วันพุธ ที่ 7 ตุลาคม 2569

Login
Login

ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ Kickoff ลำพูน-เชียงใหม่ จ่ายด่วนใน 15 วัน

ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ประเดิมจ่ายค่าสินไหม ลำพูน-เชียงใหม่ เยียวยาน้ำป่าและวาตภัย โอนเข้าบัญชีด่วนใน 15 วัน ปรับระบบช่วยเหลือเชิงรุก

กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับ คปภ., สมาคมประกันวินาศภัยไทย และ ปภ. แถลงข่าวเดินหน้า “โครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” นำร่องจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้ผู้ประสบภัยน้ำป่าไหลหลากและวาตภัยในพื้นที่จังหวัดลำพูนและเชียงใหม่ เปลี่ยนผ่านการบริหารจัดการภัยพิบัติของไทยจาก “การช่วยเหลือหลังเกิดภัย” สู่ “การบริหารจัดการความเสี่ยงล่วงหน้า” อย่างเต็มรูปแบบ

มหาดไทยปรับยุทธศาสตร์ภัยพิบัติ ยึดหลักคุ้มครองล่วงหน้า

วันนี้ (7 ต.ค. 69) ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง มหาดไทย ร่วมแถลงข่าว “ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ เดินหน้าผู้ประสบภัยจ่ายค่าสินไหมทดแทน จากเหตุน้ำป่าไหลหลากจังหวัดลำพูนและเชียงใหม่” ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ไปยังจังหวัดลำพูนและจังหวัดเชียงใหม่ โดยมี นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ร่วมแถลงข่าวฯ 

นายเจเศรษฐ์ เปิดเผยว่า แนวโน้มของสถานการณ์ภัยธรรมชาติในปัจจุบันมีความถี่และความรุนแรงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รัฐบาลจึงได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริหารจัดการภัยพิบัติของประเทศไทย จากเดิมที่เน้น “การให้ความช่วยเหลือหลังเกิดภัย” ไปสู่ "การบริหารจัดการความเสี่ยงล่วงหน้า (Proactive Risk Management)"

ภายใต้โครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ซึ่งเริ่มให้ความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ประชาชนจะได้รับสิทธิ์คุ้มครองครอบคลุม 3 ประเภทภัยธรรมชาติหลัก ได้แก่

  • อุทกภัย (น้ำท่วม/น้ำป่าไหลหลาก)
  • วาตภัย (พายุ/ลมกระโชกแรง)
  • แผ่นดินไหว

เงื่อนไขสำคัญสำหรับพื้นที่ที่จะได้รับสิทธิ์ตามโครงการ คือ ต้องเป็นพื้นที่ที่มีการประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย และเกิดความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน หรือที่อยู่อาศัยของประชาชนอย่างชัดเจน

ลำพูนพื้นที่แรก เคลมประกันภัยพิบัติแห่งชาติจ่ายเยียวยาเบื้องต้น

สำหรับการลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือจริง นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร พร้อมด้วยทีมงาน คปภ. และสมาคมประกันวินาศภัยไทย ได้นำร่องช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ภาคเหนือทันที

ในส่วนของ จังหวัดลำพูน ถือเป็นพื้นที่แรกของประเทศไทยที่ใช้สิทธิ์การเคลมประกันจากกรมธรรม์ประกันภัยที่อยู่อาศัยกลุ่ม ภายใต้โครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ โดยในช่วงเช้า ทีมงานได้เดินทางลงพื้นที่ตำบลป่าพลู อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน เพื่ออำนวยความสะดวกในการลงทะเบียนช่วยเหลือผู้ประสบภัยผ่านระบบออนไลน์

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 17.00 น. จากเหตุน้ำป่าไหลหลาก ส่งผลกระทบต่อประชาชนจำนวน 4 หมู่บ้าน รวม 225 ครัวเรือน ซึ่งการช่วยเหลือในครั้งนี้ ผู้ประสบภัยที่ลงทะเบียนเรียบร้อยจะได้รับการอนุมัติจ่าย ค่าความเสียหายเบื้องต้นจำนวน 10,000 บาท โอนเข้าบัญชีธนาคารของผู้ลงทะเบียนโดยตรงภายใน 15 วัน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในระยะเร่งด่วน

เชียงใหม่รับค่าสินไหมวาตภัย พร้อมจ่ายชดเชยกรณีเสียชีวิต 2 ล้านบาท

ในช่วงบ่าย ทีม คปภ. และสมาคมประกันวินาศภัยไทย ได้เดินทางต่อไปยัง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่อำเภอกัลยาณิวัฒนา ซึ่งได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ 2 เหตุการณ์ติดต่อกัน

  • เหตุกรณีวาตภัย (4 ต.ค. 2569 เวลา 15.30 น.) เกิดพายุลมกระโชกแรงในพื้นที่หมู่ที่ 1 ตำบลบ้านจันท์ อำเภอกัลยาณิวัฒนา ส่งผลให้ที่อยู่อาศัยของประชาชนได้รับความเสียหาย 2 หลัง ทางโครงการฯ ได้อนุมัติการเคลมประกันกรมธรรม์ประกันภัยที่อยู่อาศัยกลุ่ม เพื่อจ่ายค่าความเสียหายเบื้องต้นแก่เจ้าของบ้านหลังละ 5,000 บาท
  • เหตุกรณีน้ำป่าไหลหลาก (5 ต.ค. 2569 เวลา 13.00 น.) เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากซ้ำในพื้นที่อำเภอกัลยาณิวัฒนา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 1 ราย ซึ่งทางโครงการได้ดำเนินการเคลมประกันจาก กรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่มเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ ให้แก่ญาติของผู้เสียชีวิตทันที ในวงเงินคุ้มครองสูงสุด 2,000,000 บาทต่อคน

ผสานข้อมูล ปภ. และ คปภ. ยกระดับระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ

นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ กล่าวเน้นย้ำว่า ทุกภาคส่วนมีเป้าหมายเดียวกัน คือการดูแลและบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพที่สุด หาก คปภ. หรือสมาคมประกันวินาศภัยไทย พบอุปสรรคหรือมีข้อเสนอแนะในการปฏิบัติงาน สามารถแจ้งตรงมายัง ปภ. เพื่อนำไปปรับปรุงกระบวนการทำงานให้ดียิ่งขึ้น

ด้าน นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวเสริมว่า ปภ. ได้ร่วมมือกับ คปภ. ในการเชื่อมโยงและสนับสนุนระบบนำเข้าข้อมูลสาธารณภัยที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้ศูนย์อำนวยการบรรเทาสาธารณภัย (ศปภ.) นำมาใช้เป็นฐานข้อมูลหลักร่วมกับการประเมินของ คปภ.

นอกจากนี้ ปภ. พร้อมขับเคลื่อนการประชาสัมพันธ์เชิงรุก เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้งานระบบประกันภัยพิบัติให้แก่ทั้งเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและประชาชน เนื่องจากเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่มีการนำระบบประกันภัยพิบัติระดับชาติมาใช้ ซึ่งจะช่วยให้การอนุมัติเงินเยียวยาและค่าสินไหมทดแทนถึงมือประชาชนอย่างถูกต้องและรวดเร็วที่สุด