วันพฤหัสบดี ที่ 8 ตุลาคม 2569

Login
Login

เช็ก 3 เขื่อน EEC ปริมาณน้ำพุ่งเกินความจุ รับมืออากาศแปรปรวน

สทนช. เฝ้าระวัง 3 เขื่อนหลัก EEC บางพระ-หนองปลาไหล-ประแสร์ น้ำพุ่งสูง 84-106% เตือนประชาชนรับมืออากาศแปรปรวน ฝนตกหนักช่วง 9-13 ต.ค. นี้

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) รายงานสรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศไทย ประจำวันที่ 8 ตุลาคม 2569 เผยปริมาณน้ำกักเก็บในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศพุ่งสูงถึง 82% พร้อมออกประกาศเตือนประชาชนเตรียมรับมือสภาพอากาศแปรปรวน มีฝนตกหนักถึงหนักมาก ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตก ในช่วงวันที่ 9 - 13 ตุลาคม 2569 นี้ ขณะที่สถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาและอ่างเก็บน้ำภาคตะวันออกยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

รายงานฝนสูงสุดรายภาค ยะลาอ่วม ฝนตกหนักสุด 113 มม.

จากข้อมูลการวัดปริมาณน้ำฝนสะสมสูงสุดในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา รายภาคพบว่า

  • ภาคใต้ จ.ยะลา วัดปริมาณฝนสูงสุดได้ถึง 113 มิลลิเมตร
  • ภาคเหนือ จ.พิษณุโลก วัดได้ 80 มิลลิเมตร
  • ภาคตะวันตก จ.ราชบุรี วัดได้ 56 มิลลิเมตร
  • ภาคตะวันออก จ.ฉะเชิงเทรา วัดได้ 55 มิลลิเมตร
  • ภาคกลาง จ.สมุทรสาคร วัดได้ 28 มิลลิเมตร
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.อำนาจเจริญ วัดได้ 23 มิลลิเมตร

ภาคใต้ฝนตกหนัก ยอดฝนประเทศไทยตอนบนเริ่มลดลง

สภาพอากาศในวันนี้ (8 ต.ค. 69) ภาพรวมประเทศไทยตอนบนมีปริมาณฝนลดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นบางพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณด้านตะวันตกของภาคเหนือ ภาคกลาง และตอนล่างของภาคตะวันออก ในขณะที่ภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง

สภาพอากาศคาดการณ์ (9 - 13 ต.ค. 69)

สทนช. แจ้งเตือนช่วงวันที่ 9 - 13 ตุลาคม 2569 ประเทศไทยจะประสบกับสภาพอากาศแปรปรวนและมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยจะมีลักษณะของ

  1. ฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักถึงหนักมาก ในระยะแรก
  2. ลมกระโชกแรง ฟ้าผ่า และลูกเห็บตก ในบางพื้นที่
  3. หลังจากผ่านพ้นช่วงดังกล่าว ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนลดลงอย่างต่อเนื่อง
  4. ภาคใต้ ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก

สรุปปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ น้ำรวมแตะ 82% ของความจุ

สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำภาพรวมทั่วประเทศอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างสูง มีรายละเอียดดังนี้

  • ปริมาณน้ำรวม 66,058 ล้านลูกบาศก์เมตร (คิดเป็น 82% ของความจุเก็บกัก)
  • ปริมาณน้ำใช้การได้ 41,937 ล้านลูกบาศก์เมตร (คิดเป็น 74% ของความจุใช้การ)

เจาะลึกปริมาณน้ำอ่างเก็บน้ำแยกรายภาค

  • ภาคตะวันตก (เกณฑ์สูงมาก): ปริมาณน้ำ 27,182 ล้าน ลบ.ม. (96%)
  • ภาคตะวันออก (เกณฑ์สูง): ปริมาณน้ำ 2,787 ล้าน ลบ.ม. (88%)
  • ภาคกลาง: ปริมาณน้ำ 1,464 ล้าน ลบ.ม. (78%)
  • ภาคเหนือ: ปริมาณน้ำ 20,796 ล้าน ลบ.ม. (75%)
  • ภาคใต้: ปริมาณน้ำ 5,366 ล้าน ลบ.ม. (70%)
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: ปริมาณน้ำ 8,463 ล้าน ลบ.ม. (70%)

