กรมทางหลวง อัปเดตน้ำท่วมขัง 13 จังหวัด ตัดขาด 8 จุดสำคัญในปราจีนบุรี กาญจนบุรี เพชรบุรี ฉะเชิงเทรา และระยอง เช็กเส้นทางเลี่ยงก่อนเดินทางได้ที่นี่!
กรมทางหลวง โดยศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ภัยพิบัติ รายงานสถานการณ์น้ำท่วมบนทางหลวงทั่วประเทศ ประจำวันที่ 12 ตุลาคม 2569 พบน้ำท่วมขัง ในพื้นที่ 13 จังหวัด รวมทั้งสิ้น 74 แห่ง โดยมี เส้นทางที่การจราจรผ่านไม่ได้จำนวน 8 แห่ง ในพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก แจ้งเตือนประชาชนเลี่ยงเส้นทางน้ำท่วมและตรวจสอบสถานการณ์ก่อนเดินทาง
สรุปภาพรวมสถานการณ์น้ำท่วมทางหลวงทั่วประเทศ
จากสถานการณ์ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังและน้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่ของประเทศไทย กรมทางหลวง ได้ทำการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์จราจรอย่างใกล้ชิดผ่านศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ภัยพิบัติ เพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนน
จากการสำรวจและรายงานสภาพการจราจรบนทางหลวงทั่วประเทศ ล่าสุด ณ วันที่ 12 ตุลาคม 2569 พบว่า มีทางหลวงที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย รวม 13 จังหวัด จำนวน 74 แห่ง โดยในจำนวนนี้มี 8 จุดสำคัญที่ไม่สามารถสัญจรผ่านได้ เนื่องจากระดับน้ำท่วมสูงและมีความเสี่ยงต่อความปลอดภัยในการเดินทาง
เปิดรายชื่อ 8 จุดทางหลวง "การจราจรผ่านไม่ได้" แยกรายจังหวัด
สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนเดินทางหรือจำเป็นต้องใช้เส้นทางในพื้นที่สุ่มเสี่ยง กรมทางหลวง ขอเน้นย้ำและแจ้งเตือนเส้นทางที่ไม่สามารถสัญจรผ่านได้จำนวน 8 แห่ง ใน 5 จังหวัด ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้
1. จังหวัดกาญจนบุรี (ผ่านไม่ได้ 1 แห่ง)
- ทางหลวงหมายเลข 3480 สายปลักประดู่ - ถ้ำธารลอด ช่วงกิโลเมตร กม.30+109 - กม.30+121 เกิดน้ำท่วมขังระดับสูงเนื่องจากน้ำป่าไหลหลาก รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านได้
2. จังหวัดเพชรบุรี (ผ่านไม่ได้ 1 แห่ง)
- ทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) สายสระพัง - เขาวัง ช่วงกิโลเมตร กม.135+500 - กม.135+500 มีน้ำท่วมขังพื้นผิวจราจร การจราจรถูกตัดขาดชั่วคราว โปรดหลีกเลี่ยงเส้นทาง
3. จังหวัดระยอง (ผ่านไม่ได้ 1 แห่ง)
- ทางหลวงหมายเลข 3145 สายบ้านเพ - ท่าเรือแกลง ช่วงกิโลเมตร กม.9+300 - กม.9+500 ระดับน้ำท่วมสูงบนผิวทาง รถเล็กและรถใหญ่ไม่สามารถผ่านได้
4. จังหวัดฉะเชิงเทรา (ผ่านไม่ได้ 1 แห่ง)
- ทางหลวงหมายเลข 304 สายฉะเชิงเทรา - เสม็ดเหนือ ช่วงกิโลเมตร กม.77+100 - กม.77+500 น้ำท่วมสูงข้ามสายทาง กระทบต่อการเดินทางไป-กลับระหว่างอำเภอ
5. จังหวัดปราจีนบุรี (ผ่านไม่ได้ 4 แห่ง)
จังหวัดปราจีนบุรีได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยมีเส้นทางตัดขาดถึง 4 จุด ดังนี้
