วันอาทิตย์ ที่ 20 กันยายน 2569

Login
Login

มวลอากาศเย็นจีนกระทบไทย ปภ. สั่งรับมือน้ำท่วม-ดินถล่ม

ปภ. ประชุมด่วนรับมือฝนตกหนัก หลังมวลอากาศเย็นจีนกระทบไทย เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน-ดินโคลนถล่ม พร้อมเร่งจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบภัยครัวเรือนละ 9,000 บาท

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย เดินหน้ายกระดับมาตรการรับมือสถานการณ์สาธารณภัยทั่วประเทศอย่างเข้มข้น ล่าสุดเมื่อวันนี้ (20 ก.ย. 69) ณ ห้องประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้มอบหมายให้ นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รับหน้าที่เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์สาธารณภัย (Situation Awareness Team: SAT) ครั้งที่ 29/2569 เพื่อประเมินแนวโน้มสภาพอากาศ ติดตามการดำเนินงานแก้ไขปัญหา และวางมาตรการช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือและภาคใต้ รวมถึงตรวจเช็กความพร้อมของศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในทุกพื้นที่รับผิดชอบ โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนศูนย์ ปภ. เขต และสำนักงาน ปภ. จังหวัด เข้าร่วมประชุมทั้ง ณ ที่ตั้ง และผ่านระบบสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์อย่างพร้อมเพรียง

เตือนภัย มวลอากาศเย็นจีนดันร่องมรสุม เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน-ดินโคลนถล่ม

นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยรายละเอียดจากการติดตามสภาพอากาศร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ในวันนี้ (20 ก.ย. 2569) บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนได้เริ่มแผ่ลงมาปกคลุมพื้นที่ภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนแล้ว ในขณะเดียวกัน ร่องมรสุมได้พาดผ่านพื้นที่ภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย มีกำลังค่อนข้างแรง

ปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยาดังกล่าวส่งผลให้หลายพื้นที่ของประเทศไทยต้องเผชิญกับฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจก่อให้เกิดสภาวะภัยพิบัติทางธรรมชาติ ได้แก่

  • น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ในพื้นที่เชิงเขาและพื้นที่รับน้ำ
  • ดินโคลนถล่ม ในบริเวณพื้นที่ลาดเชิงเขาและพื้นที่เสี่ยงสูง
  • น้ำล้นตลิ่ง บริเวณชุมชนตามแนวริมแม่น้ำและลำน้ำสายหลัก

จากความเสี่ยงดังกล่าว รองอธิบดี ปภ. จึงได้กำชับให้ศูนย์ ปภ. เขต และสำนักงาน ปภ. จังหวัดทุกแห่ง เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งเตรียมมาตรการรับมือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นเพิ่มเติมอย่างทันท่วงที

ยกระดับการแจ้งเตือนภัยผ่าน Cell Broadcast และเตรียมพร้อมกลุ่มเปราะบาง

เพื่อลดความเสี่ยงและความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้วางแนวทางการปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงอย่างเป็นระบบ โดยเน้นย้ำพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น พื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก และพื้นที่เสี่ยงดินโคลนถล่ม ให้ดำเนินการดังนี้

  1. การประสานงานและประเมินสถานการณ์ ให้หน่วยงาน ปภ. ร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่นและเครือข่ายเตือนภัยในพื้นที่ ประเมินความเสี่ยงและเตรียมความพร้อมล่วงหน้า
  2. การแจ้งเตือนภัยเชิงรุก ดำเนินการแจ้งเตือนภัยผ่านทุกช่องทางสื่อสาร โดยเฉพาะระบบ Cell Broadcast (ระบบแจ้งเตือนภัยเข้าโทรศัพท์มือถือโดยตรง) หอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน วิทยุชุมชน และการใช้กลไกการปกครองท้องที่ เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในการเข้าถึงประชาชน
  3. การประชาสัมพันธ์ข้อมูลสำคัญ เร่งสื่อสารข้อมูลสถานการณ์น้ำ จุดอพยพ ศูนย์พักพิงชั่วคราว เส้นทางอพยพที่ปลอดภัย แนวทางปฏิบัติตน และช่องทางการติดต่อขอความช่วยเหลือฉุกเฉินให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่อย่างทั่วถึง
  4. การเตรียมกำลังพลและเครื่องจักรกล จัดเตรียมกำลังพลเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติตามรวดเร็ว เครื่องจักรกลสาธารณภัย เช่น เรือท้องแบน รถบรรทุกยกสูง เครื่องสูบน้ำ รถผลิตน้ำดื่ม และระบบสื่อสารสำรอง ให้มีความพร้อมใช้งานทันที
  5. การดูแลกลุ่มเปราะบาง จัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราว สิ่งอำนวยความสะดวก อาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็น โดยให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางเป็นลำดับแรก ได้แก่ ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก ผู้ป่วยติดเตียง และคนพิการ

เร่งรัดเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย 9,000 บาท ตามมติ ครม.

นอกเหนือจากการเตรียมรับมือภัยพิบัติระลอกใหม่แล้ว ในส่วนของการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในช่วงที่ผ่านมา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้เร่งรัดขั้นตอนการดำเนินงานเพื่อให้ประชาชนได้รับเงินช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด

โดยขอให้จังหวัดที่ได้รับผลกระทบเร่งรัดการประชุม คณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัด (ก.ช.ภ.จ.) เพื่อพิจารณา ตรวจสอบ และรับรองรายชื่อครัวเรือนผู้ประสบภัยพิบัติให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ จากนั้นให้เร่งส่งมอบข้อมูลดังกล่าวมายังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อทำการตรวจสอบความถูกต้องในขั้นตอนสุดท้าย ก่อนจะจัดส่งข้อมูลไปยัง ธนาคารออมสิน ให้ดำเนินการโอนเงินช่วยเหลือเข้าบัญชีผู้ประสบภัยโดยตรง ในอัตรา ครัวเรือนละ 9,000 บาท ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและใช้ในการฟื้นฟูที่อยู่อาศัย

ปภ. เตือนประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำ พร้อมอพยพทันทีเมื่อแจ้งเตือน

นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดี ปภ. ได้กล่าวเน้นย้ำและฝากข้อห่วงใยถึงประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยว่า

“ในระยะนี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยติดตามข่าวสาร การพยากรณ์อากาศ และการแจ้งเตือนภัยจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอย่างใกล้ชิด ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด และเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม หากได้รับการแจ้งเตือนให้อพยพ ขอให้เคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ปลอดภัย หรือศูนย์พักพิงชั่วคราวที่ทางราชการจัดเตรียมไว้ให้อย่างทันท่วงที เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและครอบครัว”

ทั้งนี้ หากประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์สาธารณภัย สามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านทาง Line @1784DDPM หรือโทรแจ้งสายด่วนนิรภัย 1784 เพื่อประสานการให้ความช่วยเหลือต่อไป