สรุปเงื่อนไข ธ.ก.ส. โอนเงินช่วยเหลือชาวนา ไร่ละ 1,000 บาท อุ้มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2569/70 รับสูงสุด 10,000 บาท 10 ไร่ พร้อมตั้งการ์ดสู้ราคาข้าวตกต่ำ ชดเชยส่วนต่าง 50%
ชี้ชะตาชาวนาไทย! บอร์ดเกษตรฯ เคาะไฟเขียวแนวทาง 2 มาตรการ อุ้มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2569/70 วงเงินอัดฉีดทะลุ 40,000 ล้านบาท เดินหน้าอุดหนุน เงินช่วยเหลือชาวนา ไร่ละ 1,000 บาท รับสูงสุด 10,000 บาท พร้อมตั้งการ์ดสู้ราคาข้าวตกต่ำ ชดเชยส่วนต่าง 50% โอนตรงผ่าน ธ.ก.ส. ทั่วประเทศ
เจาะลึก 2 มาตรการใหญ่ รัฐบาลอัดฉีดหมื่นล้าน ช่วยชาวนาปี 2569/70
การประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ ด้านการผลิต ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน ได้ข้อสรุปแนวทางการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวครั้งสำคัญ เพื่อเตรียมนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน โดยเห็นชอบ 2 แนวทางหลัก ได้แก่
- โครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว (ไร่ละ 1,000 บาท)
- มาตรการรักษาเสถียรภาพด้านราคาและรายได้
ล็อกเป้า “ไร่ละ 1,000 บาท” ครัวเรือนละไม่เกิน 10 ไร่ รับเงินเต็มๆ 10,000 บาท
โครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว (ไร่ละ 1,000 บาท) ถือเป็นโครงการขวัญใจชาวนาทั่วประเทศ โดยเงื่อนไขปีการผลิต 2569/70 กำหนดไว้ดังนี้
- อัตราการช่วยเหลือ: ไร่ละ 1,000 บาท
- เกณฑ์การรับสิทธิ์: ช่วยเหลือครัวเรือนละไม่เกิน 10 ไร่ (สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาทต่อครัวเรือน)
- กลุ่มเป้าหมาย: เกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร ประมาณ 4.69 ล้านครัวเรือน
- กรอบวงเงินงบประมาณ: ประเมินไว้ที่ 40,000 ล้านบาท
ป้องกันราคาข้าวตก รัฐงัดมาตรการ “ประกันส่วนต่างราคา 50%” อัดฉีด ธ.ก.ส. จ่ายตรง
นอกจากเงินช่วยเหลือไร่ละพันแล้ว รัฐบาลยังเตรียมรับมือความผันผวนของราคาข้าวในตลาดโลก ด้วยมาตรการชดเชยส่วนต่างราคา หากราคาตลาดปรับตัวลดลงต่ำกว่าราคาประกันอ้างอิงในข้าว 5 ชนิด ได้แก่
- ข้าวหอมมะลิ
- ข้าวหอมมะลินอกพื้นที่
- ข้าวเหนียว
- ข้าวปทุมธานี
- ข้าวเจ้า
เกณฑ์การคำนวณเงินชดเชย
รัฐบาลจะคำนวณจาก "ราคาเฉลี่ยย้อนหลัง 7 วัน" จาก 3 แหล่งข้อมูลหลัก หากพบว่าราคาตลาดต่ำกว่าเกณฑ์อ้างอิง รัฐจะชดเชยส่วนต่างให้ 50% โดยโอนเงินตรงเข้าบัญชีเกษตรกรผ่าน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) คาดว่าใช้เงินงบประมาณ 20,000 – 40,000 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ราคาตลาดขณะนั้น
นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ ยังเตรียมเสนอแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในระยะยาวต่อ นบข. เช่น การพัฒนาพันธุ์ข้าวใหม่เพื่อสู้ตลาดโลก การลดการใช้น้ำ และการทำนาคาร์บอนต่ำเพื่อสร้างยั่งยืน
เปิด 2 ขั้นตอนสำคัญ! สิ่งที่เกษตรกรต้องทำทันที ก่อนพลาดสิทธิ์เงินไร่ละพัน
เพื่อป้องกันการเสียสิทธิหรือความล่าช้าในการโอนเงิน เกษตรกรผู้ปลูกข้าวทุกคนต้องดำเนินการเตรียมความพร้อมตามเกณฑ์ดังต่อไปนี้
1. ขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรปี 2569/70
เกษตรกรต้องแจ้งปรับปรุงข้อมูลหลังทำการเพาะปลูกแล้ว 15 – 60 วัน ผ่านช่องทาง
- แอปพลิเคชัน: Farmbook
- ระบบออนไลน์: e-Form บนเว็บไซต์ efarmer.doae.go.th
- ช่องทางออฟไลน์: ติดต่อสำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน
คำเตือนสำคัญ
- หากละเลยไม่ปรับปรุงข้อมูลติดต่อกัน เกิน 3 ปี ระบบจะตัดสิทธิ์และหมดสิทธิ์รับเงินเยียวยาหรือมาตรการช่วยเหลือจากรัฐบาลทันที!
- การขึ้นทะเบียนเกษตรกร ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น โปรดระวังมิจฉาชีพแอบอ้างส่ง SMS หรือลิงก์ปลอม ห้ามกดลิงก์แปลกปลอม และห้ามให้รหัส OTP หรือเลขบัญชีแก่บุคคลอื่นเด็ดขาด
2. ตรวจสอบบัญชี ธ.ก.ส. และผูกบัญชีพร้อมเพย์
- สถานะบัญชี: บัญชี ธ.ก.ส. ต้องมีสถานะปกติ (ไม่ถูกอายัด และมีการเคลื่อนไหว)
- การผูกพร้อมเพย์: แนะนำให้ ผูกบัญชีพร้อมเพย์ด้วยเลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก กับ ธ.ก.ส. เพื่อความรวดเร็วและแม่นยำในการรับโอนเงิน
- ช่องทางตรวจสอบสิทธิ์: สามารถกรอกเลขบัตรประชาชน 13 หลัก เพื่อเช็กสถานะการโอนเงินได้ที่เว็บไซต์ https://chongkho.inbaac.com ของ ธ.ก.ส.





