อธิบดีกรมชลฯ ลงพื้นที่อยุธยา ตรวจประตูน้ำผักไห่-เสนา ตรึงกำลังเครื่องสูบน้ำและเจ้าหน้าที่ 24 ชม. รับมือมวลน้ำลุ่มเจ้าพระยา
กรมชลประทาน เร่งเดินหน้าเชิงรุกติดตามและบริหารจัดการสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคกลางอย่างใกล้ชิด ล่าสุด นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน พร้อมคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำ มวลน้ำไหลผ่าน และตรวจสอบความพร้อมของระบบระบายน้ำ ตลอดจนอาคารชลประทานในพื้นที่จุดเสี่ยงและพื้นที่ลุ่มต่ำ มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำในช่วงฤดูฝนอย่างทันท่วงที
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ อธิบดีกรมชลประทานและคณะ ได้รับฟังการรายงานข้อมูลการบริหารจัดการน้ำ ตลอดจนหารือแนวทางเตรียมรับมือร่วมกับผู้บริหารและหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดสำนักงานชลประทานที่ 12 นำโดย นายศุภเกียรติ เมฆสินธุ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12, นายวิชัย ผันประเสริฐ ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา สำนักงานชลประทานที่ 12, นายจิรพงษ์ ศาสตร์แย้ม ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาผักไห่, นายมนตรี เนียมรอด ผู้อำนวยการโครงการชลประทานอ่างทอง, นายเถลิงกิตติ์ สุวรรณชาติ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเจ้าพระยา ร่วมลงพื้นที่ติดตามแนวโน้มสถานการณ์น้ำในเชิงลึกอย่างใกล้ชิด
ตรวจความพร้อมประตูระบายน้ำผักไห่ และพื้นที่เสี่ยงวัดหัวเวียง อ.เสนา
การลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาครั้งนี้ กรมชลประทานให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับจุดยุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ โดยได้เข้าตรวจสอบการดำเนินงานของ ประตูระบายน้ำผักไห่ อำเภอผักไห่ ซึ่งเป็นประตูระบายน้ำสำคัญในการควบคุม ทรวดทรง และผันน้ำในระบบชลประทานฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมทั้งเช็กความพร้อมของเครื่องจักร อาคารชลประทาน และบานระบายน้ำ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการเปิด-ปิด และระบายมวลน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
นอกจากนี้ คณะผู้บริหารยังได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์บริเวณ วัดหัวเวียง อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำน้อยและแม่น้ำเจ้าพระยาที่ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีระดับตลิ่งต่ำและมักได้รับผลกระทบจากน้ำเอ่อล้นตลิ่งเมื่อมีปริมาณน้ำไหลผ่านในปริมาณมาก ทั้งนี้ กรมชลประทานได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ประจำจุดเฝ้าระวัง ตรวจสอบระดับน้ำอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประเมินสถานการณ์และแจ้งเตือนประชาชนได้อย่างรวดเร็ว
บูรณาการการบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยาอย่างเป็นระบบ
นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานได้วางมาตรการรับมือสถานการณ์น้ำอย่างเป็นระบบ โดยอาศัยการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างสำนักงานชลประทานในพื้นที่ ได้แก่ สำนักงานชลประทานที่ 12 โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาผักไห่ โครงการชลประทานอ่างทอง และโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเจ้าพระยา เพื่อบริหารจัดการปริมาณน้ำไหลผ่านให้อยู่ในเกณฑ์ที่ควบคุมได้ และลดผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชน เกษตรกรรม และสถานที่สำคัญทางศาสนาและประวัติศาสตร์
การควบคุมน้ำผ่านประตูระบายน้ำและระบบชลประทานต่างๆ จะต้องพิจารณาปัจจัยรอบด้าน ทั้งปริมาณน้ำฝนที่ตกสะสม ปริมาณน้ำเหนือที่ไหลลงสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา รวมถึงระดับน้ำทะเลหนุน เพื่อหน่วงน้ำ ผันน้ำเข้าสู่ระบบคลองชลประทาน และกระจายน้ำอย่างเหมาะสม โดยไม่ให้เกิดผลกระทบต่อพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งมากเกินไป
เตรียมพร้อมเครื่องจักร เครื่องมือ บุคลากร พร้อมช่วยเหลือประชาชน 24 ชั่วโมง
เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและจังหวัดใกล้เคียง กรมชลประทานได้เตรียมความพร้อมด้านบุคลากร เจ้าหน้าที่ช่าง เครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ และเครื่องจักรกลหนักไว้อย่างครบครันในพื้นที่จุดเสี่ยง พร้อมปฏิบัติการติดตั้งและช่วยเหลือทันทีหากเกิดกรณีน้ำเอ่อล้นตลิ่งหรือมีน้ำขังสะสมในพื้นที่ชุมชน
นอกจากนี้ กรมชลประทานยังเน้นย้ำการประสานงานร่วมกับหน่วยงานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์น้ำแบบเรียลไทม์ และร่วมกันวางแผนป้องกัน บรรเทาสาธารณภัย เพื่อดูแลประชาชนให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
สรุปมาตรการสำคัญของกรมชลประทานในการลงพื้นที่อยุธยา
-
ตรวจสอบและเตรียมความพร้อมอาคารชลประทาน ตรวจเช็กระบบประตูระบายน้ำผักไห่ และสถานีสูบน้ำให้พร้อมใช้งานสมบูรณ์
-
เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงลุ่มต่ำ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ ณ วัดหัวเวียง อ.เสนา และจุดเสี่ยงริมตลิ่งอย่างใกล้ชิด
-
ตรึงกำลังเครื่องจักร-เครื่องมือ สนับสนุนเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ และบุคลากรพร้อมสแตนด์บายเข้าช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง
-
ประสานงานเชิงรุก ทำงานร่วมกับสำนักงานชลประทานที่ 12, โครงการชลประทานอ่างทอง, โครงการเจ้าพระยา และหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อแจ้งเตือนประชาชนอย่างทันท่วงที
กรมชลประทานยืนยันว่าจะติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง พร้อมบริหารจัดการน้ำอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อความปลอดภัยและประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา
ข้อมูล : กรมชลประทาน





