดใหญ่-สงขลา" ดักทางน้ำหลากก่อนน้ำท่วมซ้ำซาก
ติดตามสภาพอากาศแปรปรวนขั้นสุด ประเทศไทยเผชิญศึกสองด้านจากการปะทะของ “มวลอากาศเย็นจากจีน” และ “ร่องมรสุมพาดผ่านภาคใต้” ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากครอบคลุมทั่วประเทศ จับตาสัญญาณเตือนสภาพอากาศ "ปลายฝนต้นหนาว" บริเวณภาคใต้ เสี่ยงสูงโดนถล่มหนัก ล่าสุด ปภ. ไม่รอช้า สั่งเคลื่อนทัพเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่เข้าประจำการจุดไข่แดงพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย “อำเภอหาดใหญ่ และ อำเภอเมืองสงขลา” ดักทางน้ำหลากก่อนน้ำท่วมซ้ำซาก เมืองเศรษฐกิจ
เช็กอากาศล่าสุด สมรภูมิอากาศแปรปรวน! ช่วงเปลี่ยนผ่านฤดู "ปลายฝนต้นหนาว"
กรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่าช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูกาลกำลังก่อให้เกิด "สภาพอากาศแปรปรวน" สาเหตุสำคัญเกิดจาก
- มวลอากาศเย็นกดทับ: ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีน เริ่มแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้
- ลมพาความชื้นเติม: ลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นมหาศาลจากทะเลจีนใต้ เข้าปะทะพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน
- ร่องมรสุมตรึงกำลัง: ร่องมรสุมพาดผ่านภาคใต้ตอนล่างอย่างแนบแน่น ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน
ปัจจัยเหล่านี้กลายเป็น "ตัวเร่งเมฆฝน" ทำให้เกิดฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกสะสมปริมาณมาก เสี่ยงเกิด น้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก ในพื้นที่ลุ่มและพื้นที่เชิงเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เปิดกางเกงแผนที่เสี่ยงภัย! เช็กรายชื่อจังหวัดฝนตกหนัก (ประจำวันที่ 13 ต.ค. 2569)
กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศล่าสุด ฉบับที่ 13 เตือนภัยประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ให้เฝ้าระวังฝนตกหนักและฝนสะสม โดยมีรายชื่อจังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังพิเศษ ดังนี้
- ภาคเหนือ: กำแพงเพชร
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: นครราชสีมา, บุรีรัมย์, สุรินทร์
- ภาคกลาง & เมืองหลวง: นครสวรรค์, อุทัยธานี, ชัยนาท, สิงห์บุรี, อ่างทอง, พระนครศรีอยุธยา, สุพรรณบุรี, กาญจนบุรี, ราชบุรี, นครปฐม, สมุทรสาคร, สมุทรสงคราม รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
- ภาคตะวันออก: นครนายก, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด
- ภาคใต้ : เพชรบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, สุราษฎร์ธานี, ยะลา, นราธิวาส, พังงา, ภูเก็ต และกระบี่
ปภ. กางแผนเผชิญเหตุ! ปักหลักเครื่องสูบน้ำ ยึดจุดเสี่ยง "หาดใหญ่-สงขลา"
จากคำสั่งการของ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้สั่งการให้ ศูนย์ ปภ. เขต 12 สงขลา สนับสนุนเครื่องจักรกลสาธารณภัย เร่งเข้าประจำจุดเสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซากล่วงหน้า เพื่อป้องกันความเสียหายทางเศรษฐกิจในพื้นที่ไข่แดงภาคใต้ ดังนี้
- จุดเสี่ยงที่ 1 (ต.คลองแห อ.หาดใหญ่): ติดตั้ง เครื่องสูบน้ำท่อส่งขนาดใหญ่ 14 นิ้ว จำนวน 1 เครื่อง ณ บริเวณเทศบาลเมืองคลองแห เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ชุมชนและจุดตัดเส้นทางน้ำ
- จุดเสี่ยงที่ 2 (ต.บ่อยาง อ.เมืองสงขลา): ติดตั้ง เครื่องสูบน้ำท่อส่งขนาดใหญ่ 12 นิ้ว จำนวน 1 เครื่อง ณ บริเวณท่าเทียบเรือเทศบาลนครสงขลา เตรียมพร้อมสูบน้ำลงสู่ทะเลทันทีหากระดับน้ำแตะจุดวิกฤต
พร้อมกำชับไปยัง ปภ. จังหวัด และศูนย์ ปภ. เขตในพื้นที่ใกล้เคียง ให้เตรียมพร้อมประสานขอเครื่องจักรกลเสริมทัพได้ตลอด 24 ชั่วโมง หากปริมาณน้ำฝนเกินขีดความสามารถในการรับน้ำท้องถิ่น
สแกนสถานการณ์น้ำทั่วประเทศ อ่างเก็บน้ำวิกฤติแค่ไหน?
รายงานสรุปภาพรวมจาก สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ณ เวลา 07.00 น. เผยปริมาณฝนสูงสุดสะสมรายภาค และความจุอ่างเก็บน้ำน่าจับตา
สถิติฝนตกสูงสุดรายภาค
ภาคใต้ครองแชมป์ฝนหนักสุดที่ จังหวัดกระบี่ ปริมาณน้ำฝนสะสมสูงถึง 158 มิลลิเมตร รองลงมาคือภาคตะวันออกที่ จังหวัดชลบุรี ปริมาณน้ำฝน 100 มิลลิเมตร, ภาคเหนือที่ จังหวัดพิจิตร 52 มิลลิเมตร, ภาคตะวันตกที่ จังหวัดราชบุรี 41 มิลลิเมตร, ภาคอีสานที่ จังหวัดนครพนม 40 มิลลิเมตร และภาคกลางที่ จังหวัดสมุทรสาคร 5 มิลลิเมตร
ความจุอ่างเก็บน้ำรายภาค
น่าเป็นห่วงที่สุดคือ ภาคตะวันตก ปริมาณน้ำพุ่งสูงถึง 96% (27,264 ล้าน ลบ.ม.) ใกล้เต็มความจุเต็มที ตามมาด้วย ภาคตะวันออก 88% (2,729 ล้าน ลบ.ม.), ภาคเหนือ 76% (20,977 ล้าน ลบ.ม.), ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 70% (8,406 ล้าน ลบ.ม.), ภาคใต้ 69% (5,371 ล้าน ลบ.ม.) และ ภาคกลาง 69% (1,299 ล้าน ลบ.ม.) ซึ่งแต่ละพื้นที่จะต้องบริหารจัดการน้ำอย่างรัดกุมเพื่อรับมือฝนระลอกใหม่





