วิกฤติน้ำท่วมสมุทรปราการอ่วมหนัก! 3 อำเภอบางพลี - บางบ่อ - บางเสาธง จ่อน้ำแช่ขังยาว 7-10 วัน หลังมวลน้ำก้อนใหญ่ทะลักสมทบ เขื่อนเจ้าพระยา เร่งระบายน้ำพุ่ง 2,400 ลบ.ม./วิ
ติดตามสถานการณ์วิกฤติน้ำท่วมสมุทรปราการ ที่กำลังเผชิญหนักรอบด้าน ล่าสุด ผู้ว่าฯ สมุทรปราการ ลงนามประกาศเตือนด่วน 3 อำเภอหลัก "บางพลี-บางบ่อ-บางเสาธง" ต้องรับมือมวลน้ำแช่ขังยาวนาน 7-10 วัน ไร้ทีท่าลดระดับ หลังสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) สั่งระบายน้ำจากคลองประเวศฯ ลงคลองสำโรงเพื่อลงสู่อ่าวไทย
ประกอบกับวันนี้ 1 ต.ค.69 กรมชลประทาน ดีดการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาพุ่งแตะ 2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เร่งรับมือผลกระทบลูกโซ่ระลอกใหม่
สถานการณ์อุทกวิทยาและอุทกภัยในประเทศไทยกำลังเข้าสู่จุดเปราะบางสำคัญ เมื่อจังหวัดสมุทรปราการต้องเผชิญกับภาวะ "น้ำท่วมขังซ้ำซ้อน" จากทั้งปริมาณฝนสะสมในพื้นที่และมวลน้ำก้อนใหญ่จากส่วนกลางที่ถูกผลักดันลงมาสมทบ ส่งผลให้ประชาชนในหลายพื้นที่ต้องเตรียมรับมือกับสถานการณ์วิกฤตที่อาจยืดเยื้อร่วมสัปดาห์
เจาะลึกวิกฤตสมุทรปราการ 3 อำเภออ่วม จมน้ำยาว 7-10 วัน
นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าฯสมุทรปราการ ได้ลงนามในประกาศ จังหวัดสมุทรปราการ เรื่อง แจ้งเตือนสถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอบางพลี อำเภอบางบ่อ และอำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ
ตามที่จังหวัดสมุทรปราการได้เกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2569 เป็นต้นมา ทำให้ลำคลองต่างๆ มีน้ำล้นตลิ่งจำนวนมาก ไหลเข้าท่วมหมู่บ้านจัดสรร หมู่บ้าน และชุมชนที่อยู่ใกล้ลำคลอง ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจำนวนมาก
ซึ่งจังหวัดได้สั่งการให้อำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดตั้งศูนย์ประสานงานเพื่อรับแจ้งเหตุความเดือดร้อนต่างๆ รวมทั้งให้การช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเต็มความสามารถ
กรณีเกินขีดความสามารถของอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ขอรับการสนับสนุนจากทางจังหวัด นั้น จังหวัดได้รับแจ้งจากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติว่า จะมีการระบายน้ำจากคลองประเวศเขตลาดกระบัง ลงมาที่คลองสำโรง เพื่อระบายน้ำลงอ่าวไทยในพื้นที่ของจังหวัดสมุทรปราการ
ซึ่งจะส่งผลให้พื้นที่ใกล้ลำคลองของอำเภอบางพลี อำเภอบางบ่อ และอำเภอบางเสาธง ที่มีน้ำท่วมขังเป็นบริเวณกว้างอยู่แล้ว และกำลังระบายน้ำสู่ทะเล มีน้ำจากคลองประเวศลงมาเติมตลอด ทำให้คาดการณ์ว่า ระดับน้ำในพื้นที่อำเภอบางพลี อำเภอบางบ่อ และอำเภอบางเสาธงจะไม่ลดระดับลง หรือลดลงเพียงเล็กน้อยในช่วง 7 - 10 วันนับจากวันนี้
โดมิโนน้ำเหนือ เขื่อนเจ้าพระยา ดีดระบายน้ำพุ่ง 2,400 ลบ.ม./วินาที
สถานการณ์ในพื้นที่ภาคกลางตอนล่างยังคงเป็นตัวแปรสำคัญ เมื่อเวลา 08.00 น. กรมชลประทาน ได้ออกประกาศแจ้งเตือนปรับเพิ่มการระบายน้ำท้าย เขื่อนเจ้าพระยา (จ.ชัยนาท) โดยมีรายละเอียดสถานการณ์น้ำที่น่ากังวล ดังนี้
- สถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์: ปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 2,610 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (มีแนวโน้มลดลง แต่ยังอยู่ในเกณฑ์สูง)
- สถานี Ct.19 แม่น้ำสะแกกรัง จ.อุทัยธานี: ปริมาณน้ำไหลผ่าน 570 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น)
- สถานี C.13 เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท: ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ +17.79 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง (ม.รทก.) ปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
กรมชลประทาน จึงมีความจำเป็นต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาจากอัตรา 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
โดยทยอยปรับเพิ่มชั่วโมงละประมาณ 20 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และจะคงอัตราดังกล่าวต่อเนื่องเพื่อบริหารจัดการความจุน้ำเหนือเขื่อน ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างรวมถึงพื้นที่รับน้ำท้ายเขื่อนได้รับผลกระทบต่อเนื่องเช่นกัน
สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่อำเภอบางพลี อำเภอบางบ่อ และอำเภอบางเสาธง รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียงริมน้ำ ควรติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด ยกสิ่งของขึ้นที่สูง ตรวจสอบระบบไฟฟ้า และเตรียมพร้อมรับมือกับน้ำท่วมขังที่จะคงอยู่ต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง
อ้างอิง-ภาพ : ประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท PR-Chainat , กรมชลประทาน , NationPhoto





