สทนช. เตือน 21-25 ก.ย.นี้ ประเทศไทยยังมีฝนตกหนักบางพื้นที่ เฝ้าระวัง 7 จังหวัดฝนสะสมเกิน 200 มม. เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม
สทนช. ออกประกาศเตือนภัย 21–25 กันยายนนี้ ประเทศไทยยังมีฝนตกหนักบางพื้นที่ แม้ภาพรวมฝนจะลดลง ชี้ปัจจัยร่องมรสุมและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัย 7 จังหวัด ฝนตกหนักสะสมเกิน 200 มิลลิเมตร เสี่ยงน้ำท่วมขัง เขตเมือง น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม พร้อมเปิดเผยสถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศล่าสุด
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) แจ้งเตือนประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เตรียมพร้อมรับมือและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่วันที่ 21 ถึง 25 กันยายน 2569 หลังพบสัญญาณการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ที่อาจส่งผลให้เกิดฝนตกหนักสะสมในหลายพื้นที่ ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาน้ำท่วมขัง น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม
สทนช. เฝ้าระวังฝนตกหนักบางพื้นที่ 21–25 ก.ย. ชี้ปัจจัยสภาพอากาศพายุและร่องมรสุม
นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า จากการติดตามและวิเคราะห์สภาพอากาศของ สทนช. พบว่า ในช่วงวันที่ 21–25 กันยายน 2569 แม้ในภาพรวมของประเทศไทยปริมาณฝนจะมีแนวโน้มลดลง แต่ยังคงมี ฝนตกหนักบางพื้นที่ ที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดฝนตกหนักในระยะนี้ เกิดจาก ร่องมรสุม ที่เลื่อนตัวขึ้นไปพาดผ่านบริเวณภาคกลางตอนล่างและภาคตะวันออก เข้าสู่ หย่อมความกดอากาศต่ำ บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ประกอบกับ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ กำลังปานกลางยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทย
ลักษณะทางอุตุนิยมวิทยาเช่นนี้ ส่งผลให้พื้นที่รับลมมรสุมและพื้นที่แนวร่องมรสุมมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อทั้งพื้นที่ลุ่มต่ำ เขตชุมชนเมือง และพื้นที่เชิงเขา
เปิดพิกัดพื้นที่เสี่ยงฝนตกหนักสะสมเกิน 200 มม. ใน 7 จังหวัด
จากข้อมูลการคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงฝนตกหนักสะสม 3 วันล่วงหน้า (ช่วงนี้ไปจนถึงวันที่ 21 กันยายน 2569) สทนช. ได้ประเมินว่าจะมีพื้นที่ที่มีปริมาณฝนตกสะสมมากกว่า 200 มิลลิเมตร ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่เสี่ยงต่อการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติสูงมาก โดยมีพื้นที่ต้องเฝ้าระวังพิเศษใน 6-7 จังหวัด ได้แก่
- จังหวัดตราด บริเวณอำเภอคลองใหญ่
- จังหวัดกาญจนบุรี บริเวณอำเภอไทรโยค และอำเภอเมืองกาญจนบุรี
- จังหวัดชัยภูมิ บริเวณอำเภอบำเหน็จณรงค์ และอำเภอเทพสถิต
- จังหวัดสระแก้ว บริเวณอำเภอวัฒนานคร และอำเภอเมืองสระแก้ว
- จังหวัดนครราชสีมา บริเวณอำเภอสูงเนิน และอำเภอครบุรี
- จังหวัดบุรีรัมย์ บริเวณอำเภอบ้านกรวด
นายชยันต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปริมาณฝนที่ตกสะสมสูงเช่นนี้ จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิด น้ำท่วมขังในเขตชุมชนเมือง โดยเฉพาะจุดที่เคยเกิดน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำ ตลอดจนพื้นที่เสี่ยง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ในบริเวณพื้นที่เชิงเขาและพื้นที่ลุ่มใกล้ทางน้ำไหล ขอให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวติดตามประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด
รายงานสถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ ปริมาณน้ำรวม 72%
สำหรับภาพรวม สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ ทั่วประเทศ สทนช. ได้สรุปปริมาณน้ำกักเก็บล่าสุด ณ วันที่ 20 กันยายน 2569 พบว่า
- ปริมาณน้ำรวม อยู่ที่ประมาณ 57,818 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น ร้อยละ 72 ของความจุเก็บกักรวมทั้งหมด
- ปริมาณน้ำใช้การได้ อยู่ที่ 33,696 ล้านลูกบาศก์เมตร
แม้ว่าปริมาณน้ำกักเก็บในอ่างเก็บน้ำโดยรวมยังคงอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถรองรับน้ำได้ แต่ สทนช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประสานงานบริหารจัดการน้ำอย่างประณีต เพื่อบริหารความเสี่ยงทั้งการกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง และการเร่งระบายน้ำเพื่อรองรับฝนที่จะตกเพิ่มลงมาในช่วงปลายฤดูฝนนี้
มาตรการรับมือภัยพิบัติและข้อแนะนำสำหรับประชาชน
เพื่อลดผลกระทบและความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น สทนช. ได้ประสานงานไปยังศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ดำเนินมาตรการเชิงรุกดังนี้
- เตรียมความพร้อมเครื่องจักรเครื่องมือ ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ และเครื่องดันน้ำในจุดเสี่ยงน้ำท่วมขังเขตเมือง
- กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ เร่งลอกท่อระบายน้ำ เคลียร์วัชพืช และขยะในลำน้ำเพื่อเปิดทางให้น้ำไหลได้สะดวก
- เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงดินโคลนถล่ม จัดเจ้าหน้าที่มิสเตอร์เตือนภัยเฝ้าระวังในพื้นที่เสี่ยงภัยสูงตลอด 24 ชั่วโมง
ข้อแนะนำสำหรับประชาชน
- ติดตามข่าวสารสภาพอากาศและประกาศเตือนภัยจากทางราชการอย่างใกล้ชิด
- ตรวจสอบระบบระบายน้ำรอบบ้านเรือน และจัดเก็บสิ่งของขึ้นที่สูง โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงท่วมซ้ำซาก
- หลีกเลี่ยงการสัญจรผ่านเส้นทางที่มีน้ำท่วมขังสูง หรือบริเวณที่มีความเสี่ยงดินโคลนถล่ม
- หากพบเหตุฉุกเฉินหรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งหน่วยงานท้องถิ่น หรือสายด่วนนิรภัย 1784 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง





