รัฐบาลเอาจริง! สั่ง สบส. ลุยตรวจสถานดูแลผู้สูงอายุทั่วประเทศใน 2 เดือน คุมเข้ม 3 ด้านมาตรฐาน ขู่โทษหนักหากฝ่าฝืนหรือไร้ใบอนุญาต
รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจสั่งกระทรวงสาธารณสุข ยกระดับคุ้มครองผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิง หลังพบข้อร้องเรียนกักขัง-ทำร้าย มอบหมาย สบส. ร่วมกับ สสจ. ปูพรมตรวจเอกชน 1,203 แห่งทั่วประเทศให้เสร็จใน 2 เดือน คุมเข้ม 3 มาตรฐานหลัก “สถานที่-ความปลอดภัย-การบริการ” พร้อมเตือนโทษหนัก ลักลอบเปิดโดยไม่มีใบอนุญาต หรือรับดูแลผู้ป่วยจิตเวช มีโทษจำคุกและปรับสูงสุดหลักแสน
รัฐบาลเอาจริง แก้ปัญหาข้อร้องเรียนสถานดูแลผู้สูงอายุ
วันนี้ (11 ต.ค. 69) นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีการร้องเรียนเกี่ยวกับสถานดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงในเรื่องการกักขังและการทำร้ายร่างกายผู้รับบริการ รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีไม่ได้นิ่งนอนใจต่อปัญหาดังกล่าวอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงเป็นกลุ่มเปราะบางที่ต้องได้รับการดูแลด้วยความใส่ใจ ปลอดภัย และมีคุณภาพ
เพื่อแก้ไขปัญหาและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ละเมิดสิทธิหรือการกระทำผิดกฎหมายขึ้นอีก รัฐบาลจึงได้มอบหมายให้ กระทรวงสาธารณสุข เข้ามากำกับดูแล คุมเข้มมาตรฐาน และส่งเสริมการดำเนินงานของสถานประกอบการให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ตามใบอนุญาตประกอบกิจการ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคด้านระบบบริการสุขภาพอย่างเคร่งครัด พร้อมสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนและครอบครัวว่าผู้สูงอายุจะได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมที่สุด
สธ. ขานรับนโยบาย สั่งปูพรมตรวจ 1,203 แห่งทั่วไทยใน 2 เดือน
ด้าน นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ขานรับและสานต่อนโยบายรัฐบาลอย่างเร่งด่วน โดยมีคำสั่งกำชับให้ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ทั้งในส่วนกลาง และศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพทั้ง 12 แห่งทั่วประเทศ ผสานกำลังร่วมกับ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ลงพื้นที่กำกับ ติดตาม และตรวจประเมินสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ประเภทกิจการการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงอย่างเข้มงวด
ปัจจุบัน ประเทศไทยมีสถานดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องกับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) รวมทั้งสิ้น 1,203 แห่งทั่วประเทศ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้สั่งการให้ทีมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ปูพรมตรวจประเมินสถานดูแลผู้สูงอายุทุกแห่ง ให้แล้วเสร็จภายในกรอบระยะเวลา 2 เดือน เพื่อตรวจสอบคุณภาพบริการและความปลอดภัยให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด
เปิดเกณฑ์คุมเข้ม 3 ด้านมาตรฐานสถานดูแลผู้สูงอายุ
การลงพื้นที่ตรวจประเมินสถานประกอบการประเภทการดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงในครั้งนี้ จะเน้นย้ำการตรวจประเมินตาม กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานด้านสถานที่ ความปลอดภัย และการให้บริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพประเภทกิจการการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง พ.ศ. 2563 โดยแบ่งออกเป็น 3 ด้านหลัก ดังนี้
1. มาตรฐานด้านสถานที่ (Premises Standard)
สถานประกอบการต้องมีสภาพแวดล้อมที่สะอาด ถูกสุขลักษณะ และปลอดภัยต่อการอยู่อาศัย มีการออกแบบทางเข้า-ออก และพื้นที่ให้บริการที่รองรับการเคลื่อนไหวของผู้สูงอายุหรือผู้ใช้วีลแชร์ได้อย่างสะดวก รวมถึงมีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตอย่างครบถ้วน
2. มาตรฐานด้านความปลอดภัย (Safety Standard)
ต้องมีระบบป้องกันและระงับเหตุฉุกเฉินที่ใช้งานได้จริง เช่น ระบบเตือนภัยสัญญาณควัน อุปกรณ์ดับเพลิง อุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ตลอดจนมีมาตรการคุ้มครองความปลอดภัยของผู้รับบริการตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุหรืออันตรายที่ไม่คาดคิด
3. มาตรฐานด้านการให้บริการ (Service Standard)
ต้องจัดระบบการดูแลผู้สูงอายุที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ มีบุคลากร เจ้าหน้าที่ และผู้ให้บริการ (Caregiver/Nursing Aide) ที่ผ่านการอบรมและมีคุณสมบัติตรงตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงต้องให้บริการอยู่ภายในขอบเขตของกิจการที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ห้ามให้บริการเกินกว่าประเภทใบอนุญาตที่ได้รับ
เตือนโทษหนัก! เปิดเตียงกักขัง-รับรักษาผู้ป่วยจิตเวชโดยไม่ได้รับอนุญาต
นอกจากนี้ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวย้ำเตือนผู้ประกอบการและสถานดูแลผู้สูงอายุทั่วประเทศว่า รัฐบาลจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดหากพบการฝ่าฝืน โดยมีโทษทางอาญาตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
1. การฝ่าฝืนพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559
- บทลงโทษ จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
2. การลักลอบรับผู้ป่วยจิตเวชเข้ารักษา (เข้าข่ายประกอบกิจการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต)
- หากสถานดูแลผู้สูงอายุมีการรับดูแลหรือรักษาผู้ป่วยจิตเวช ซึ่งถือเป็นการดำเนินงานในลักษณะสถานพยาบาลโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล จะมีความผิดตาม พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541
- บทลงโทษ จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
สร้างความเชื่อมั่น มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุไทย
การดำเนินมาตรการกวาดล้างและตรวจประเมินสถานดูแลผู้สูงอายุทั่วประเทศในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขในการจัดระเบียบสถานดูแลผู้สูงอายุเอกชน ให้มีมาตรฐานเทียบเท่าระดับสากล ไม่เพียงแต่จะช่วยขจัดสถานประกอบการที่ไม่ได้รับอนุญาตหรือแอบอ้างให้บริการ แต่ยังช่วยยกระดับความมั่นใจให้แก่ครอบครัวผู้สูงอายุทั่วประเทศว่า บุตรหลานจะสามารถส่งผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงเข้ารับการดูแลได้อย่างปลอดภัย ไร้กังวลเรื่องการละเมิดสิทธิหรือการทำร้ายร่างกาย
ประชาชนหรือผู้พบเห็นเบาะแสสถานดูแลผู้สูงอายุที่ไม่ได้รับอนุญาต หรือมีการดูแลที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่ได้ทันที





