ปภ. เตือน 10 จังหวัดภาคกลางและ กทม. เฝ้าระวังระดับน้ำเจ้าพระยาสูงขึ้น 0.5-1.5 เมตร หลังเขื่อนเจ้าพระยาปรับเพิ่มการระบายน้ำ ย้ำลุ่มต่ำอยุธยา 6 อำเภอยกของขึ้นที่สูงด่วน
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ออกประกาศแจ้งเตือน 10 จังหวัดภาคกลาง พร้อมกรุงเทพมหานคร เฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิด หลังกรมชลประทานคาดการณ์ปริมาณน้ำเหนือเพิ่มสูงขึ้น และมีความจำเป็นต้องปรับเพิ่มอัตราการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ส่งผลให้ระดับน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น 0.50 - 1.50 เมตร
ปภ. ประสาน 10 จังหวัดภาคกลาง - กทม. เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำเจ้าพระยา
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้รับการประสานข้อมูลสำคัญจากกรมชลประทาน เรื่องการบริหารจัดการน้ำและแนวโน้มปริมาณน้ำไหลผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาในระยะข้างหน้า
จากรายงานคาดการณ์แนวโน้มปริมาณน้ำในช่วง 1-9 วันข้างหน้า พบว่า ในวันที่ 29 กันยายน 2569 ที่สถานี C.2 อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ คาดว่าจะมีปริมาณน้ำไหลผ่านประมาณ 1,400-1,450 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เมื่อรวมกับปริมาณน้ำจากลำน้ำสาขาอีกประมาณ 150-200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะทำให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าสู่บริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยารวมทั้งสิ้นประมาณ 1,550-1,650 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
เพื่อยับยั้งความเสี่ยงและบริหารจัดการพื้นที่รับน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ กรมชลประทานจำเป็นต้องรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งสองฝั่งในอัตรา 400-450 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พร้อมทั้งปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ในอัตราระหว่าง 1,000-1,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ส่งผลให้ระดับน้ำบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำตั้งแต่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาลงมา เพิ่มสูงขึ้นจากระดับปัจจุบันอีกประมาณ 0.50-1.50 เมตร
ด้วยเหตุนี้ กอปภ.ก. จึงได้ส่งหนังสือประสานงานไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดและกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดในพื้นที่ภาคกลาง 10 จังหวัด ได้แก่
- จังหวัดอุทัยธานี
- จังหวัดชัยนาท
- จังหวัดสิงห์บุรี
- จังหวัดอ่างทอง
- จังหวัดสุพรรณบุรี
- จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
- จังหวัดลพบุรี
- จังหวัดปทุมธานี
- จังหวัดนนทบุรี
- จังหวัดสมุทรปราการ
- กรุงเทพมหานคร
เพื่อให้ดำเนินมาตรการแจ้งเตือน เฝ้าระวัง และเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำล้นตลิ่งอย่างทันท่วงที
เปิดพิกัดพื้นที่เสี่ยง! พระนครศรีอยุธยากระทบ 6 อำเภอ นอกคันกั้นน้ำ
จากการปรับเพิ่มอัตราการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในครั้งนี้ พื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบโดยตรงและเป็นลำดับแรกคือ พื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งครอบคลุม 6 อำเภอสำคัญ ได้แก่
- อำเภอเสนา
- อำเภอผักไห่
- อำเภอบางบาล
- อำเภอพระนครศรีอยุธยา
- อำเภอบางปะอิน
- อำเภอบางไทร
ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ยืนยันว่าการระบายน้ำในระดับดังกล่าว จะไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชนที่อยู่อาศัยภายในแนวคันกั้นน้ำ แต่จำเป็นอย่างยิ่งที่ประชาชนนอกคันกั้นน้ำจะต้องยกของขึ้นที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหายแก่ทรัพย์สิน
กำชับท้องถิ่นเตรียมพร้อมเจ้าหน้าที่-เครื่องจักรกล ป้องกันภัย 24 ชั่วโมง
อธิบดี ปภ. ได้เน้นย้ำเพิ่มเติมว่า กอปภ.ก. ได้สั่งการให้จังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เสี่ยงภัย เร่งประสานงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบความแข็งแรงของแนวคันกั้นน้ำ ตลอดจนพนังกั้นน้ำตามแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยาและลำน้ำสาขา เพื่อป้องกันการรั่วซึมหรือการชำรุดเสียหาย
นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้จัดเตรียมทรัพยากรด้านสาธารณภัยอย่างเต็มกำลัง ทั้งการจัดเตรียมเครื่องจักรกลสาธารณภัย เครื่องสูบน้ำ เครื่องมือ รวมถึงการจัดตั้งทีมเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนทันทีหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินหรือระดับน้ำยกระดับความรุนแรงขึ้น
ข้อแนะนำสำหรับประชาชนและผู้ประกอบการริมแม่น้ำเจ้าพระยา
เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ปภ. ขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่อาศัยหรือดำเนินกิจการอยู่ในบริเวณริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย ปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้:
1. ประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ
- ติดตามข่าวสาร: ฝ้าระวังและติดตามการประกาศแจ้งเตือนระดับน้ำจากทางราชการอย่างใกล้ชิด
- ยกของขึ้นที่สูง เร่ง ขนย้ายสิ่งของ ทรัพย์สิน และอุปกรณ์ไฟฟ้าขึ้นบนที่สูงให้พ้นจากแนวน้ำที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.50–1.50 เมตร
- ดูแลกลุ่มตระหนักพิเศษ เตรียมแผนย้ายผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ เด็ก และสัตว์เลี้ยง ไปยังพื้นที่ safe zone หรือสถานที่ปลอดภัย
- ตรวจสอบระบบไฟฟ้า ตรวจสอบสายไฟและปลั๊กไฟในบ้านเรือน หากระดับน้ำเริ่มเอ่อท่วม ให้สับคัทเอาท์ตัดกระแสไฟฟ้าทันทีเพื่อป้องกันอันตรายจากไฟฟ้ารั่ว
2. ผู้ประกอบการและภาคเอกชน
- ผู้ประกอบการงานก่อสร้าง ตรวจสอบความแข็งแรงของไซต์งานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง เครื่องจักร และวัสดุอุปกรณ์ที่อยู่ริมน้ำ
- ผู้ประกอบการเรือเรือนแพและร้านอาหาร เสริมความแข็งแรงของยึดโยงแพ แพร้านอาหาร และท่าเทียบเรือ เพื่อรับแรงกระแทกจากกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวขึ้น
ช่องทางการติดต่อและขอความช่วยเหลือ Incident Hotline 1784
หากประชาชนประสบภัยพิบัติ หรือต้องการความช่วยเหลือจากสถานการณ์น้ำท่วม น้ำล้นตลิ่ง สามารถแจ้งเหตุและขอรับความช่วยเหลือได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ดังนี้
- สายด่วนนิรภัย : 1784 (โทรฟรีตลอด 24 ชั่วโมง)
- Line Official Account : "ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784" (โดยเพิ่มเพื่อนผ่าน Line ID: @1784DDPM)
- แอปพลิเคชัน : "THAI DISASTER ALERT" สำหรับติดตามการแจ้งเตือนภัยแบบ Real-time
สถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาขณะนี้ ถือเป็นช่วงเวลาที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด การบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทานและการแจ้งเตือนล่วงหน้าของ ปภ. มีเป้าหมายเพื่อลดผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุด ขอให้ประชาชนใน 10 จังหวัดภาคกลาง กรุงเทพมหานคร และโดยเฉพาะพื้นที่ 6 อำเภอเสี่ยงในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตระหนักแต่ไม่ตื่นตระหนก และเตรียมความพร้อมตามคำแนะนำของทางราชการอย่างเคร่งครัด
ข้อมูล : กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย





