ปภ. สรุปสถานการณ์น้ำท่วมล่าสุด 27 จังหวัดทั่วประเทศ ประชาชนเดือดร้อนกว่า 3.1 ล้านคน มวลน้ำเหนือทะลักสมทบภาคกลาง-ตะวันออก ระดับน้ำจ่อเพิ่มสูง
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานสรุปสถานการณ์อุทกภัยประจำวันที่ 7 ตุลาคม 2569 เผยฝนตกหนักต่อเนื่องสะสมประกอบกับการระบายน้ำจากภาคเหนือ ส่งผลให้ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ 27 จังหวัดทั่วประเทศ รวมกรุงเทพมหานคร ครอบคลุม 123 อำเภอ 984 ตำบล 7,215 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบรวมทั้งสิ้น 1,154,875 ครัวเรือน (3,160,972 คน) เจ้าหน้าที่ระดมเครื่องจักรกลสาธารณภัยและกำลังพลเข้าช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง
ภาพรวมสถานการณ์อุทกภัยระดับภูมิภาค
จากการติดตามสถานการณ์ของศูนย์อำนวยการบรรเทาสาธารณภัย (ศอ.ปภ.) ณ เวลา 06.00 น. พบว่าแนวโน้มระดับน้ำและพื้นที่ได้รับผลกระทบแบ่งตามรายภาคได้ดังนี้
1. ภาคเหนือ (7 จังหวัด - ระดับน้ำลดลงทุกพื้นที่)
สถานการณ์ภาพรวมในภาคเหนือเริ่มมีแนวโน้มดีขึ้น ระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่องในทุกพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ
- แม่ฮ่องสอน น้ำท่วม 4 อำเภอ (เมืองฯ, แม่สะเรียง, สบเมย, ขุนยวม) รวม 6 ตำบล 7 หมู่บ้าน
- เชียงใหม่ น้ำท่วม 3 อำเภอ (แม่แจ่ม, กัลยาณิวัฒนา, แม่ริม) รวม 3 ตำบล 3 หมู่บ้าน ได้รับผลกระทบ 3 ครัวเรือน มีรายงานผู้เสียชีวิต 1 ราย
- ลำพูน น้ำท่วมใน อ.บ้านโฮ่ง 1 ตำบล 3 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 200 ครัวเรือน
- น่าน น้ำท่วมใน อ.บ้านหลวง 1 ตำบล 1 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 5 ครัวเรือน
- พะเยา น้ำท่วม 2 อำเภอ (เมืองฯ, ดอกคำใต้) รวม 6 ตำบล 28 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 2 ครัวเรือน
- ตาก น้ำท่วม 2 อำเภอ (เมืองฯ, สามเงา) รวม 3 ตำบล 11 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 112 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 1 ราย
- นครสวรรค์ น้ำท่วม 9 อำเภอ (พยุหะคีรี, ตาคลี, บรรพตพิสัย, เก้าเลี้ยว, เมืองฯ, ชุมแสง, ท่าตะโก, โกรกพระ, หนองบัว) รวม 73 ตำบล 345 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 8,995 ครัวเรือน
2. ภาคกลางและกรุงเทพมหานคร (15 จังหวัด - ปริมาณน้ำสมทบหลายพื้นที่)
มวลน้ำจากภาคเหนือที่ไหลลงมาสมทบประกอบกับปริมาณน้ำฝนสะสม ส่งผลให้หลายพื้นที่ในภาคกลางยังมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นและทรงตัว
- ปทุมธานี ได้รับผลกระทบหนักที่สุดในภาคกลาง ท่วม 7 อำเภอ (ธัญบุรี, เมืองฯ, สามโคก, คลองหลวง, ลำลูกกา, หนองเสือ, ลาดหลุมแก้ว) รวม 60 ตำบล 507 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 246,818 ครัวเรือน เสียชีวิต 2 ราย (ระดับน้ำเพิ่มขึ้น)
- สมุทรปราการ น้ำท่วม 6 อำเภอ (บางเสาธง, พระประแดง, บางพลี, เมืองฯ, บางบ่อ, พระสมุทรเจดีย์) รวม 38 ตำบล 382 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 223,346 ครัวเรือน เสียชีวิต 9 ราย (ระดับน้ำเพิ่มขึ้น)
- พระนครศรีอยุธยา น้ำท่วมครอบคลุมทั้ง 16 อำเภอ (เสนา, บางบาล, ผักไห่, บางไทร, พระนครศรีอยุธยา, บางปะอิน, บางปะหัน, ลาดบัวหลวง, อุทัย, นครหลวง, วังน้อย, ท่าเรือ, ภาชี, บ้านแพรก, บางซ้าย, มหาราช) รวม 205 ตำบล 1,371 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 59,633 ครัวเรือน เสียชีวิต 1 ราย (ระดับน้ำเพิ่มขึ้น)
- สุพรรณบุรี น้ำท่วม 10 อำเภอ (บางปลาม้า, สองพี่น้อง, ดอนเจดีย์, ศรีประจันต์, เมืองฯ, สามชุก, อู่ทอง, เดิมบางนางบวช, ด่านช้าง, หนองหญ้าไซ) รวม 107 ตำบล 933 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 28,453 ครัวเรือน เสียชีวิต 5 ราย (ระดับน้ำเพิ่มขึ้น)
- สมุทรสงคราม น้ำท่วม 3 อำเภอ (เมืองฯ, อัมพวา, บางคนที) รวม 33 ตำบล 255 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 22,357 ครัวเรือน เสียชีวิต 2 ราย (ระดับน้ำเพิ่มขึ้น)
- นครปฐม น้ำท่วม 3 อำเภอ (นครชัยศรี, บางเลน, สามพราน) รวม 54 ตำบล 412 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 21,488 ครัวเรือน (ระดับน้ำลดลง)
- ราชบุรี น้ำท่วม 9 อำเภอ (โพธาราม, บางแพ, เมืองฯ, ดำเนินสะดวก, บ้านโป่ง, วัดเพลง, จอมบึง, ปากท่อ, สวนผึ้ง) รวม 69 ตำบล 444 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 19,513 ครัวเรือน (ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
- ชัยนาท น้ำท่วม 4 อำเภอ (เมืองฯ, วัดสิงห์, มโนรมย์, สรรพยา) รวม 26 ตำบล 115 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 6,211 ครัวเรือน (ระดับน้ำทรงตัว)
- อ่างทอง น้ำท่วม 6 อำเภอ (ป่าโมก, ไชโย, เมืองฯ, วิเศษชัยชาญ, สามโก้, โพธิ์ทอง) รวม 42 ตำบล 155 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 2,306 ครัวเรือน (ระดับน้ำเพิ่มขึ้น)
- อุทัยธานี น้ำท่วม อ.เมืองฯ รวม 10 ตำบล 61 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 2,220 ครัวเรือน (ระดับน้ำลดลง)
- สิงห์บุรี น้ำท่วม 3 อำเภอ (อินทร์บุรี, พรหมบุรี, เมืองฯ) รวม 7 ตำบล 19 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,268 ครัวเรือน เสียชีวิต 1 ราย (ระดับน้ำเพิ่มขึ้น)
- ลพบุรี น้ำท่วม อ.บ้านหมี่ รวม 8 ตำบล 33 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,177 ครัวเรือน (ระดับน้ำลดลง)
- สระบุรี น้ำท่วม 2 อำเภอ (หนองแค, วิหารแดง) รวม 10 ตำบล 23 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 518 ครัวเรือน เสียชีวิต 1 ราย (ระดับน้ำลดลง)
- กาญจนบุรี น้ำท่วม 4 อำเภอ (ด่านมะขามเตี้ย, ท่าม่วง, เมืองฯ, สังขละบุรี) รวม 5 ตำบล 9 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 8 ครัวเรือน เสียชีวิต 2 ราย (ระดับน้ำลดลง)
- เพชรบุรี น้ำท่วม อ.แก่งกระจาน รวม 2 ตำบล 7 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 23 ครัวเรือน (ระดับน้ำทรงตัว)
- กรุงเทพมหานคร ประชาชนได้รับผลกระทบ 329,000 ครัวเรือน เสียชีวิต 4 ราย (ระดับน้ำลดลง)
3. ภาคตะวันออก (5 จังหวัด)
สถานการณ์ในฝั่งตะวันออกยังคงต้องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะจังหวัดปราจีนบุรีและฉะเชิงเทรา
- ฉะเชิงเทรา น้ำท่วม 11 อำเภอ (บางน้ำเปรี้ยว, บางคล้า, พนมสารคาม, แปลงยาว, ท่าตะเกียบ, เมืองฯ, สนามชัยเขต, บ้านโพธิ์, บางปะกง, คลองเขื่อน, ราชสาส์น) รวม 93 ตำบล 844 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 64,516 ครัวเรือน (ระดับน้ำเพิ่มขึ้น)
- ปราจีนบุรี น้ำท่วม 7 อำเภอ (กบินทร์บุรี, นาดี, เมืองฯ, ศรีมหาโพธิ, ประจันตคาม, บ้านสร้าง, ศรีมโหสถ) รวม 65 ตำบล 691 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 59,934 ครัวเรือน มีรายงานผู้เสียชีวิต 19 ราย (ระดับน้ำเพิ่มขึ้น)
- นครนายก น้ำท่วม 4 อำเภอ (ปากพลี, เมือง, บ้านนา, องครักษ์) รวม 44 ตำบล 482 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 53,928 ครัวเรือน เสียชีวิต 4 ราย (ระดับน้ำทรงตัว)
- ชลบุรี น้ำท่วม 2 อำเภอ (พนัสนิคม, พานทอง) รวม 12 ตำบล 63 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 2,781 ครัวเรือน (ระดับน้ำลดลง)
- ระยอง น้ำท่วม อ.แกลง รวม 1 ตำบล 11 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 60 ครัวเรือน (ระดับน้ำลดลง)
มาตรการเร่งด่วนและการช่วยเหลือผู้ประสบภัย
นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า ปภ. ได้จัดตั้งทีมเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง โดยให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และเด็ก เป็นอันดับแรก
แนวทางการดำเนินงานช่วยเหลือปัจจุบันประกอบด้วย
- การอพยพและการขนย้าย เร่งเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัยและทรัพย์สินไปยังพื้นที่ปลอดภัย
- การแจกจ่ายสิ่งของยังชีพ ลำเลียงถุงยังชีพ อาหาร ยารักษาโรค และน้ำดื่มสะอาดเข้าสู่พื้นที่ตัดขาด
- การเร่งระบายน้ำ สนธิกำลังเครื่องจักรกลสาธารณภัย ทั้งเครื่องสูบน้ำและรถบรรทุกติดตั้งเครื่องสูบน้ำระยะไกล เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ชุมชน
- การฟื้นฟูหลังน้ำลด ในพื้นที่ที่ระดับน้ำเริ่มลดลง เจ้าหน้าที่เตรียมเข้าสำรวจความเสียหายของบ้านเรือนและทรัพย์สิน เพื่อรวบรวมข้อมูลดำเนินการเยียวยาตามระเบียบกระทรวงการคลังต่อไป
ช่องทางติดต่อขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง
ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุอุทกภัย หรือต้องการประสานขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน สามารถแจ้งเหตุได้ผ่านช่องทางดังนี้
- LINE Official Account : "ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784" (Add Line ID: @1784DDPM)
- สายด่วนนิรภัย : โทร. 1784 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง
ข้อมูล : กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)