- ทางหลวงหมายเลข 3076 สายบางหอย - วังขอน ช่วงกิโลเมตร กม.27+000 - กม.29+000
- ทางหลวงหมายเลข 3481 สายบางขนาก - ปราจีนบุรี ช่วงกิโลเมตร กม.26+000 - กม.27+500
- ทางหลวงหมายเลข 3481 สายบางขนาก - ปราจีนบุรี ช่วงกิโลเมตร กม.36+650 - กม.39+000
- ทางหลวงหมายเลข 3079 สายปราจีนบุรี - ศรีมหาโพธิ ช่วงกิโลเมตร กม.8+400 - กม.17+500 (ระยะทางท่วมยาวกว่า 9 กิโลเมตร)
กรมทางหลวงตรึงกำลัง 24 ชั่วโมง เร่งช่วยเหลือและอำนวยความสะดวก
ทั้งนี้ กรมทางหลวง ได้สั่งการให้สำนักงานทางหลวง และแขวงทางหลวงในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ จัดตั้งเจ้าหน้าที่ชุดเคลื่อนที่เร็ว พร้อมเครื่องจักรและอุปกรณ์ อำนวยความสะดวกด้านการจราจร ติดตั้งป้ายเตือน ป้ายแนะนำเส้นทางเลี่ยง รวมทั้งจัดตั้งสัญญาณไฟเตือนในจุดสุ่มเสี่ยงตลอด 24 ชั่วโมง
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้เข้าพื้นที่เพื่อช่วยเหลือประชาชนในการขนย้ายสิ่งของ และเตรียมความพร้อมในการเร่งระบายน้ำออกจากผิวทางทันทีที่ระดับน้ำในแม่น้ำหรือลำคลองสาขาลดระดับลง เพื่อคืนพื้นที่การจราจรให้ประชาชนสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกและปลอดภัยโดยเร็วที่สุด
ข้อแนะนำสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนในช่วงวิกฤตน้ำท่วม
เพื่อความปลอดภัยในการเดินทางช่วงฤดูฝนและอุทกภัย กรมทางหลวงขอความร่วมมือผู้ใช้รถใช้ถนนปฏิบัติตามข้อแนะนำดังนี้
- ตรวจสอบสภาพการจราจรก่อนออกเดินทาง ควรวางแผนการเดินทางล่วงหน้าและเช็กจุดน้ำท่วมบนทางหลวงเพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีปัญหา
- ปฏิบัติตามป้ายเตือนอย่างเคร่งครัด สังเกตป้ายเตือนน้ำท่วม ป้ายแนะนำเส้นทางเลี่ยง และสัญญาณจราจรจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่
- ห้ามฝืนขับรถลุยน้ำลึก หากพบเส้นทางที่มีน้ำท่วมขังสูงเกินขอบประตูรถ หรือกระแสน้ำไหลเชี่ยว ไม่ควรขับรถลุยไปโดยเด็ดขาด เนื่องจากอาจทำให้เครื่องยนต์ดับและเกิดอันตรายถึงชีวิตได้
- เพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ ลดความเร็วในการขับขี่ เว้นระยะห่างจากรถคันหน้ามากกว่าปกติ และเปิดไฟหน้ารถเมื่อฝนตกหนัก
ช่องทางการติดต่อสอบถามและขอความช่วยเหลือ
หากประชาชนต้องการสอบถามข้อมูลสภาพการจราจร เส้นทางเลี่ยง หรือต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉินบนทางหลวง สามารถติดต่อได้ตามช่องทางดังต่อไปนี้:
- สายด่วนกรมทางหลวง : โทร 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่าย ตลอด 24 ชั่วโมง)
- สายด่วนมอเตอร์เวย์ : โทร 1586 กด 7
- ตำรวจทางหลวง : โทร 1193 (ตลอด 24 ชั่วโมง)
- เว็บไซต์ ระบบบริหารจัดการภัยพิบัติ (HDMS)
กรมทางหลวง ขอส่งกำลังใจให้ผู้ประสบอุทกภัยทุกท่าน และขอให้ประชาชนเดินทางด้วยความระมัดระวังเพื่อความปลอดภัยสูงสุด





