ธงแดงวิกฤติ! เขื่อนแม่กลอง ระบายน้ำทะลัก 2,142 ลบ.ม./วินาที ระทึกแพหลุดกระแทกประตูน้ำ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี รับมือมวลน้ำก้อนใหญ่ 2,500 ลบ.ม. ให้ประชาชนยกของขึ้นที่สูง
สถานการณ์น้ำลุ่มแม่กลองวิกฤติหนักขึ้นขั้นแจ้งเตือนธงแดง หลังเขื่อนแม่กลอง ประกาศเร่งระบายน้ำท้ายเขื่อนพุ่งสูงถึง 2,142 ลบ.ม./วินาที ซ้ำเติมด้วยเหตุระทึกกลางดึก แพหลุดกระแทกประตูระบายน้ำอำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนำทีม ปภ. และกู้ภัยลุยเก็บกู้ด่วน
ด้านสำนักงานชลประทานที่ 13 ส่งสัญญาณเตือนระลอกใหญ่ ประเมินมวลน้ำก้อนใหญ่สูงสุดอาจแตะ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที วอนประชาชนริมตลิ่งและพื้นที่ลุ่มต่ำยกของขึ้นที่สูงทันทีเพื่อความปลอดภัย
ระทึกกลางดึก! แพหลุดกระแทกประตูระบายน้ำเขื่อนแม่กลอง กู้ภัยระดมกำลังสกัดวุ่น
สถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี เริ่มตึงเครียดขึ้นวันนี้ 30 กันยายน 2569 เวลา 00.00 น. มีรายงานจากกู้ภัยผ่านเฟซบุ๊ก "Pongsiri Prakob" ว่าเกิดเหตุแพลอยน้ำหลุดลอยมาชนเข้ากับบานประตูระบายน้ำเขื่อนแม่กลอง ตำบลม่วงชุม อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ทางเขื่อนแม่กลองต้องเผชิญกับความท้าทายในการบริหารจัดการน้ำเฉพาะหน้า โดยมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนได้เร่งปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์อย่างเร่งด่วน
ต่อมา นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ได้นำทีมบูรณาการร่วมกันระหว่างสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาญจนบุรี (ปภ.), กรมเจ้าท่า, ศูนย์กู้ภัยขุนรัตนาวุธ และศูนย์อำนวยการบริหารจัดการน้ำส่วนหน้า เขื่อนแม่กลอง ลงพื้นที่ปฏิบัติการเร่งเก็บกู้ทันที
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สามารถผูกรั้งตัวแพเอาไว้ได้แล้ว และกำลังดำเนินการเคลื่อนย้ายออกจากบริเวณประตูระบายน้ำอย่างปลอดภัย ยืนยันว่าโครงสร้างตัวเขื่อนยังคงมีความมั่นคงแข็งแรงและสามารถระบายน้ำได้ตามแผนปกติ
เปิดตัวเลขด่วน สถานการณ์น้ำล่าสุดและเกณฑ์วิกฤตชลประทาน
เมื่อเวลา 06.00 น. สำนักงานชลประทานที่ 13 (สชป.13) และศูนย์อำนวยการบริหารจัดการน้ำส่วนหน้า เขื่อนแม่กลอง ได้เผยแพร่รายงานสถานการณ์น้ำล่าสุด พบว่ามีการระบายน้ำท้ายเขื่อนสูงถึง 2,142 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยมีระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ +22.83 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง (ม.รทก.) และระดับน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ +18.48 ม.รทก.
ในส่วนของการบริหารจัดการน้ำเข้าระบบฝั่งซ้ายและฝั่งขวารวมกันอยู่ที่ 99.122 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยแยกเป็นการรับน้ำฝั่งซ้าย 91.504 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ลดลงจากเมื่อวานเล็กน้อย) และฝั่งขวา 7.618 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
เมื่อพิจารณาตามเกณฑ์การเฝ้าระวังของกรมชลประทาน จะพบว่าสถานการณ์ปัจจุบันก้าวเข้าสู่โซนวิกฤติอย่างเต็มตัว โดยเกณฑ์มาตรฐานกำหนดไว้ดังนี้
- ระดับปกติ: มีการระบายน้ำไม่เกิน 800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
- ระดับเฝ้าระวัง: มีการระบายน้ำระหว่าง 800 ถึง 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
- ระดับวิกฤติ: มีการระบายน้ำมากกว่า 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีขึ้นไป ซึ่งตัวเลขการระบายน้ำปัจจุบันที่ 2,142 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ถือว่าเกินขีดจำกัดวิกฤตและส่งผลกระทบโดยตรงต่อพื้นที่ท้ายน้ำ
รับมือระลอกใหญ่! ประเมินมวลน้ำพุ่งแตะ 2,500 ลบ.ม./วินาที
สำนักงานชลประทานที่ 13 ได้ออกประกาศเตือนภัย เนื่องจากประเมินว่ามวลน้ำก้อนใหญ่ที่สุดระลอกนี้อาจมีปริมาณสูงสุดถึงประมาณ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที อย่างไรก็ตาม ทางศูนย์อำนวยการฯ จะพยายามบริหารจัดการกลไกการระบายน้ำท้ายเขื่อนให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุมระดับ 2,300 ถึง 2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อลดผลกระทบต่อชุมชนให้น้อยที่สุด
ทั้งนี้ ขอแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำ พื้นที่ลุ่มต่ำ และบริเวณตลิ่งนอกคันกั้นน้ำ ให้รีบดำเนินการขนย้ายสิ่งของ เครื่องใช้ไฟฟ้า และสัตว์เลี้ยงขึ้นสู่ที่สูงในทันที พร้อมทั้งติดตามประกาศสถานการณ์น้ำจากทางราชการอย่างใกล้ชิด ห้ามประมาทเด็ดขาดเนื่องจากระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ช่องทางติดต่อและขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน
หากประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบ หรือต้องการสอบถามข้อมูลสถานการณ์น้ำเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่กลอง โดยตรง หรือประสานงานกับผู้บริหารโครงการ ได้แก่
- นายธนากร ตันติกุล ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่กลอง
- นางสาววราพร ศรีจันทร์ สบ.1 คบ.แม่กลอง ปฏิบัติหน้าที่ที่ จน.คบ.แม่กลอง
- เบอร์โทรศัพท์ติดต่อด่วน: 082-0876165
อ้างอิง-ภาพ : มูลนิธิขุนรัตนาวุธ - Rattanavudh Foundation , สำนักงานชลประทานที่ 13 , ศูนย์อำนวยการบริหารจัดการน้ำส่วนหน้า เขื่อนแม่กลอง , Pongsiri Prakob , สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย จังหวัดกาญจนบุรี กรมประชาสัมพันธ์ , Persia Jongtawon





