สทนช. เตือนไทยรับมืออากาศแปรปรวน มรสุมถล่มฝนตกหนักถึงหนักมาก เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน ดินโคลนถล่ม และน้ำล้นตลิ่ง 10-12 ต.ค. นี้ เช็กพื้นที่เสี่ยงด่วน!
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ติดตามการคาดการณ์สภาพอากาศ พบว่าความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับร่องมรสุมจะพาดผ่านภาคใต้ตอนบน ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยจะมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีลักษณะของฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
ทั้งนี้ สทนช. ได้ประเมินวิเคราะห์สถานการณ์น้ำตามฝนคาดการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) และการคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลากและพื้นที่เสี่ยงดินโคลนถล่มบริเวณพื้นที่ต้นน้ำ จากกรมทรัพยากรน้ำและกรมทรัพยากรธรณี พบว่ามีพื้นที่เสี่ยงต้องเฝ้าระวัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขังในเขตชุมชนเมืองที่เกิดน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำ เนื่องจากระบายน้ำไม่ทัน ในช่วงวันที่ 10 - 12 ตุลาคม 2569 ดังนี้
พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม
ภาคเหนือ
- จังหวัดน่าน ได้แก่ พื้นที่อำเภอทุ่งช้าง
ภาคกลาง
- กรุงเทพมหานคร ได้แก่ พื้นที่เขตหนองแขม บางแค และบางบอน
- จังหวัดสมุทรสาคร ได้แก่ พื้นที่อำเภอกระทุ่มแบน
ภาคตะวันออก
- จังหวัดระยอง ได้แก่ พื้นที่อำเภอเมืองระยอง และแกลง
- จังหวัดจันทบุรี ได้แก่ พื้นที่อำเภอนายายอาม ท่าใหม่ ขลุง และมะขาม
- จังหวัดตราด ได้แก่ พื้นที่อำเภอเมืองตราด คลองใหญ่ เขาสมิง และบ่อไร่
ภาคตะวันตก
- จังหวัดสมุทรสงคราม ได้แก่ พื้นที่อำเภอเมืองสมุทรสงคราม อัมพวา และบางคนที
- จังหวัดกาญจนบุรี ได้แก่ พื้นที่อำเภอเมืองกาญจนบุรี ไทรโยค และด่านมะขามเตี้ย
- จังหวัดราชบุรี ได้แก่ พื้นที่อำเภอเมืองราชบุรี จอมบึง ปากท่อ บ้านคา และสวนผึ้ง
- จังหวัดเพชรบุรี ได้แก่ พื้นที่อำเภอเมืองเพชรบุรี ชะอำ หนองหญ้าปล้อง บ้านลาด ท่ายาง เขาย้อย แก่งกระจาน และบ้านแหลม
- จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้แก่ พื้นที่อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ กุยบุรี สามร้อยยอด หัวหิน ปราณบุรี ทับสะแก และบางสะพาน
ภาคใต้
- จังหวัดชุมพร ได้แก่ พื้นที่อำเภอเมืองชุมพร ปะทิว พะโต๊ะ หลังสวน ละแม ทุ่งตะโก ท่าแซะ และสวี
- จังหวัดระนอง ได้แก่ พื้นที่อำเภอเมืองระนอง ละอุ่น กระบุรี และกะเปอร์
- จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้แก่ พื้นที่อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี พนม ดอนสัก เกาะพะงัน เกาะสมุย บ้านตาขุน บ้านนาสาร เคียนซา กาญจนดิษฐ์ เวียงสระ ท่าชนะ พระแสง ชัยบุรี และวิภาวดี
- จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้แก่ พื้นที่อำเภอช้างกลาง สิชล ทุ่งสง ขนอม ทุ่งใหญ่ ฉวาง บางขัน ลานสกา นาบอน พรหมคีรี และพิปูน
- จังหวัดพังงา ได้แก่ พื้นที่อำเภอเมืองพังงา ทับปุด ตะกั่วป่า กะปง ตะกั่วทุ่ง คุระบุรี และท้ายเหมือง
- จังหวัดภูเก็ต ได้แก่ พื้นที่อำเภอเมืองภูเก็ต ถลาง และกะทู้
- จังหวัดกระบี่ ได้แก่ พื้นที่อำเภอเมืองกระบี่ เหนือคลอง คลองท่อม ปลายพระยา อ่าวลึก เกาะลันตา ลำทับ และเขาพนม
- จังหวัดตรัง ได้แก่ พื้นที่อำเภอเมืองตรัง กันตัง ห้วยยอด ย่านตาขาว วังวิเศษ สิเกา ปะเหลียน และหาดสำราญ
- จังหวัดพัทลุง ได้แก่ พื้นที่อำเภอป่าบอน กงหรา เมืองพัทลุง ศรีบรรพต และตะโหมด
- จังหวัดสตูล ได้แก่ พื้นที่อำเภอเมืองสตูล ละงู มะนัง ควนกาหลง ควนโดน ทุ่งหว้า และท่าแพ
- จังหวัดสงขลา ได้แก่ พื้นที่อำเภอหาดใหญ่ สะเดา คลองหอยโข่ง รัตภูมิ นาทวี จะนะ เทพา และสะบ้าย้อย
