วันอาทิตย์ ที่ 27 กันยายน 2569

Login
Login

สรุปน้ำท่วมล่าสุด กทม. - 9 จังหวัดวิกฤต ทหารเร่งช่วยกลุ่มเปราะบาง

สรุปน้ำท่วมล่าสุด รัฐบาลส่งกำลังทหารลงพื้นที่ กทม. และ 9 จังหวัด เร่งอพยพผู้ป่วยติดเตียง-ผู้สูงอายุ พร้อมเสริมกระสอบทรายป้องโรงพยาบาลตลอด 24 ชม.

รัฐบาลติดตามสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิด เผยผลการปฏิบัติภารกิจเมื่อวานที่ผ่านมา (26ก.ย.69) หน่วยทหารกระจายกำลังลงพื้นที่ กทม. และอีก 9 จังหวัด ช่วยเหลือประชาชน อพยพผู้สูงอายุ-ผู้ป่วยติดเตียง ขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง พร้อมเสริมแนวป้องกันน้ำท่วมโรงพยาบาลศูนย์และชุมชนอย่างเข้มงวด

ล่าสุด วันนี้ (27 ก.ย. 69) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมและอุทกภัยทั่วประเทศว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ได้ติดตามการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การช่วยเหลือถึงมือประชาชนอย่างทันท่วงทีและทั่วถึงที่สุด โดยเน้นย้ำความสำคัญของการดูแลชีวิตและความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับแรก

จากการรายงานผลการปฏิบัติภารกิจประจำวันที่ 26 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา กองทัพและหน่วยทหารได้ระดมกำลังพล ยานพาหนะ รถยนต์บรรทุกสูง และอุปกรณ์ช่วยเหลือครบมือ เข้าสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนอย่างครอบคลุม ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดในภูมิภาคอีก 9 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, นครปฐม, ปทุมธานี, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, สุพรรณบุรี และอ่างทอง

สรุปน้ำท่วมล่าสุด กทม. - 9 จังหวัดวิกฤต ทหารเร่งช่วยกลุ่มเปราะบาง

สรุปภาพรวมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในกรุงเทพมหานคร (กทม.)

ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นพื้นที่รองรับน้ำและมีจุดน้ำท่วมขังขนานใหญ่ในหลายเขต หน่วยทหารได้กระจายกำลังเข้าเร่งบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในหลายจุดสำคัญ ดังนี้

1. การอพยพผู้ป่วยติดเตียงและจัดตั้งศูนย์พักพิง

เจ้าหน้าที่ได้เร่งเข้าอพยพผู้ป่วยติดเตียงและผู้สูงอายุรวม 25 ราย จากศูนย์ดูแลผู้สูงอายุประชานิเวศน์ 2 เขตหลักสี่ นำส่งไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวอย่างปลอดภัย นอกจากนี้ ยังส่งกำลังพลเข้าช่วยเหลือผู้ป่วยในชุมชนวัดเทวสุนทร เขตจตุจักร และชุมชนชินเขต เขตหลักสี่ พร้อมทั้งขนย้ายเตียงสนามเพื่อจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว ณ วัดหลักสี่ เพื่อรองรับประชาชนที่ต้องอพยพออกจากบ้านเรือน

2. การสร้างแนวกั้นน้ำและเสริมกระสอบทราย

หน่วยทหารร่วมมือกับสำนักงานเขตพื้นที่ เร่งบรรจุกระสอบทรายและวางแนวป้องกันน้ำท่วมอย่างเข้มงวด โดยดำเนินการบรรจุกระสอบทรายกว่า 1,500 ใบ บริเวณโลตัสจรัญสนิทวงศ์ เขตบางพลัด และเกียกกาย เขตดุสิต อีก 500 ใบ ในเขตจอมทอง รวมถึงเตรียมพร้อมกระสอบทรายเพิ่มเติมในเขตบางนา และเร่งวางแนวป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่จุดเสี่ยงเขตบางซื่อและเขตวังทองหลาง

สรุปน้ำท่วมล่าสุด กทม. - 9 จังหวัดวิกฤต ทหารเร่งช่วยกลุ่มเปราะบาง

3. การอำนวยความสะดวกด้านการสัญจรและการขนย้ายสิ่งของ

จัดส่งกำลังพลและรถยนต์บรรทุกขนาดใหญ่ที่สามารถลุยน้ำท่วมขังสูง เข้าช่วยเหลือเคลื่อนย้ายประชาชนและสิ่งของในพื้นที่เขตสวนหลวง, เขตราชเทวี, เขตคลองสามวา, เขตลาดกระบัง, เขตประเวศ และเขตบึงกุ่ม นอกจากนี้ยังลงพื้นที่ซอยลาดพร้าว 87 เขตวังทองหลาง และชุมชนวัชรปราณี เขตบางเขน เพื่อช่วยขนย้ายทรัพย์สินและเครื่องใช้ไฟฟ้าขึ้นที่สูง พร้อมช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชน

รายงานการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยใน 9 จังหวัดภูมิภาค

สำหรับการปฏิบัติการของหน่วยทหารและหน่วยงานท้องถิ่นในต่างจังหวัดทั้ง 9 จังหวัด มีการบูรณาการทำงานอย่างใกล้ชิดเพื่อรับมือกับปริมาณน้ำล้นตลิ่งและน้ำท่วมขัง