เกาะติดสถานการณ์น้ำ ลุ่มน้ำเจ้าพระยา (8 ต.ค. 69)

จากการตรวจวัดเมื่อเวลา 06.00 น. สถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยามีแนวโน้มดีขึ้น ระดับน้ำในสถานีวัดน้ำหลักเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง

  • สถานี P.17 อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ ปัจจุบันมีระดับน้ำ 35.65 ม.รทก. (ต่ำกว่าตลิ่ง 2.60 ม.) มีแนวโน้มลดลง
  • สถานี N.67 อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ ปัจจุบันมีระดับน้ำ 25.73 ม.รทก. (ต่ำกว่าตลิ่ง 2.48 ม.) มีแนวโน้มลดลง
  • สถานี C.2 อ.เมืองนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ ปัจจุบันมีปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 2,009 ลบ.ม. ต่อวินาที ระดับน้ำ 22.76 ม.รทก. (ต่ำกว่าตลิ่ง 2.94 ม.) ระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา 2,350 ลบ.ม. ต่อวินาที โดยมีระดับน้ำเหนือเขื่อน +16.05 ม.รทก. และระดับน้ำท้ายเขื่อน +15.58 ม.รทก.

การบริหารจัดการน้ำ เขื่อนเจ้าพระยา

เขื่อนเจ้าพระยามีการปรับการระบายน้ำอยู่ที่ 2,350 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยมีระดับน้ำบริเวณหน้าเขื่อน (เหนือเขื่อน) อยู่ที่ +16.05 ม.รทก. และระดับน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ +15.58 ม.รทก. เพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่ทะเลและเตรียมรองรับมวลน้ำจากสภาพอากาศแปรปรวนในช่วงสัปดาห์หน้า

วิกฤตน้ำภาคตะวันออก 3 เขื่อนหลัก EEC ปริมาณน้ำเฉียดเต็มความจุ

พื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ครอบคลุมจังหวัดชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา กำลังเผชิญกับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำหลักที่อยู่ในเกณฑ์สูงมากถึงล้นความจุ ซึ่งต้องได้รับการบริหารจัดการอย่างระมัดระวังเพื่อป้องกันผลกระทบต่อพื้นที่เศรษฐกิจและชุมชน

  1. อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล (จ.ระยอง) ปริมาณน้ำเกินความจุที่ 106% (ปริมาณน้ำ 174 ล้านลูกบาศก์เมตร)
  2. อ่างเก็บน้ำประแสร์ (จ.ระยอง) ปริมาณน้ำสูงถึง 96% (ปริมาณน้ำ 283 ล้านลูกบาศก์เมตร)
  3. อ่างเก็บน้ำบางพระ (จ.ชลบุรี) ปริมาณน้ำอยู่ที่ 84% (ปริมาณน้ำ 98 ล้านลูกบาศก์เมตร)

ข้อแนะนำและการเตรียมพร้อมรับมือ

สทนช. และกรมอุตุนิยมวิทยา ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย โดยเฉพาะบริเวณภาคใต้ ภาคเหนือตอนบน และพื้นที่รองรับน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา เฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ดังนี้

  • พื้นที่เสี่ยงฝนตกหนัก (9 - 13 ต.ค.) ระวังอันตรายจากลมกระโชกแรง ฟ้าผ่า และลูกเห็บตก ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง
  • เกษตรกร ควรเตรียมการป้องกันความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะสวนผลไม้และพืชไร่ในพื้นที่ภาคใต้และภาคตะวันออก
  • ประชาชนท้ายเขื่อน ติดตามประกาศการปรับเพิ่ม-ลดการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ริมแม่น้ำ