- จังหวัดยะลา ได้แก่ พื้นที่อำเภอยะหา กาบัง เมืองยะลา รามัน กรงปินัง บันนังสตา เบตง และธารโต
- จังหวัดนราธิวาส ได้แก่ พื้นที่อำเภอเมืองนราธิวาส เจาะไอร้อง รือเสาะ สุไหงปาดี ตากใบ ศรีสาคร จะแนะ แว้ง ยี่งอ บาเจาะ ระแงะ สุไหงโก-ลก และสุคิริน
จับตาอ่างเก็บน้ำวิกฤต ปริมาณน้ำเกิน 80% ของความจุ
นอกจากพื้นที่เสี่ยงฝนตกหนักแล้ว สทนช. ยังได้สั่งการให้เฝ้าระวัง อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ที่มีปริมาณน้ำเกินร้อยละ 80 ของความจุเก็บกัก ซึ่งมีความเสี่ยงต้องเร่งบริหารจัดการน้ำเพื่อรองรับปริมาณน้ำฝนใหม่ ได้แก่
- อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล จ.ระยอง
- อ่างเก็บน้ำประแสร์ จ.ระยอง
- อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา จ.ปราจีนบุรี
- อ่างเก็บน้ำวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี
- อ่างเก็บน้ำศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี
- อ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี
- อ่างเก็บน้ำปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์
รวมถึงอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและขนาดเล็กในพื้นที่ จ.น่าน ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง สุราษฎร์ธานี กระบี่ และตรัง
เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มฉับพลันและน้ำล้นตลิ่ง
สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณริมแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขา ให้เตรียมพร้อมรับมือระดับน้ำที่อาจเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ โดยเฉพาะบริเวณ
- แม่น้ำปราจีนบุรี (จ.ปราจีนบุรี)
- แม่น้ำบางปะกง (จ.ฉะเชิงเทรา)
- คลองพระสะทึง และ คลองพระปรง (จ.สระแก้ว)
- แม่น้ำจันทบุรี (จ.จันทบุรี)
- แม่น้ำตราด (จ.ตราด)
- แม่น้ำเพชรบุรี (จ.เพชรบุรี)
- แม่น้ำแควน้อย และ แม่น้ำแควใหญ่ (จ.กาญจนบุรี)
- คลองบางสะพาน (จ.ประจวบคีรีขันธ์)
- แม่น้ำสายบุรี และ แม่น้ำโก-ลก (จ.นราธิวาส)
มาตรการสั่งการด่วนถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เพื่อเป็นการรับมือและลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน สทนช. ได้ประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันอย่างเคร่งครัด 4 ข้อ ดังนี้
- ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เน้นย้ำพื้นที่ที่มีฝนตกสะสมมากกว่า 90 มิลลิเมตร ในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง และจุดเสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซาก
- ตรวจสอบและพร่องน้ำ ตรวจสอบแนวคันกั้นน้ำริมแม่น้ำ เร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ และปรับการบริหารจัดการน้ำในแหล่งเก็บกัก ประตูระบายน้ำ และเขื่อนต่างๆ ให้สอดคล้องกันตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยคำนึงถึงอิทธิพลของน้ำทะเลหนุน
- เตรียมพร้อมเครื่องมือและกำลังพล จัดเตรียมเครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ เครื่องมือขุดลอกท่อระบายน้ำ และกำลังเจ้าหน้าที่ให้พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง
- แจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้า ประชาสัมพันธ์ข้อมูลสถานการณ์น้ำให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงทราบล่วงหน้า เพื่อเตรียมความพร้อมในการอพยพและเคลื่อนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงได้อย่างทันท่วงที
ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยควรรักษาการติดต่อสื่อสาร ติดตามประกาศเตือนภัยจากทางราชการอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินในช่วงวันที่ 10-12 ตุลาคมนี้





