ตำรวจไซเบอร์ เปิดปฏิบัติการเช็กบิลแก๊งมิจฉาชีพหลอกนักศึกษา หลังสร้างความเสียหายทะลุ 200 ล้าน บุกทลายเครือข่ายใหญ่ ปักหลักเช่าบ้านหรูในไทย ยึดทรัพย์กว่า 100 ล้าน
กรณีตำรวจไซเบอร์ เปิดปฏิบัติการเช็กบิลแก๊งมิจฉาชีพหลอกนักศึกษา หลังสร้างความเสียหายทะลุ 200 ล้าน บุกทลายเครือข่ายใหญ่ ปักหลักเช่าบ้านหรูในไทย ยึดทรัพย์กว่า 100 ล้าน
การระดมกวาดล้างการกระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางออนไลน์ทุกประเภทอย่างเด็ดขาด เมื่อวันที่ 6 ต.ค.69 เวลา 11.00 น. บ้านพักในหมู่บ้านหรูแห่งหนึ่ง พื้นที่แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานร่วมกันแถลงข่าวเปิดปฏิบัติการเช็กบิลแก๊งหลอกนักศึกษา หลังสร้างความเสียหายทะลุ 200 ล้าน บุกทลายเครือข่ายใหญ่ ปักหลักเช่าบ้านหรูในไทย ยึดทรัพย์กว่า 100 ล้าน
พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผบช.สอท. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดเร่งปราบปรามเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีพฤติกรรมหลอกลวงนักศึกษาซึ่งปัจจุบันกำลังตกเป็นเป้าหมายหลักของมิจฉาชีพ ซึ่งพบมูลค่าความเสียหายจากเหยื่อกลุ่มนี้แล้วกว่า 200 ล้านบาท
เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.สอท.2 ได้รับข้อมูลคดีหลอกลวงโดยแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เหตุเกิดระหว่างวันที่ 23–25 ก.ย.69 โดยผู้เสียหายเป็นชาย อายุ 19 ปี ถูกกลุ่มคนร้ายใช้กลอุบายหลอกลวงจนสูญเงินรวม 662,989.90 บาท
คนร้ายแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ค่ายสัญญาณโทรศัพท์มือถือติดต่อผู้เสียหาย แจ้งว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน ก่อนโอนสายต่อไปยังบุคคลที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ แล้วหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินเพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์ของตนเอง
จากการสืบสวนเส้นทางการเงิน พบว่าผู้เสียหายถูกหลอกให้โอนเงินผ่านบัญชีธนาคารหลายครั้งรวม 5 รายการ เป็นเงิน 212,989.90 บาท ระหว่างวันที่ 23–25 ก.ย. 69 ก่อนเงินจะถูกโอนต่อผ่านบัญชีบุคคลหลายราย และมีบางส่วนถูกนำไปซื้อทองคำกับร้านทองชื่อดังมูลค่านับล้านบาท
และนอกจากการโอนเงินผ่านบัญชีแล้ว คนร้ายยังหลอกให้ผู้เสียหายถอนเงินสดจำนวน 450,000 บาท แล้วนัดหมายให้นำเงินไปส่งมอบให้กับคนร้ายที่มารับบริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าแก่งหนึ่ง ย่านศาลายา จ.นครปฐม อีกด้วย
จากพยานหลักฐานพบว่าเมื่อคนร้ายรับเงินสดจากผู้เสียหายแล้ว มีการส่งต่อเป็นทอดๆ โดยมีชายสัญชาติจีนรายหนึ่ง ออกหมายจับแล้ว ได้นำเงินสดไปส่งที่หน้าหมู่บ้านหรูแห่งหนึ่ง พื้นที่แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กทม. จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานจนขออำนาจศาลออกหมายค้นได้สำเร็จ
วันที่ 6 ต.ค.69 เวลาประมาณ 07.30 น. พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผบช.สอท. จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดสนธิกำลังร่วมกับ สตม. และ ปปง. นำหมายค้นศาลอาญามีนบุรี ที่ 386/2569 ลงวันที่ 5 ตุลาคม 2569 เข้าตรวจค้นบ้านพักในหมู่บ้านหรูแห่งหนึ่ง พื้นที่แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กทม. 11 ราย ทั้งสัญชาติจีน เมียนมา รัสเซีย และไทย
โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมผู้ต้องหา จำนวน 3 ราย ได้แก่
1. ชายอายุ 37 ปี สัญชาติจีน ทำหน้าที่ รับเงินสดจากแม่บ้านชาวเมียนมา
2. หญิงอายุ 35 ปี แม่บ้านสัญชาติเมียนมา ทำหน้าที่รับเงินสดไปส่งมอบให้ผู้ต้องหาชาวจีน
3. หญิงอายุ 24 ปี แม่บ้านสัญชาติเมียนมา ทำหน้าที่รับเงินสดไปส่งมอบให้ผู้ต้องหาชาวจีน
นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกันตรวจยึดทรัพย์สินของกลางกว่า 40 รายการ อาทิ นาฬิกา Richard Mille, นาฬิกา Patek Philippe, นาฬิกา Rolex, นาฬิกา Audemars, เงินสด, โทรศัพท์มือถือ, แท็บเล็ต, แฟลชไดรฟ์, หนังสือเดินทาง, สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร, หนังสือมอบอำนาจและใบรับเงินสด และอื่นๆ จากการตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่ามีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการตามกฎหมายกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง
พร้อมสืบสวนขยายผล เส้นทางการเงินและทรัพย์สิน เพื่อเชื่อมโยงไปยังผู้รับผลประโยชน์และบุคคลในเครือข่ายที่เหลือ เพื่อนำตัวมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป





