วันพฤหัสบดี ที่ 24 กันยายน 2569

Login
Login

น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูง เตือน 4 จังหวัด พื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ ยกของขึ้นที่สูงด่วน

น้ำมาแล้ว! ปภ. เตือน 4 จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยา "อยุธยา-อ่างทอง-สิงห์บุรี-ชัยนาท" เฝ้าระวังน้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นอีก 0.70-1.70 เมตร พื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ ให้เร่งยกของขึ้นที่สูงด่วน

ประกาศเตือนพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม วันนี้ (24 กันยายน 2569) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้งเฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี และชัยนาท พร้อมประสานกรุงเทพมหานครให้แจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ประกอบกิจการในแม่น้ำ และประชาชนริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำ รวมถึงสั่งการศูนย์ ปภ. เขต เตรียมเครื่องจักรกลสาธารณภัย รถปฏิบัติการ และกำลังพลให้พร้อมสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชน ตลอด 24 ชั่วโมง

 

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (อธิบดี ปภ.) เผยว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้รับแจ้งจาก กรมชลประทาน ตามหนังสือแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา ฉบับที่ 5 ลงวันที่ 22 กันยายน 2569 ว่า

จากการคาดการณ์ปริมาณน้ำในช่วง 1-9 วันข้างหน้า โดยในวันที่ 23 กันยายน 2569 ที่สถานี C.2 อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ จะมีปริมาณน้ำไหลผ่านสูงสุดประมาณ 1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และคาดว่าจะมีน้ำจากลำน้ำสาขาสมทบประมาณ 300-400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ประมาณ 2,100-2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งสองฝั่งในอัตรา 400-450 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จึงจำเป็นต้องระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาในอัตรา 1,500-2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

ส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอีกประมาณ 0.70-1.70 เมตร ในบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ ได้แก่ 

  • จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้แก่ อำเภอเสนา, ผักไห่, บางบาล, พระนครศรีอยุธยา, บางปะอิน และบางไทร
  • จังหวัดอ่างทอง ได้แก่ อำเภอวิเศษชัยชาญ, ป่าโมก, ไชโย และเมืองอ่างทอง
  • จังหวัดสิงห์บุรี ได้แก่ อำเภออินทร์บุรี และพรหมบุรี
  • จังหวัดชัยนาท ได้แก่ อำเภอสรรพยา

 

เพื่อเตรียมพร้อมรับมือระดับน้ำที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น และลดผลกระทบต่อประชาชน จึงได้สั่งการให้ศูนย์ ปภ. เขต 1 ปทุมธานี เขต 2 สุพรรณบุรี และเขต 16 ชัยนาท จัดประชุมคณะทำงานประจำห้องปฏิบัติการ (War Room) เพื่อติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำ พร้อมเตรียมเครื่องจักรกลสาธารณภัย รถปฏิบัติการ และกำลังพลให้พร้อมสนับสนุนจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบตลอด 24 ชั่วโมง หากประเมินว่ามีแนวโน้มเกิดภัยหรือสถานการณ์ขยายวงกว้าง ให้จัดเจ้าหน้าที่และชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต (ERT) พร้อมเครื่องจักรกลและรถปฏิบัติการเข้าปฏิบัติงาน ณ ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด โดยประสานการปฏิบัติกับสำนักงาน ปภ. จังหวัด รวมถึงสนับสนุนการจัดตั้งและบริหารจัดการศูนย์พักพิงชั่วคราว หากทรัพยากรไม่เพียงพอ ให้ประสานขอรับการสนับสนุนจากศูนย์ ปภ. เขตใกล้เคียง รวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ ให้ติดตามระดับน้ำและเตรียมขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงให้พ้นจากแนวน้ำท่วม เพื่อความปลอดภัย

ขณะเดียวกัน กอปภ.ก. ได้ประสานกรุงเทพมหานคร ให้ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภาคเอกชนที่ประกอบกิจการในแม่น้ำเจ้าพระยา อาทิ งานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง แพร้านอาหาร รวมถึงประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำ ให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมรับมือระดับน้ำที่อาจเพิ่มสูงขึ้น หากมีแนวโน้มเกิดสถานการณ์รุนแรงในพื้นที่ ให้ดำเนินการตามข้อสั่งการและมาตรการของกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ

"ขอให้ประชาชนติดตามสภาพอากาศ ประกาศแจ้งเตือนภัย สถานการณ์น้ำในพื้นที่ และข่าวสารจากทางราชการอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถติดตามข่าวสารการแจ้งเตือนภัยที่แอปพลิเคชัน "THAI DISASTER ALERT" และแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือทางไลน์ "ปภ.รับแจ้งเหตุ1784" รวมถึงสายด่วนนิรภัย 1784 (ตลอด 24 ชั่วโมง) เพื่อประสานให้การช่วยเหลือต่อไป"

 

นายกฯ สั่ง ผู้ว่าฯจังหวัดภาคกลาง - กทม. ตั้งรับน้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูง เตรียมพร้อมช่วยเหลือปชช.

วันเดียวกันนี้ (24 ก.ย. 69) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งภาคกลาง กำชับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการเตรียมรับสถานการณ์น้ำเจ้าพระยาที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เน้นย้ำความปลอดภัยของประชาชน โดยเชื่อมโยงการบริหารจัดการน้ำทั้งลุ่มน้ำกับการเตรียมพร้อมของพื้นที่ เฝ้าระวังชุมชนลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี และชัยนาท พร้อมประสานกรุงเทพมหานครตรวจสอบความพร้อมของกำเครื่องจักรกล สิ่งของช่วยเหลือ และศูนย์พักพิงชั่วคราว เพื่อให้สามารถดูแลประชาชนได้ทันสถานการณ์

นายเอกนิติ เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่เพิ่มสูงขึ้น โดยได้เน้นย้ำผ่านตนให้แจ้งจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมความพร้อมดูแลช่วยเหลือประชาชนอย่างทั่วถึง ซึ่งจากข้อมูลของ กรมชลประทาน จะมีการระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาในอัตรา 1,500-2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำเพิ่มสูงขึ้นอีกประมาณ 0.70-1.70 เมตร ในพื้นที่ 4 จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ 

  • พระนครศรีอยุธยา (อำเภอเสนา ผักไห่ บางบาล พระนครศรีอยุธยา บางปะอิน และบางไทร)
  • อ่างทอง (อำเภอวิเศษชัยชาญ ป่าโมก ไชโย และเมืองอ่างทอง)
  • สิงห์บุรี (อำเภออินทร์บุรีและพรหมบุรี)
  • ชัยนาท (อำเภอสรรพยา)

โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดบริหารจัดการสาธารณภัยในพื้นที่ พร้อมกำชับอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแจ้งเตือนให้ประชาชนขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง และเตรียมการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง รวมทั้งเตรียมจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว โดยประสานศูนย์ ปภ. เขต เสริมกำลังทรัพยากรให้ช่วยเหลือได้อย่างทั่วถึง รวมทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลพื้นที่เกษตร เพื่อลดผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร

ส่วน กรุงเทพมหานคร (กทม.) ขอให้แจ้งเตือนชุมชนริมแม่น้ำ แพร้านอาหาร และผู้ดำเนินงานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง ให้เตรียมมาตรการความปลอดภัยและเฝ้าระวังจุดเสี่ยง นอกจากนี้ให้พื้นที่สื่อสารกับประชาชนอย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนรับทราบข้อมูลข่าวสารจากทางราชการ และสามารถเตรียมความพร้อมรับมือได้อย่างทันท่วงที