กรมชลประทาน อัปเดตสถานการณ์น้ำเขื่อนเจ้าพระยา แนวโน้มลดลง ระบายน้ำเหลือ 2,350 ลบ.ม./วินาที จับตาฝนใหม่เติม 9-13 ต.ค.69 กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนฝนตกหนัก ลมแรง ลูกเห็บตก
วันนี้ 8 ตุลาคม 2569 เวลา 08.00 น. กรมชลประทาน อัปเดตสถานการณ์น้ำเขื่อนเจ้าพระยา แนวโน้มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเริ่มทรงตัวและลดลงต่อเนื่อง โดยปรับลดการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา เหลือที่ระดับ 2,350 ลบ.ม./วินาที
จับตาประเทศไทยกำลังเผชิญสภาพอากาศแปรปรวน ที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ล่าสุด กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศล่าสุด ฉบับที่ 3 เตือนฝนตกหนักมาก ช่วงวันที่ 9-13 ต.ค.69 จะเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมแรง ลูกเห็บตก เปิดเช็กลิสต์ 46 จังหวัดเสี่ยงภัยทั่วประเทศ รวมกรุงเทพฯ และปริมณฑล ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือภาวะน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก
สแกนตัวเลขสถานการณ์น้ำเจ้าพระยา 8 ต.ค.69 สัญญาณชะลอตัว แต่ห้ามประมาท!
รายงานสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา โดยกรมชลประทาน ประจำวันที่ 8 ตุลาคม 2569 เวลา 08.00 น. สะท้อนให้เห็นว่าปริมาณน้ำไหลผ่านในระบบชลประทานเริ่มมีทิศทางปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อเตรียมพื้นที่รองรับมวลน้ำฝนชุดใหม่ที่จะเข้ามาในอีกไม่กี่วันข้างหน้า โดยมีตัวเลขสำคัญดังนี้
- สถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์: ปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 2,009 ลูกบาศก์เมตร/วินาที
- สถานี C.13 เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท: ปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 2,350 ลูกบาศก์เมตร/วินาที
- ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา: อยู่ที่ +16.05 เมตร รทก. (ระดับน้ำทะเลปานกลาง) โดยมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง
การบริหารจัดการน้ำเข้าสู่ระบบชลประทาน: กรมชลประทานได้ปรับลดการรับน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานทั้งฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออก เหลือรวมเพียง 387 ลูกบาศก์เมตร/วินาที
เฝ้าระวังฝนใหม่ สภาพอากาศแปรปรวนทั่วไทย 9–13 ต.ค.
กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศเตือนฉบับที่ 3 ระบุถึงปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยาที่เกิดจาก "ความกดอากาศสูง" (มวลอากาศเย็น) จากประเทศจีน แผ่ซ่านลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ในขณะที่ "ร่องมรสุม" ยังคงพาดผ่านภาคใต้ตอนบน ร่วมกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน
กระทบต่อสภาพอากาศประเทศไทยจะมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีลักษณะของฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก ฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมขังได้ รวมทั้งควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง
เปิดแผนที่เสี่ยงภัย 46 จังหวัด เช็กรายวัน 9–13 ต.ค. พื้นที่ไหนโดนหนักสุด?
วันที่ 9 ตุลาคม 2569 เริ่มปะทะฝนตกหนัก
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน): อำนาจเจริญ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี
- ภาคตะวันออก: จันทบุรี ตราด
- ภาคใต้: เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา
วันที่ 10 ตุลาคม 2569 ฝนหนักหลายภาค รวม กทม.-ปริมณฑล
พื้นที่ฝนตกหนักมาก: ระยอง จันทบุรี ตราด
พื้นที่ฝนหนัก
- ภาคเหนือ: เพชรบูรณ์, กำแพงเพชร, ตาก
- ภาคอีสาน: ชัยภูมิ, นครราชสีมา, บุรีรัมย์
- ภาคกลาง: ลพบุรี, สระบุรี, นครสวรรค์, ชัยนาท, สิงห์บุรี, อ่างทอง, พระนครศรีอยุธยา, อุทัยธานี, สุพรรณบุรี, นครปฐม, กาญจนบุรี, ราชบุรี, สมุทรสาคร, สมุทรสงคราม รวมกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
- ภาคตะวันออก: นครนายก, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี
- ภาคใต้: เพชรบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, พัทลุง, สงขลา, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต, กระบี่, ตรัง
วันที่ 11 ตุลาคม 2569 มรสุมลากยาว ฝนตกหนักถึงหนักมากต่อเนื่อง
พื้นที่ฝนตกหนักมาก: เพชรบุรี, ประจวบคีรีขันธ์
พื้นที่ฝนตกหนัก
- ภาคเหนือ: กำแพงเพชร, ตาก
- ภาคกลาง: อุทัยธานี, สุพรรณบุรี, กาญจนบุรี, ราชบุรี, นครปฐม, สมุทรสาคร, สมุทรสงคราม รวมกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
- ภาคตะวันออก: ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด
- ภาคใต้: ชุมพร, นครศรีธรรมราช, พัทลุง, สงขลา, นราธิวาส, ระนอง, กระบี่, ตรัง, สตูล
วันที่ 12–13 ตุลาคม 2569 กลุ่มฝนปักหลักถล่มภาคใต้
- 12 ต.ค.: เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี พัทลุง สงขลา ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูล
- 13 ต.ค.: เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สงขลา ยะลา นราธิวาส ระนอง สตูล
แนวทางเตรียมรับมือฉุกเฉินสำหรับประชาชนในพื้นที่เสี่ยง
- ยกของขึ้นที่สูงและยกปลั๊กไฟ: ประชาชนในลุ่มน้ำเจ้าพระยาและพื้นที่ลุ่มต่ำใน กทม.-ปริมณฑล ควรขนย้ายสิ่งของขึ้นชั้น 2 หรือที่สูงทันที
- ผูกยึดสิ่งปลูกสร้างและต้นไม้ใหญ่: เนื่องจากมีอันตรายจากลมกระโชกแรงและลูกเห็บตก หลีกเลี่ยงการจอดรถใต้ต้นไม้ใหญ่หรือป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง
- ตรวจสอบระบบระบายน้ำ: เกษตรกรควรเตรียมช่องทางระบายน้ำออกจากแปลงนาหรือสวนเพื่อป้องกันน้ำขังรากเน่า และผูกค้ำยันต้นไม้ผล
- ชาวเรือและชาวประมง: ทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ควรงดการเดินเรือหรือเพิ่มความระมัดระวังขั้นสูงสุด





