สทนช. เผยอ่างเก็บน้ำทั่วไทยความจุพุ่ง 73% น้ำใช้การ 62% สั่งเฝ้าระวังมวลน้ำสะสมรับมือฝนตกหนักถึงหนักมาก 24-27 ก.ย. นี้
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) รายงานสรุปภาพรวมสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศของประเทศไทย ประจำวันที่ 23 กันยายน 2569 พร้อมเปิดเผยข้อมูลปริมาณฝนสะสม ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ ตลอดจนแจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงภัยอุทกภัยและน้ำท่วมฉับพลัน เพื่อให้ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์อย่างทันท่วงที
รายงานสถานการณ์ฝนสูงสุดรายภาค (ข้อมูล ณ วันที่ 23 ก.ย. 69)
จากการติดตามสภาพอากาศและวัดปริมาณน้ำฝนสะสม 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา พบว่ามีฝนตกกระจายตัวในหลายพื้นที่ โดยจังหวัดที่มีปริมาณฝนตกสูงสุดในแต่ละภาค มีดังนี้
- ภาคเหนือ จ.สุโขทัย วัดปริมาณฝนสูงสุดได้ 117 มิลลิเมตร
- ภาคใต้ จ.กระบี่ วัดปริมาณฝนสูงสุดได้ 98 มิลลิเมตร
- ภาคตะวันตก จ.ประจวบคีรีขันธ์ วัดปริมาณฝนสูงสุดได้ 87 มิลลิเมตร
- ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร วัดปริมาณฝนสูงสุดได้ 69 มิลลิเมตร
- ภาคตะวันออก จ.จันทบุรี วัดปริมาณฝนสูงสุดได้ 52 มิลลิเมตร
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.อุบลราชธานี วัดปริมาณฝนสูงสุดได้ 30 มิลลิเมตร
สภาพอากาศและแนวโน้มการคาดการณ์ฝน (24 - 27 ก.ย. 69)
คาดการณ์สภาพอากาศวันนี้
ในวันนี้บริเวณภาคตะวันออกยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนล่าง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคใต้ จะมีฝนตกหนักในบางพื้นที่ ประชาชนในบริเวณดังกล่าวควรระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม
แนวโน้มการคาดการณ์ฝนล่วงหน้าช่วงวันที่ 24 – 27 ก.ย. 69
สทนช. ประเมินว่า ในช่วงวันที่ 24 ถึง 27 กันยายน 2569 สภาพอากาศในหลายพื้นที่ของประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยบริเวณ ภาคเหนือตอนล่าง, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง, ภาคกลาง, ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน จะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด
สรุปสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำภาพรวมทั่วประเทศ
ปัจจุบันภาพรวมสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศยังคงอยู่ในเกณฑ์ที่ต้องบริหารจัดการอย่างประณีตและเฝ้าระวัง โดยมีรายละเอียดดังนี้
- ปริมาณน้ำรวมทั้งประเทศ มีปริมาณน้ำ 59,162 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 73% ของความจุเก็บกักรวม
- ปริมาณน้ำใช้การได้ มีปริมาณน้ำใช้การได้ 35,040 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 62% ของความจุเก็บกัก
สรุปปริมาณน้ำอ่างเก็บน้ำแยกตามรายภาค
- ภาคตะวันตก ปริมาณน้ำรวม 24,524 ล้านลูกบาศก์เมตร (คิดเป็น 87% ของความจุ) เป็นภาคที่มีสัดส่วนน้ำสะสมสูงสุด
- ภาคเหนือ ปริมาณน้ำรวม 18,921 ล้านลูกบาศก์เมตร (คิดเป็น 69% ของความจุ)
- ภาคใต้ ปริมาณน้ำรวม 5,263 ล้านลูกบาศก์เมตร (คิดเป็น 69% ของความจุ)
- ภาคตะวันออก ปริมาณน้ำรวม 2,071 ล้านลูกบาศก์เมตร (คิดเป็น 65% ของความจุ)
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปริมาณน้ำรวม 7,384 ล้านลูกบาศก์เมตร (คิดเป็น 61% ของความจุ)
- ภาคกลาง ปริมาณน้ำรวม 999 ล้านลูกบาศก์เมตร (คิดเป็น 53% ของความจุ)
สถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยาและการบริหารจัดการน้ำท้ายเขื่อน
กรมชลประทานได้ออกประกาศแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา เนื่องจากมีปริมาณน้ำเหนือไหลลงสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาเพิ่มมากขึ้น จำเป็นต้องทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา โดยมีข้อมูลการบริหารจัดการน้ำล่าสุด ณ เวลา 06.00 น. ดังนี้
- สถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่านในอัตรา 1,737 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
- เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท มีระดับน้ำหน้าเขื่อนอยู่ที่ +16.90 เมตร รทก. และมีการระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนในอัตรา 1,620 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
เตือนพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ ระดับน้ำอาจสูงขึ้น 0.7 - 1.7 เมตร
จากการปรับการระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาในอัตราระหว่าง 1,500 - 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะส่งผลให้ระดับน้ำด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันอีกประมาณ 0.70 - 1.70 เมตร โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ ในพื้นที่ต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
- จ.ชัยนาท อ.สรรพยา
- จ.สิงห์บุรี อ.อินทร์บุรี และ อ.พรหมบุรี
- จ.อ่างทอง อ.ไชโย, อ.เมืองอ่างทอง, อ.ป่าโมก และ อ.วิเศษชัยชาญ
- จ.พระนครศรีอยุธยา อ.บางบาล, อ.ผักไห่, อ.เสนา, อ.พระนครศรีอยุธยา, อ.บางปะอิน และ อ.บางไทร
ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำนอกคันกั้นน้ำในบริเวณดังกล่าว ยกของขึ้นที่สูง เตรียมพร้อมรับมือระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น และติดตามการแจ้งเตือนจากทางราชการอย่างใกล้ชิด
ประกาศแจ้งเตือนเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย (22 - 27 ก.ย. 69)
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ออกประกาศแจ้งเตือนให้เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่ ภาคตะวันออก ในช่วงระหว่างวันที่ 22 - 27 กันยายน 2569 ซึ่งครอบคลุม 8 จังหวัด ได้แก่
- จ.นครนายก อ.เมืองนครนายก, อ.ปากพลี และ อ.บ้านนา
- จ.ปราจีนบุรี อ.เมืองปราจีนบุรี, อ.นาดี, อ.กบินทร์บุรี และ อ.ประจันตคาม
- จ.สระแก้ว อ.เมืองสระแก้ว และ อ.วัฒนานคร
- จ.ฉะเชิงเทรา อ.สนามชัยเขต และ อ.ท่าตะเกียบ
- จ.ชลบุรี อ.บ่อทอง, อ.ศรีราชา, อ.บางละมุง, อ.หนองใหญ่ และ อ.สัตหีบ
- จ.ระยอง อ.เมืองระยอง, อ.เขาชะเมา และ อ.บ้านค่าย
- จ.จันทบุรี อ.มะขาม, อ.ท่าใหม่, อ.แก่งหางแมว, อ.โป่งน้ำร้อน, อ.ขลุง และ อ.เขาคิชฌกูฏ
- จ.ตราด อ.เมืองตราด, อ.เขาสมิง, อ.คลองใหญ่ และ อ.บ่อไร่
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เสี่ยงภัยได้เตรียมความพร้อมทั้งเครื่องจักร เครื่องมือ และเจ้าหน้าที่เพื่อเข้าช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง หากเกิดเหตุฉุกเฉิน





