ป.ป.ส. ดีเอสไอ สนธิกำลัง กองทัพเรือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองทัพบก และฝ่ายปกครอง เปิดปฏิบัติการ “ภาคีพิฆาตตัดวงจรยาเสพติดข้ามชาติ” ยึดอายัดทรัพย์สินกว่า 77 ล้าน
กรณี ป.ป.ส. ดีเอสไอ สนธิกำลังกองทัพเรือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองทัพบก และฝ่ายปกครอง เปิดปฏิบัติการ “ภาคีพิฆาตตัดวงจรยาเสพติดข้ามชาติ” ยึด อายัดทรัพย์สินกว่า 77 ล้านบาท
วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม 2569 นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ปลัดกระทรวงยุติธรรม พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) นายราชัน มีน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง ร้อยตำรวจเอก วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ นายวิทวัส สุคันธรส ผู้อำนวยการกองคดียาเสพติด ร่วมกับ กองทัพเรือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองทัพบก และฝ่ายปกครอง ร่วมกันแถลงข่าวเปิดปฏิบัติการภาคีพิฆาตตัดวงจรยาเสพติดข้ามชาติ
กรณีดังกล่าวสืบเนื่องมาจาก กรมสอบสวนคดีพิเศษ กองคดียาเสพติด ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ( สำนักงาน ป.ป.ส.) และกองทัพเรือ จับกุม ไอซ์ จำนวน 2.4 ตัน มูลค่าการส่งออกประมาณ 3,000 ล้านบาท พร้อมผู้ต้องหา 8 ราย
ต่อมาได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนเป็นคดีพิเศษที่ 108/2568 พบว่ามีการกระทำความผิดเข้าข่ายลักษณะเป็นเครือข่ายองค์กรอาชญากรรม กระทั่งเมื่อวันที่ 30 กันยายน - 1 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันตรวจค้นสถานที่เป้าหมาย 5 จุดในพื้นที่จังหวัดระนอง
สามารถตรวจยึดและอายัดทรัพย์สิน ได้แก่ เรือประมง จำนวนกว่า 50 ลำ ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ จำนวน 30 คัน บัญชีธนาคารกว่า 50 บัญชี รวมมูลค่าทรัพย์สินประมาณ 77 ล้านบาท
พร้อมปูพรมดำเนินการ ตามข้อร้องเรียน 1386 ในพื้นที่จังหวัดระนอง เพื่อลดความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่
ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกับ กรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม ยกระดับการแลกเปลี่ยนข่าวกรองทางทะเล และความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายต่างประเทศ เพื่อปิดช่องทางการขนส่งและทำลายเครือข่ายอย่างต่อเนื่องและเพื่อให้สามารถติดตามดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องและเครือข่ายเบื้องหลังขบวนการขนยาเสพติดระหว่างประเทศได้อย่างถึงที่สุด





