จับตาเขื่อนเจ้าพระยา! กรมชลฯ ยกระดับน้ำเหนือเขื่อน พร้อมผันน้ำลงคลอง 2 ฝั่งเต็มกำลัง รับมือมวลน้ำเหนือและฝนตกหนัก 24-27 ก.ย. นี้
วันนี้ (24 ก.ย. 69) นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วย นายสงกรานต์ ชลอศรีทอง ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12, นายธเนศร์ สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา และคณะผู้บริหาร ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและวางแนวทางการบริหารจัดการน้ำอย่างใกล้ชิด ณ เขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือปริมาณน้ำสะสมจากพื้นที่ตอนบนและมรสุมฝนที่จะตกเพิ่มขึ้นในระยะนี้
สถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปริมาณน้ำเหนือยังไหลเข้าต่อเนื่อง
จากการติดตามสภาพอากาศและปริมาณน้ำในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่ามี ฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ตอนบนของประเทศ ส่งผลให้มีปริมาณน้ำชะลอน้ำไหลลงสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อเวลา 06.00 น. ของวันนี้ (24 ก.ย. 69) สถานีวัดน้ำ C.2 อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ ตรวจวัดปริมาณน้ำไหลผ่านในอัตรา 1,777 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ลบ.ม./วินาที)
ปริมาณน้ำดังกล่าวยังคงสร้างดันให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น กรมชลประทานจึงต้องวางแผนบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เกิดการสมดุลระหว่างพื้นที่เหนือเขื่อนและพื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา
เปิดมาตรการหน่วงน้ำ ยกระดับหน้าเขื่อน-อัดเข้าคลองสองฝั่งเต็มกำลัง
เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาไม่ให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน กรมชลประทานได้ดำเนินมาตรการบริหารจัดการน้ำเชิงรุก ดังนี้
-
ทยอยยกระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา เพื่อช่วยชะลอการไหลของน้ำ และหน่วงปริมาณน้ำไว้ในระดับที่ปลอดภัย ลดความรุนแรงของมวลน้ำที่อาจกระทบต่อพื้นที่ตอนใต้เร็วเกินไป
-
ผันน้ำเข้าระบบชลประทานสองฝั่ง ดำเนินการรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกเต็มศักยภาพของคลองส่งน้ำและคลองระบายน้ำ โดยเน้นย้ำไม่ให้เกิดผลกระทบท่วมขังในพื้นที่เกษตรกรรมและชุมชน
-
ปรับอัตราการระบายน้ำท้ายเขื่อน ควบคุมการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ในอัตรา 1,750 ลบ.ม./วินาที ให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำจริงจากทางตอนบนและฝนที่ตกเพิ่มขึ้นในพื้นที่
-
ออกหนังสือแจ้งเตือนภัย ทำหนังสือแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งในพื้นที่เหนือเขื่อนและท้ายเขื่อน เพื่อเตรียมรับมือระดับน้ำที่อาจเปลี่ยนแปลง
เฝ้าระวังฝนตกหนัก 24-27 ก.ย. 69 ย้ำเตือนประชาชนติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด
แม้วิเคราะห์สถานการณ์ล่าสุดจะพบว่า ปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนเริ่มมีแนวโน้มลดลงเล็กน้อย แต่กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่า ในช่วงวันที่ 24–27 กันยายน 2569 พื้นที่ภาคกลางจะมีฝนตกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจัยนี้อาจส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลผ่านและระดับน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง
กรมชลประทาน จึงยังคงระดับการเฝ้าระวังขั้นสูงสุด และขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ โดยเฉพาะบริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยา คลองโผงเผง จังหวัดอ่างทอง, คลองบางบาล และแม่น้ำน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ติดตามข่าวสารระดับน้ำอย่างใกล้ชิด
อธิบดีกรมชลประทาน กำชับบริหารจัดการน้ำรอบด้าน มุ่งความปลอดภัยประชาชน
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน ได้มอบนโยบายและเน้นย้ำสั่งการให้เจ้าหน้าที่ชลประทานในพื้นที่ปฏิบัติดังนี้
-
วิเคราะห์ข้อมูลรอบด้าน ให้เจ้าหน้าที่นำข้อมูลปริมาณฝน ปริมาณน้ำท่า และการคาดการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยามาวิเคราะห์ประเมินแนวโน้มร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับแผนการระบายน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์จริง
-
ยึดความปลอดภัยเป็นหลัก การบริหารจัดการน้ำต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงความมั่นคงแข็งแรงของเขื่อนและอาคารชลประทานเป็นสำคัญ
-
การสื่อสารเตือนภัยแม่นยำ เน้นย้ำการประชาสัมพันธ์และแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำอย่างโปร่งใสและต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง และสามารถเตรียมความพร้อมยกของขึ้นที่สูง หรือยกย่องย้ายสิ่งของได้ทันท่วงที ช่วยลดความสูญเสียให้ได้มากที่สุด
กรมชลประทาน จะยังคงติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง และพร้อมประสานงานกับหน่วยงานจังหวัดเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเต็มกำลัง
ข้อมูล : กรมชลประทาน





