วันพฤหัสบดี ที่ 8 ตุลาคม 2569

Login
Login

มรสุมถล่มไทย สทนช. สั่งเฝ้าระวังน้ำหลาก - น้ำล้นตลิ่ง 10-12 ต.ค. นี้

สทนช. เตือนไทยรับมืออากาศแปรปรวน มรสุมถล่มฝนตกหนักถึงหนักมาก เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน ดินโคลนถล่ม และน้ำล้นตลิ่ง 10-12 ต.ค. นี้ เช็กพื้นที่เสี่ยงด่วน!

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ติดตามการคาดการณ์สภาพอากาศ พบว่าความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับร่องมรสุมจะพาดผ่านภาคใต้ตอนบน ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยจะมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีลักษณะของฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง

ทั้งนี้ สทนช. ได้ประเมินวิเคราะห์สถานการณ์น้ำตามฝนคาดการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) และการคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลากและพื้นที่เสี่ยงดินโคลนถล่มบริเวณพื้นที่ต้นน้ำ จากกรมทรัพยากรน้ำและกรมทรัพยากรธรณี พบว่ามีพื้นที่เสี่ยงต้องเฝ้าระวัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขังในเขตชุมชนเมืองที่เกิดน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำ เนื่องจากระบายน้ำไม่ทัน ในช่วงวันที่ 10 - 12 ตุลาคม 2569 ดังนี้

พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม

ภาคเหนือ

  • จังหวัดน่าน ได้แก่ พื้นที่อำเภอทุ่งช้าง

ภาคกลาง

  • กรุงเทพมหานคร ได้แก่ พื้นที่เขตหนองแขม บางแค และบางบอน
  • จังหวัดสมุทรสาคร ได้แก่ พื้นที่อำเภอกระทุ่มแบน

ภาคตะวันออก

  • จังหวัดระยอง ได้แก่ พื้นที่อำเภอเมืองระยอง และแกลง
  • จังหวัดจันทบุรี ได้แก่ พื้นที่อำเภอนายายอาม ท่าใหม่ ขลุง และมะขาม
  • จังหวัดตราด ได้แก่ พื้นที่อำเภอเมืองตราด คลองใหญ่ เขาสมิง และบ่อไร่

ภาคตะวันตก

  • จังหวัดสมุทรสงคราม ได้แก่ พื้นที่อำเภอเมืองสมุทรสงคราม อัมพวา และบางคนที
  • จังหวัดกาญจนบุรี ได้แก่ พื้นที่อำเภอเมืองกาญจนบุรี ไทรโยค และด่านมะขามเตี้ย
  • จังหวัดราชบุรี ได้แก่ พื้นที่อำเภอเมืองราชบุรี จอมบึง ปากท่อ บ้านคา และสวนผึ้ง
  • จังหวัดเพชรบุรี ได้แก่ พื้นที่อำเภอเมืองเพชรบุรี ชะอำ หนองหญ้าปล้อง บ้านลาด ท่ายาง เขาย้อย แก่งกระจาน และบ้านแหลม
  • จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้แก่ พื้นที่อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ กุยบุรี สามร้อยยอด หัวหิน ปราณบุรี ทับสะแก และบางสะพาน


 

ภาคใต้

  • จังหวัดชุมพร ได้แก่ พื้นที่อำเภอเมืองชุมพร ปะทิว พะโต๊ะ หลังสวน ละแม ทุ่งตะโก ท่าแซะ และสวี
  • จังหวัดระนอง ได้แก่ พื้นที่อำเภอเมืองระนอง ละอุ่น กระบุรี และกะเปอร์
  • จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้แก่ พื้นที่อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี พนม ดอนสัก เกาะพะงัน เกาะสมุย บ้านตาขุน บ้านนาสาร เคียนซา กาญจนดิษฐ์ เวียงสระ ท่าชนะ พระแสง ชัยบุรี และวิภาวดี
  • จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้แก่ พื้นที่อำเภอช้างกลาง สิชล ทุ่งสง ขนอม ทุ่งใหญ่ ฉวาง บางขัน ลานสกา นาบอน พรหมคีรี และพิปูน
  • จังหวัดพังงา ได้แก่ พื้นที่อำเภอเมืองพังงา ทับปุด ตะกั่วป่า กะปง ตะกั่วทุ่ง คุระบุรี และท้ายเหมือง
  • จังหวัดภูเก็ต ได้แก่ พื้นที่อำเภอเมืองภูเก็ต ถลาง และกะทู้
  • จังหวัดกระบี่ ได้แก่ พื้นที่อำเภอเมืองกระบี่ เหนือคลอง คลองท่อม ปลายพระยา อ่าวลึก เกาะลันตา ลำทับ และเขาพนม
  • จังหวัดตรัง ได้แก่ พื้นที่อำเภอเมืองตรัง กันตัง ห้วยยอด ย่านตาขาว วังวิเศษ สิเกา ปะเหลียน และหาดสำราญ
  • จังหวัดพัทลุง ได้แก่ พื้นที่อำเภอป่าบอน กงหรา เมืองพัทลุง ศรีบรรพต และตะโหมด
  • จังหวัดสตูล ได้แก่ พื้นที่อำเภอเมืองสตูล ละงู มะนัง ควนกาหลง ควนโดน ทุ่งหว้า และท่าแพ
  • จังหวัดสงขลา ได้แก่ พื้นที่อำเภอหาดใหญ่ สะเดา คลองหอยโข่ง รัตภูมิ นาทวี จะนะ เทพา และสะบ้าย้อย
  • จังหวัดยะลา ได้แก่ พื้นที่อำเภอยะหา กาบัง เมืองยะลา รามัน กรงปินัง บันนังสตา เบตง และธารโต
  • จังหวัดนราธิวาส ได้แก่ พื้นที่อำเภอเมืองนราธิวาส เจาะไอร้อง รือเสาะ สุไหงปาดี ตากใบ ศรีสาคร จะแนะ แว้ง ยี่งอ บาเจาะ ระแงะ สุไหงโก-ลก และสุคิริน

จับตาอ่างเก็บน้ำวิกฤต ปริมาณน้ำเกิน 80% ของความจุ

นอกจากพื้นที่เสี่ยงฝนตกหนักแล้ว สทนช. ยังได้สั่งการให้เฝ้าระวัง อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ที่มีปริมาณน้ำเกินร้อยละ 80 ของความจุเก็บกัก ซึ่งมีความเสี่ยงต้องเร่งบริหารจัดการน้ำเพื่อรองรับปริมาณน้ำฝนใหม่ ได้แก่

  1. อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล จ.ระยอง
  2. อ่างเก็บน้ำประแสร์ จ.ระยอง
  3. อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา จ.ปราจีนบุรี
  4. อ่างเก็บน้ำวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี
  5. อ่างเก็บน้ำศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี
  6. อ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี
  7. อ่างเก็บน้ำปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

รวมถึงอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและขนาดเล็กในพื้นที่ จ.น่าน ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง สุราษฎร์ธานี กระบี่ และตรัง

เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มฉับพลันและน้ำล้นตลิ่ง

สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณริมแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขา ให้เตรียมพร้อมรับมือระดับน้ำที่อาจเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ โดยเฉพาะบริเวณ

  • แม่น้ำปราจีนบุรี (จ.ปราจีนบุรี)
  • แม่น้ำบางปะกง (จ.ฉะเชิงเทรา)
  • คลองพระสะทึง และ คลองพระปรง (จ.สระแก้ว)
  • แม่น้ำจันทบุรี (จ.จันทบุรี)
  • แม่น้ำตราด (จ.ตราด)
  • แม่น้ำเพชรบุรี (จ.เพชรบุรี)
  • แม่น้ำแควน้อย และ แม่น้ำแควใหญ่ (จ.กาญจนบุรี)
  • คลองบางสะพาน (จ.ประจวบคีรีขันธ์)
  • แม่น้ำสายบุรี และ แม่น้ำโก-ลก (จ.นราธิวาส)

มาตรการสั่งการด่วนถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เพื่อเป็นการรับมือและลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน สทนช. ได้ประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันอย่างเคร่งครัด 4 ข้อ ดังนี้

  1. ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เน้นย้ำพื้นที่ที่มีฝนตกสะสมมากกว่า 90 มิลลิเมตร ในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง และจุดเสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซาก
  2. ตรวจสอบและพร่องน้ำ ตรวจสอบแนวคันกั้นน้ำริมแม่น้ำ เร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ และปรับการบริหารจัดการน้ำในแหล่งเก็บกัก ประตูระบายน้ำ และเขื่อนต่างๆ ให้สอดคล้องกันตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยคำนึงถึงอิทธิพลของน้ำทะเลหนุน
  3. เตรียมพร้อมเครื่องมือและกำลังพล จัดเตรียมเครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ เครื่องมือขุดลอกท่อระบายน้ำ และกำลังเจ้าหน้าที่ให้พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง
  4. แจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้า ประชาสัมพันธ์ข้อมูลสถานการณ์น้ำให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงทราบล่วงหน้า เพื่อเตรียมความพร้อมในการอพยพและเคลื่อนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงได้อย่างทันท่วงที

ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยควรรักษาการติดต่อสื่อสาร ติดตามประกาศเตือนภัยจากทางราชการอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินในช่วงวันที่ 10-12 ตุลาคมนี้

มรสุมถล่มไทย สทนช. สั่งเฝ้าระวังน้ำหลาก - น้ำล้นตลิ่ง 10-12 ต.ค. นี้