กรมอุตุฯ นัดถกเครียด ยกระดับเตือนภัย ฉ.4 รับมือหย่อมความกดอากาศต่ำจ่อถล่มไทย 23–27 ก.ย. เตือน กทม.-ภาคตะวันออก ฝนตกหนัก 80% เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน
กรมอุตุนิยมวิทยา ยกระดับการเฝ้าระวังสถานการณ์สภาพอากาศอย่างใกล้ชิด ออกประกาศฉบับที่ 4 เตือนภัยฝนตกหนักถึงหนักมากทั่วทุกภาคของประเทศไทย ช่วงวันที่ 23–27 กันยายน 2569 ชี้ภาคตะวันออก กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เสี่ยงเจอฝนฟ้าคะนองสูงถึง 80% ของพื้นที่ เตือนประชาชนพื้นที่เสี่ยงระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม
กรมอุตุฯ ถกเครียด ติดตามวิเคราะห์แนวโน้มสภาพอากาศล่าสุด
วันนี้ (23 ก.ย. 69) กรมอุตุนิยมวิทยาได้จัดการประชุมติดตามและประเมินสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ณ ศูนย์ปฏิบัติการพยากรณ์อากาศ ชั้น 11 อาคาร 50 ปี อุตุนิยมวิทยา โดยมี ดร.สุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย นายนัฐวุฒิ แดนดี รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ฝ่ายวิชาการ ตลอดจนคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ทั้งจากส่วนกลาง ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาค และสถานีอุตุนิยมวิทยาทั่วประเทศ เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
การประชุมในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อนำข้อมูลพยากรณ์อากาศและภาพถ่ายดาวเทียมล่าสุดมาวิเคราะห์ร่วมกัน พร้อมประเมินทิศทางและแนวโน้มสภาพอากาศในระยะต่อไปอย่างรอบด้าน หลังจากที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้ทำการเปิดศูนย์ติดตามสถานการณ์สภาพอากาศและเริ่มออกประกาศเตือนภัยมาตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน 2569 เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือกับความผันผวนของสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง
สาเหตุสภาพอากาศแปรปรวน หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงสมทบร่องมรสุม
สำหรับปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยมีปริมาณฝนเพิ่มสูงขึ้นอย่างเด่นชัดในระยะนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาเปิดเผยว่าเป็นผลมาจาก หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ที่ได้เคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศกัมพูชา และกำลังเคลื่อนตัวตามแนว ร่องมรสุม ที่พาดผ่านบริเวณภาคกลางและภาคตะวันออกของประเทศไทย
ประกอบกับ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย เริ่มมีกำลังแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยาเหล่านี้ส่งผลให้ทั่วทุกภาคของไทยเกิดการสะสมของความชื้นสูง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากเกิดขึ้นในหลายพื้นที่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ด้วยเหตุนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาจึงได้ออกประกาศเตือนภัย เรื่อง "ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย" ฉบับที่ 4 เพื่อแจ้งเตือนประชาชนให้ทราบถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการ ในช่วงวันที่ 23–27 กันยายน 2569
เจาะลึกพื้นที่เสี่ยงฝนตกหนัก-หนักมาก ภาคตะวันออกและ กทม. อ่วมสุด
จากการประเมินสภาพอากาศในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า พบว่าหลายภูมิภาคทั่วประเทศจะมีปริมาณฝนสะสมเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยมีรายละเอียดแยกตามภูมิภาคดังนี้
1. ภาคตะวันออก (พื้นที่เฝ้าระวังพิเศษ)
ภาคตะวันออกถือเป็นพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษสูงสุด โดยคาดว่าจะมีฝนฟ้าคะนองถึง ร้อยละ 80 ของพื้นที่
- พื้นที่ฝนตกหนัก จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี และฉะเชิงเทรา
- พื้นที่ฝนตกหนักมากบางแห่ง จังหวัดสระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
2. กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
สภาพอากาศในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลน่าเป็นห่วงไม่แพ้กัน โดยคาดว่าจะเจอฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ เช่นเดียวกัน และจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากเกิดขึ้นได้ในบางแห่ง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางและการจราจรในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน
3. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคใต้
สำหรับพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ภาคอีสาน) ตอนล่าง ภาคกลาง และภาคใต้ คาดการณ์ว่าจะเกิดฝนตกหนักกระจายตัวอยู่ในบางแห่ง ขอให้ผู้ที่อยู่อาศัยในพื้นที่ดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย
คำเตือนภัยจากกรมอุตุฯ ข้อควรปฏิบัติและแนวทางป้องกันภัยธรรมชาติ
จากสถานการณ์ฝนตกหนักสะสมในหลายพื้นที่ กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกข้อแนะนำและเตือนภัยไปยังประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่อยู่อาศัยใน พื้นที่เสี่ยงภัย ให้เตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นทันที ดังนี้
-
ระวังภัยน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำ และพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน ต้องระมัดระวังปริมาณฝนสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำป่าทะลักหรือน้ำท่วมฉับพลันอย่างรวดเร็ว
-
เฝ้าระวังภัยดินโคลนถล่ม บริเวณพื้นที่เชิงเขาที่มีปริมาณฝนตกสะสมติดต่อกันหลายชั่วโมง อาจเกิดการอุ้มน้ำของดินจนส่งผลให้เกิดดินโคลนสไลด์ถล่มได้
-
การเดินทางและสัญจร หลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางที่มีประวัติน้ำท่วมซ้ำซาก เนื่องจากระดับน้ำอาจสูงขึ้นจนยานพาหนะไม่สามารถสัญจรได้ และควรรักษาระยะห่างในการขับขี่เนื่องจากถนนลื่น
-
จัดการพื้นที่ลุ่มต่ำ ชุมชนในเขตเมืองและพื้นที่ลุ่มต่ำควรเตรียมเครื่องสูบน้ำและยกของขึ้นที่สูง เนื่องจากอาจเกิดภาวะน้ำท่วมขังรอการระบายในระยะสั้น
การติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องและการแจ้งเตือน
กรมอุตุนิยมวิทยายืนยันว่าจะยังคงเฝ้าระวัง ตรวจวัด และประเมินสถานการณ์ของหย่อมความกดอากาศต่ำและร่องมรสุมนี้อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีกำหนดการจะออกประกาศเตือนภัยฉบับถัดไป ฉบับที่ 5 ในเวลา 17.00 น. ของวันนี้
ทั้งนี้ จึงขอให้ประชาชนทุกคนอย่าตื่นตระหนก แต่ให้ติดตามข่าวสาร พยากรณ์อากาศ และประกาศเตือนภัยอย่างเป็นทางการจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด ผ่านทางเว็บไซต์ ช่องทางออนไลน์ หรือสายด่วนอุตุฯ เพื่อให้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำ และเป็นปัจจุบันที่สุด ซึ่งจะช่วยให้สามารถวางแผนการเดินทางและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ได้อย่างปลอดภัยและเหมาะสม
ข้อมูล : กรมอุตุนิยมวิทยา