1. จังหวัดกาญจนบุรี

เจ้าหน้าที่ทหารร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นในอำเภอห้วยกระเจา ลงพื้นที่เปิดทางน้ำ กำจัดวัชพืชที่ขวางทางไหลของน้ำ เพื่อเร่งการระบายน้ำให้เร็วที่สุด พร้อมทั้งแจกจ่ายสิ่งของอุปโภคบริโภค ถุงยังชีพ และน้ำดื่มให้แก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่

2. จังหวัดฉะเชิงเทรา

จัดกำลังพลลงพื้นที่บ้านกระบกเตี้ย ตำบลท่ากระดาน อำเภอสนามชัยเขต เข้าช่วยเหลืออพยพผู้ป่วยติดเตียงและขนย้ายประชาชนออกจากพื้นที่น้ำท่วมขังไปยังจุดปลอดภัย

3. จังหวัดชลบุรี

หน่วยทหารเข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อำเภอเมืองชลบุรีและอำเภอพนัสนิคม โดยช่วยขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง กรอกและวางกระสอบทรายป้องกันน้ำไหลเข้าบ้านเรือน อพยพผู้ป่วยติดเตียงและกลุ่มเปราะบาง พร้อมมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น

4. จังหวัดนครปฐม

เจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติภารกิจเร่งด่วนบริเวณโรงพยาบาลนครปฐมและพื้นที่เทศบาลธรรมศาลา ดำเนินการอพยพผู้ป่วย ขนย้ายอุปกรณ์ทางการแพทย์และสิ่งของขึ้นที่สูง พร้อมวางแนวกระสอบทรายกั้นน้ำเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำท่วมเข้าสู่พื้นที่โรงพยาบาล

5. จังหวัดปทุมธานี

เร่งเหนี่ยวรั้งสถานการณ์น้ำด้วยการก่อกระสอบทรายจำนวน 800 ใบ ทำเป็นพนังกั้นน้ำบริเวณโรงเรียนรวมราษฎร์สามัคคี ตำบลบึงคอไห อำเภอลำลูกกา เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่การศึกษาและชุมชนใกล้เคียง

6. จังหวัดปราจีนบุรี

กระจายกำลังพลเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างครอบคลุมในหลายอำเภอ ได้แก่ อำเภอกบินทร์บุรี, ศรีมหาโพธิ, ประจันตคาม, บ้านสร้าง และอำเภอเมืองปราจีนบุรี โดยเน้นการอพยพประชาชนและผู้ป่วยติดเตียง ยกสิ่งของและเครื่องใช้ไฟฟ้าขึ้นที่สูง กรอกกระสอบทรายและทำแนวป้องกันน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะการวางแนวป้องกันโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ซึ่งเป็นสถานพยาบาลหลักของจังหวัด

7. จังหวัดสระแก้ว

หน่วยทหารเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่อำเภอเมืองสระแก้ว ดำเนินการอพยพผู้ป่วยติดเตียงและกลุ่มเปราะบางไปยังพื้นที่ปลอดภัย ช่วยยกทรัพย์สินขึ้นที่สูง รวมถึงช่วยเหลือพระภิกษุสงฆ์ในการเข็นรถยนต์ที่จมน้ำและเครื่องยนต์ดับอยู่กลางถนนจากระดับน้ำท่วมสูง

8. จังหวัดสุพรรณบุรี

เจ้าหน้าที่ทหารร่วมกับเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี เร่งบรรจุกระสอบทรายจำนวนมากกว่า 3,000 ใบ เพื่อทำคันกั้นน้ำตลอดแนวแม่น้ำท่าจีน พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่เพื่อเร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่อยู่อาศัยของประชาชน และเสริมแนวกระสอบทรายป้องกันโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช

9. จังหวัดอ่างทอง

เจ้าหน้าที่ประสานงานร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นและกรมชลประทาน เข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อำเภอป่าโมก ช่วยขนย้ายทรัพย์สินออกจากพื้นที่น้ำท่วมขัง พร้อมทั้งนำเสาเข็มและบิ๊กแบ็ก (Big Bag) เข้าตอกและวางเป็นแนวชะลอความแรงของน้ำ เพื่อป้องกันปัญหาตลิ่งพังทลาย

รัฐบาลย้ำความพร้อม มุ่งช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและปกป้องสถานที่สำคัญ

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา กล่าวสรุปและยืนยันถึงเจตนารมณ์ของรัฐบาลว่า “รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดกับการเข้าถึงและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมอย่างรวดเร็วและทันท่วงที โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง อาทิ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ เด็ก และคนพิการ รวมถึงการวางแนวป้องกันสถานที่สำคัญอย่างโรงพยาบาล ศูนย์ราชการ และพื้นที่ชุมชนขนาดใหญ่ ขณะนี้หน่วยทหารทุกเหล็กทัพยังคงบูรณาการการทำงานร่วมกับจังหวัด กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และหน่วยงานท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและดูแลความปลอดภัยของประชาชนอย่างทั่วถึง จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ”

สำหรับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์น้ำท่วม หรือต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉิน สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือผ่านช่องทางสายด่วนของหน่วยงานภาครัฐ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง