วันพฤหัสบดี ที่ 24 กันยายน 2569

Login
Login

ขั้นตอนยืนยันสิทธิ ขอรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ปี 69/70

“เบี้ยคนชรา” อัปเดตการยืนยันสิทธิขอรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ปี 69/70 ปีงบประมาณ 2571 ใครต้องยื่น เอกสารที่ต้องใช้มีอะไรบ้าง เช็กเลย พร้อมดูอัตราเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุล่าสุด

อัปเดตการยืนยันสิทธิ ขอรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เบี้ยคนชราปี 69/70 ปีงบประมาณ 2571 ใครต้องยื่น เอกสารที่ต้องใช้มีอะไรบ้าง เช็กเลย พร้อมดูอัตราเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุล่าสุด

ขั้นตอนยืนยันสิทธิ ขอรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ปี 69/70

การยืนยันสิทธิรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ประจำปีงบประมาณ 2571 เปิดให้ผู้สูงอายุที่ยังไม่ได้ยืนยันสิทธิ รวมถึงผู้ที่ย้ายทะเบียนบ้านไปอยู่ในพื้นที่ใหม่ ติดต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบตามทะเบียนบ้าน เพื่อยืนยันสิทธิด้วยตนเอง หรือสามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทนได้

ผู้ที่ต้องยืนยันสิทธิ

  • ผู้ที่มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์แล้ว และยังไม่ได้ยืนยันสิทธิ
  • ผู้ที่จะมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ สำหรับปีงบประมาณ 2571 ได้แก่ ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 2 กันยายน 2510 – 1 กันยายน 2511
  • ผู้สูงอายุที่ย้ายทะเบียนบ้านจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นหรือกรุงเทพมหานคร และยังไม่ได้ยืนยันสิทธิกับหน่วยงานในพื้นที่ใหม่

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ

  • มีสัญชาติไทย
  • มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตพื้นที่ที่ยื่นยืนยันสิทธิ
  • มีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และได้ยืนยันสิทธิต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยผู้ที่จะมีอายุครบ 60 ปีตามช่วงวันเกิดที่กำหนด สามารถยืนยันสิทธิล่วงหน้าตามประกาศของหน่วยงาน
  • เป็นผู้ไม่มีรายได้ หรือมีรายได้ไม่เพียงพอแก่การยังชีพ ตามที่คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยผู้สูงอายุกำหนด

ขั้นตอนยืนยันสิทธิ ขอรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ปี 69/70

วัน เวลา และสถานที่ยืนยันสิทธิ

  • ติดต่อหน่วยงานตามที่อยู่ในทะเบียนบ้าน
  • กรุงเทพมหานคร: สำนักงานเขต
  • ต่างจังหวัด: องค์การบริหารส่วนตำบล หรือเทศบาล
  • ยื่นได้ในวันและเวลาราชการ หรือตามจุดบริการที่หน่วยงานกำหนด โดยควรสอบถาม วันเริ่มรับและวันสิ้นสุดการยืนยันสิทธิของพื้นที่ตนเอง ก่อนเดินทาง เนื่องจากแต่ละหน่วยงานอาจกำหนดช่วงเวลาต่างกัน

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • กรณียืนยันสิทธิด้วยตนเอง
  • บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริง
  • ทะเบียนบ้านฉบับจริง
  • สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารสำหรับรับเงินฉบับจริง

กรณีมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทน

  • หนังสือมอบอำนาจ กรอกข้อมูลและลงลายมือชื่อผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงพยานให้ครบถ้วน
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้สูงอายุ จำนวน 1 ฉบับ
  • สำเนาทะเบียนบ้านฉบับปัจจุบันของผู้สูงอายุ จำนวน 1 ฉบับ
  • สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารสำหรับรับเงิน จำนวน 1 ฉบับ
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ จำนวน 1 ฉบับ
  • สำเนาทะเบียนบ้านฉบับปัจจุบันของผู้รับมอบอำนาจ จำนวน 1 ฉบับ

หมายเหตุ

  • สำเนาเอกสารทุกฉบับให้เจ้าของเอกสารลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง โดยเตรียมปากกาสีน้ำเงินสำหรับกรอกและลงนามเอกสาร ทั้งนี้ ให้ตรวจสอบรายการเอกสารตามที่หน่วยงานกำหนดอีกครั้ง
  • ควรสอบถามหน่วยงานว่าต้องใช้สำเนาเอกสารเพิ่มเติมหรือไม่ และรับโอนเงินผ่านธนาคารใดบ้าง
  • หากต้องการรับเงินผ่านบัญชีของผู้อื่น ให้แจ้งเจ้าหน้าที่และจัดเตรียมหนังสือมอบอำนาจรับเงิน พร้อมเอกสารประกอบตามที่หน่วยงานกำหนด

ขั้นตอนการยืนยันสิทธิ

  • ตรวจสอบคุณสมบัติ และช่วงวันเกิดว่าอยู่ในกลุ่มที่ต้องยืนยันสิทธิหรือไม่
  • ติดต่อหน่วยงานตามทะเบียนบ้าน เพื่อสอบถามกำหนดการและเอกสารที่ต้องใช้
  • เตรียมเอกสารให้ครบถ้วน หากให้ผู้อื่นไปแทน ต้องจัดทำหนังสือมอบอำนาจ
  • ยื่นแบบยืนยันสิทธิพร้อมเอกสาร ณ หน่วยงานหรือจุดบริการที่กำหนด
  • ติดตามผลการตรวจสอบสิทธิ ผ่านช่องทางที่หน่วยงานแจ้ง พร้อมสอบถามเดือนเริ่มรับเงินและบัญชีที่ใช้รับเงินให้ชัดเจน

อัตราเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

จ่ายเป็นรายเดือนในอัตราแบบขั้นบันไดตามช่วงอายุ ดังนี้

  • 60–69 ปี เดือนละ 600 บาท
  • 70–79 ปี เดือนละ 700 บาท
  • 80–89 ปี เดือนละ 800 บาท
  • 90 ปีขึ้นไป เดือนละ 1,000 บาท

หมายเหตุ

การเริ่มรับเงินของแต่ละรายขึ้นอยู่กับการมีคุณสมบัติครบถ้วนและการตรวจสอบสิทธิ
การยืนยันสิทธิล่วงหน้าไม่ได้หมายความว่าจะได้รับเงินทันทีหลังยื่นเอกสาร ให้สอบถามเดือนเริ่มรับเงินจากหน่วยงานที่รับยืนยันสิทธิ

ข้อควรรู้สำหรับผู้รับเงินรายเดิมและผู้ย้ายทะเบียนบ้าน

  • ผู้สูงอายุรายเดิมที่ได้รับเงินอยู่แล้ว: ไม่ต้องมารายงานตัวเป็นประจำทุกปี เนื่องจากกรมบัญชีกลางเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบของกรมการปกครองแล้ว
  • ผู้สูงอายุที่ย้ายทะเบียนบ้าน: ให้ติดต่อหน่วยงานในพื้นที่ใหม่เพื่อยืนยันสิทธิและตรวจสอบความต่อเนื่องในการรับเงิน
  • ผู้ที่ไม่สะดวกเดินทาง: สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นยื่นยืนยันสิทธิแทนได้ โดยต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน

 

สอบถามเพิ่มเติม

  • กรุงเทพมหานคร: สำนักงานเขต ตามที่อยู่ในทะเบียนบ้าน
  • ต่างจังหวัด: องค์การบริหารส่วนตำบล หรือเทศบาล ตามที่อยู่ในทะเบียนบ้าน