กรมทางหลวง อัปเดตภัยพิบัติ! น้ำท่วมทางหลวงสัญจรไม่ได้ 39 จุด ใน 11 จังหวัด ปราจีนฯ หนักสุด 16 แห่ง เช็กเส้นทางและวางแผนล่วงหน้าที่นี่
ศูนย์บริหารงานอุบัติภัย กรมทางหลวง รายงานสถานการณ์ภัยพิบัติล่าสุดที่ส่งผลกระทบต่อโครงข่ายทางหลวงทั่วประเทศ พบว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบครอบคลุม 19 จังหวัด รวมทั้งสิ้น 156 แห่ง โดยเจ้าหน้าที่เร่งกู้คืนเส้นทางจนสามารถเปิดการจราจรให้ผ่านได้แล้ว 117 แห่ง ขณะที่ยังคงมีจุดที่ "ผ่านไม่ได้" อีก 39 แห่ง ในพื้นที่ 11 จังหวัด เตือนประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนวางแผนการเดินทางล่วงหน้า และตรวจสอบสภาพเส้นทางก่อนออกเดินทางอย่างเคร่งครัด
เปิดพิกัด 11 จังหวัด เส้นทางหลวงผ่านไม่ได้ 39 แห่ง
จากการสำรวจและติดตามสภาพทางหลวงของหน่วยงานในพื้นที่ พบว่า จุดที่ไม่สามารถสัญจรผ่านได้กระจายอยู่ในพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและบริเวณที่มีระดับน้ำท่วมสูง โดยแบ่งตามรายจังหวัด ดังนี้
- จังหวัดปราจีนบุรี เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด มีจุดทางหลวงถูกตัดขาดและน้ำท่วมสูงรวม 16 จุด
- กรุงเทพมหานคร มีเส้นทางหลวงในเขตรับผิดชอบที่ยังมีน้ำท่วมขังรอการระบาย สัญจรผ่านไม่ได้ 4 จุด
- จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาและป่าสัก มีเส้นทางคมนาคมสัญจรไม่ได้ 4 จุด
- จังหวัดฉะเชิงเทรา สภาพทางหลวงได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขัง 4 จุด
- จังหวัดระยอง มีจุดสัญจรผ่านไม่ได้รวม 3 จุด
- จังหวัดนครสวรรค์ ทางหลวงได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำสะสม 2 จุด
- จังหวัดสระบุรี สภาพการจราจรตัดขาด 2 จุด
- จังหวัดสระแก้ว สัญจรผ่านไม่ได้ 1 จุด
- จังหวัดนนทบุรี สัญจรผ่านไม่ได้ 1 จุด
- จังหวัดจันทบุรี สัญจรผ่านไม่ได้ 1 จุด
- จังหวัดกาญจนบุรี สัญจรผ่านไม่ได้ 1 จุด
8 จังหวัดคลี่คลายแล้ว สัญจรผ่านได้ตามปกติ
สำหรับสถานการณ์ภัยพิบัติ ในอีก 8 จังหวัด ได้แก่ กำแพงเพชร, ชัยนาท, นครนายก, ปทุมธานี, สมุทรปราการ, สุพรรณบุรี, อ่างทอง และชลบุรี กรมทางหลวงรายงานว่า จุดที่เคยได้รับผลกระทบในพื้นที่ดังกล่าว ขณะนี้ระดับน้ำลดลงและเจ้าหน้าที่ได้ปรับปรุงสภาพทาง จนสามารถเปิดให้ประชาชนขับขี่ สัญจรผ่านได้ทั้งหมดแล้วทุกจุด
อย่างไรก็ตาม ขอให้ผู้ขับขี่ใช้ความระมัดระวังในการเดินทางเนื่องจากพื้นผิวจราจรบางแห่งอาจได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม
กรมทางหลวง ตรึงกำลังเจ้าหน้าที่-เครื่องจักร เร่งช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง
เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและเร่งคืนพื้นที่การจราจร กรมทางหลวง ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศ จัดเตรียมความพร้อมด้านกำลังคน เจ้าหน้าที่ เครื่องจักรหนัก และอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัย ประจำจุดเสี่ยงภัยตลอด 24 ชั่วโมง
พร้อมกันนี้ ได้กำชับให้เฝ้าระวังและติดตามระดับน้ำ ตรวจสอบสภาพเส้นทางอย่างต่อเนื่อง เพื่อเข้าดำเนินการเร่งแก้ไข ซ่อมแซมทางหลวงที่ชำรุดเสียหาย ตลอดจนติดตั้งป้ายเตือน ป้ายแนะนำทางเลี่ยง และไฟสัญญาณจราจร เพื่ออำนวยความสะดวกและปลอดภัยสูงสุดแก่ผู้ใช้ทาง
ข้อแนะนำสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนน และช่องทางเช็กเส้นทาง
กรมทางหลวง ขอความร่วมมือจากประชาชนและผู้ใช้ทางทุกท่าน ดังนี้
- วางแผนการเดินทาง ควรศึกษาและวางแผนเส้นทางล่วงหน้า โดยเฉพาะการเดินทางผ่านพื้นที่ 11 จังหวัดที่มีจุดสัญจรไม่ได้
- ตรวจสอบสภาพทาง ตรวจสอบข้อมูลอัปเดตสภาพจราจรและน้ำท่วมขังก่อนออกเดินทาง
- ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด สังเกตป้ายเตือน ป้ายแนะนำทางเลี่ยง และปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรในพื้นที่อย่างใกล้ชิด
- ระมัดระวังสถานการณ์เปลี่ยนแปลง ปริมาณน้ำและสภาพพื้นที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาวะอากาศ ขอให้ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง ไม่ฝืนขับรถลุยน้ำลึก
ช่องทางตรวจสอบข้อมูลข่าวสารและขอความช่วยเหลือ
- เว็บไซต์ติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติ กรมทางหลวง
- สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่าย ตลอด 24 ชั่วโมง)





