ข้าราชการตกเป็นเหยื่อ สูญเงิน 4 แสน หลอกรับบำเหน็จบำนาญ อ้างกรมบัญชีกลาง ส่งลิงก์ติดตั้งแอป ล่าสุดบุกจับชายบัญชีม้า
กรณีข้าราชการตกเป็นเหยื่อ สูญเงิน 4 แสน หลอกรับบำเหน็จบำนาญ อ้างกรมบัญชีกลาง ส่งลิงก์ติดตั้งแอป ล่าสุดบุกจับชายบัญชีม้า
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ร่วมกันจับกุม นาย ณ ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดชลบุรีที่ จ.251/2567 วันที่ 25 เมษายน 2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกับลักทรัพย์, ร่วมกันเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์และข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ และมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน, ร่วมกันทำให้ เสียหาย แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ผู้อื่นโดยมิชอบ,
ร่วมกันกระทำการโดยมิชอบเพื่อให้การกระทำของระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นถูกละงับ ชะลอ ขัดขวาง หรือรบกวน จนไม่สามารถทำงานตามปกติได้ เป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ทรัพย์สินของผู้เสียหายโดยทุจริตหรือหลอกลวง , รวมกันเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ประการที่ความเสียหาย บุคคลใดบุคคลหนึ่ง และประชาชน และเปิดและยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากไม่ได้มีเจตนา ใช้เพื่อตนหรือกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง โดยการที่รู้หรือควรรู้ ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดอาญาอื่นใด
ตำรวจจับกุมได้ที่บริเวณริมถนนซอย 122 ถนน ลาดพร้าว แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร
พฤติการณ์คือ เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2567 ผู้เสียหายถูกคนร้ายโทรศัพท์ติดต่อ โดยอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่กองคลัง กรมบัญชีกลาง แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการรับบำเหน็จบำนาญของข้าราชการที่เกษียณอายุราชการแล้ว
พร้อมเสนอให้ผู้เสียหายเพิ่มเพื่อนผ่านไลน์เพื่อคุยรายละเอียดเพิ่มเติม ก่อนส่งลิงก์มาให้กดเพื่อติดตั้งแอปพลิเคชันและแนะนำขั้นตอนการลงทะเบียนรวมถึงสแกนใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตน จากนั้นหน้าจอเกิดอาการค้าง
และเมื่อดำเนินการเสร็จสิ้นพบว่าเงินภายในบัญชีถูกโอนออกไปยังบัญชีของกลุ่มคนร้ายรวมมูลค่าความเสียหายกว่า 4 แสนกว่าบาท
ต่อมา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้สืบสวนและจับกุมตัวผู้ต้องหาซึ่งทำหน้าที่เปิดบัญชีม้า นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.แสนสุข จ.ชลบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่าตนเองได้หางานผ่านกลุ่มเฟซบุ๊ก และมีผู้เสนอเงินค่าจ้างจำนวน 10,000 บาท แลกกับการเปิดบัญชีธนาคาร โดยผู้ว่าจ้างอ้างว่าจะนำบัญชีไปใช้ในการประกอบธุรกิจบิตคอยน์
การปฏิบัติภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผบก.ปพ., พ.ต.อ.ศตวรรษ บุญมี ผกก.1 บก.ปพ. สั่งการให้ พ.ต.ท.จตุพร ติกแก้ว สว.กก.1 บก.ปพ. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปพ. ดำเนินการ





