สทนช. เผยอ่างเก็บน้ำทั่วไทยพุ่ง 72% เตือน 6 จังหวัดเสี่ยงฝนตกหนักสะสมกว่า 200 มม. เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน เช็กพื้นที่และสถานการณ์น้ำด่วน!
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยรายงานสรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศไทย ประจำวันที่ 20 กันยายน 2569 เผยภาพรวมปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศพุ่งสูงถึง 72% ของความจุเก็บกัก พร้อมแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยเฝ้าระวังฝนตกหนักสะสมในระยะ 3 วันข้างหน้า ขณะที่สภาพอากาศในช่วงสัปดาห์นี้ประเทศไทยเริ่มมีแนวโน้มฝนลดลงแต่ยังคงต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักบางพื้นที่
เปิดพิกัดฝนสูงสุดรายภาค 'สุโขทัย' แชมป์ภาคเหนือ 126 มม.
จากรายงานของ สทนช. พบว่าสถานการณ์ฝนตกหนักกระจายตัวในหลายพื้นที่ทั่วทุกภาค โดยมีปริมาณฝนสูงสุดสะสมในแต่ละภูมิภาค ดังนี้
- ภาคเหนือ จังหวัดสุโขทัย วัดปริมาณฝนสูงสุดได้ถึง 126 มิลลิเมตร
- ภาคใต้ จังหวัดระนอง มีฝนตกหนักวัดได้ 111 มิลลิเมตร
- ภาคตะวันออก จังหวัดปราจีนบุรี วัดได้ 88 มิลลิเมตร
- ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร มีฝนตกสะสม 67 มิลลิเมตร
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดอุบลราชธานี วัดได้ 64 มิลลิเมตร
- ภาคตะวันตก จังหวัดราชบุรี วัดได้ 60 มิลลิเมตร
สถานการณ์ฝนตกหนักดังกล่าวส่งผลให้บางพื้นที่ต้องเริ่มเฝ้าระวังระดับน้ำสะสม โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่รับน้ำใกล้เชิงเขา
คาดการณ์สภาพอากาศ 21 - 25 ก.ย. 69: ฝนลดลงแต่ยังประมาทไม่ได้
สำหรับสภาพอากาศประจำวันที่ 20 กันยายน 2569 ประเทศไทยยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคกลางตอนล่าง ภาคใต้ตอนบน และภาคตะวันออก
ขณะที่การคาดการณ์แนวโน้มสภาพอากาศในช่วงวันที่ 21 - 25 กันยายน 2569 พบว่า ภาพรวมของประเทศไทยจะมีปริมาณฝนลดลง ทว่ายังคงมีฝนตกหนักเกิดขึ้นได้ในบางพื้นที่ เนื่องจากอิทธิพลของ ร่องมรสุม ที่เลื่อนขึ้นไปพาดผ่านบริเวณภาคกลางตอนล่างและภาคตะวันออก ก่อนจะเคลื่อนเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ประกอบกับ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ กำลังปานกลางยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน และอ่าวไทยอย่างต่อเนื่อง
เตือนภัยพื้นที่เสี่ยงฝนตกหนักสะสม 3 วันล่วงหน้า (มากกว่า 200 มม.)
สทนช. ได้ทำการวิเคราะห์และคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนักสะสม 3 วันล่วงหน้า ในช่วงวันที่ 19 - 21 กันยายน 2569 ที่คาดว่าจะมีความเสี่ยงฝนตกหนักสะสมมากกว่า 200 มิลลิเมตร ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยครอบคลุมพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่
- จังหวัดตราด อำเภอคลองใหญ่
- จังหวัดกาญจนบุรี อำเภอไทรโยค และอำเภอเมืองกาญจนบุรี
- จังหวัดชัยภูมิ อำเภอบำเหน็จณรงค์ และอำเภอเทพสถิต
- จังหวัดสระแก้ว อำเภอวัฒนานคร และอำเภอเมืองสระแก้ว
- จังหวัดนครราชสีมา อำเภอสูงเนิน และอำเภอครบุรี
- จังหวัดบุรีรัมย์ อำเภอบ้านกรวด
ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณพื้นที่เสี่ยงดังกล่าว ติดตามข่าวสารสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำล้นตลิ่ง และระมัดระวังการเดินทางในจุดที่มีน้ำขังสะสม
เปิดสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ ปริมาณน้ำรวมพุ่ง 72%
ในส่วนของสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำภาพรวมทั่วประเทศขณะนี้ มีปริมาณน้ำรวมอยู่ที่ 57,818 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 72% ของความจุเก็บกักทั้งหมด โดยแบ่งเป็นปริมาณน้ำใช้การได้ 33,696 ล้านลูกบาศก์เมตร (คิดเป็น 60%)
เมื่อพิจารณาแบ่งตามรายภูมิภาค พบว่าปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำแต่ละภาคมีสถานะ ดังนี้
- ภาคตะวันตก มีปริมาณน้ำสูงสุดเมื่อเทียบกับความจุ อยู่ที่ 24,293 ล้านลูกบาศก์เมตร (คิดเป็น 86%)
- ภาคเหนือ มีปริมาณน้ำ 18,411 ล้านลูกบาศก์เมตร (คิดเป็น 67%)
- ภาคใต้ มีปริมาณน้ำ 5,163 ล้านลูกบาศก์เมตร (คิดเป็น 67%)
- ภาคตะวันออก มีปริมาณน้ำ 1,939 ล้านลูกบาศก์เมตร (คิดเป็น 61%)
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีปริมาณน้ำ 7,072 ล้านลูกบาศก์เมตร (คิดเป็น 59%)
- ภาคกลาง มีปริมาณน้ำ 940 ล้านลูกบาศก์เมตร (คิดเป็น 50%)
เจาะลึก 3 เขื่อนหลักพื้นที่เศรษฐกิจ EEC ปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย
สำหรับพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญทั้งด้านอุตสาหกรรม การเกษตร และการท่องเที่ยว สทนช. ได้สรุปสถานการณ์น้ำใน 3 เขื่อนหลัก ดังนี้
- อ่างเก็บน้ำประแสร์ (จ.ระยอง) มีปริมาณน้ำ 227 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 77% ของความจุ ถือเป็นอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำสมบูรณ์ที่สุดในกลุ่ม
- อ่างเก็บน้ำบางพระ (จ.ชลบุรี) มีปริมาณน้ำ 64 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 55% ของความจุ
- อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล (จ.ระยอง) มีปริมาณน้ำ 81 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 50% ของความจุ
ภาพรวมปริมาณน้ำในพื้นที่ EEC ยังคงอยู่ในเกณฑ์เพียงพอต่อการอุปโภค บริโภค และรองรับภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนการบริหารจัดการน้ำในช่วงปลายฤดูฝนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สทนช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมประสานงานกับกรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนักสะสม โดยเฉพาะบริเวณ 6 จังหวัดที่ได้รับการแจ้งเตือน เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเตรียมพร้อมรับมือ และติดตามประกาศแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการต่อไป
ข้อมูล : สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ





