ปภ. เตือน 76 จังหวัด และ กทม. รับมือฝนตกหนักถึงหนักมาก เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน ดินโคลนถล่ม และคลื่นลมแรง ช่วง 15-20 ก.ย. นี้ สั่งตรึงกำลังช่วยเหลือ 24 ชม.
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ออกประกาศเตือนภัยฉุกเฉิน ถึง 76 จังหวัดทั่วประเทศไทย รวมถึงพื้นที่กรุงเทพมหานคร ให้เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ทางธรรมชาติและอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ได้แก่ น้ำท่วมฉับพลัน, น้ำป่าไหลหลาก, ดินโคลนถล่ม, น้ำท่วมขัง ในเขตชุมชนเมือง และคลื่นลมแรงบริเวณชายฝั่งทะเล
ในช่วงระหว่าง วันที่ 15 – 20 ก.ย.69 พร้อมทั้งกำชับให้ทุกหน่วยงานระดมกำลังเจ้าหน้าที่ ทีมปฏิบัติการ และเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าประจำจุดเสี่ยงเพื่อเตรียมพร้อมช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง
สภาพอากาศและปัจจัยเสี่ยง ฝนตกหนักถึงหนักมากทั่วประเทศ
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า การแจ้งเตือนในครั้งนี้เป็นการประเมินสถานการณ์ร่วมกันระหว่าง กอปภ.ก., กรมอุตุนิยมวิทยา และสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) โดยกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศฉบับที่ 1 (205/2569) เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ซึ่งระบุว่าโครงสร้างสภาพอากาศในช่วงดังกล่าวเกิดจากมวลอากาศเย็นหรือบริเวณความกดอากาศสูงจากสาธารณรัฐประชาชนจีน แผ่ลงมาปกคลุมบริเวณภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
อิทธิพลดังกล่าวมส่งผลให้ร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ในขณะเดียวกัน มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้ประเทศไทยมีปริมาณฝนสะสมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่
โดยจะเริ่มกระทบภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหตือก่อนในวันที่ 17 กันยายน 2569 จากนั้นภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ จะได้รับผลกระทบตามมาตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน 2569 เป็นต้นไป
เจาะลึกพื้นที่เสี่ยงภัย 5 กลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
เพื่อการบริหารจัดการวิกฤตอย่างเป็นระบบ ปภ. ได้ทำการแบ่งพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์ออกเป็น 5 กลุ่มหลัก ตามลักษณะความเสี่ยงทางภูมิศาสตร์ดังนี้
1. พื้นที่เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำท่วมขัง
- ครอบคลุมพื้นที่ทุกจังหวัดทั่วประเทศไทย ประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำ ทางน้ำไหลผ่าน และบริเวณเชิงเขา ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ
2. พื้นที่เฝ้าระวังน้ำท่วมขังขอบเขตเมือง
- ได้แก่ กรุงเทพมหานคร เนื่องจากเป็นพื้นที่เมืองขนาดใหญ่ที่มีอุปสรรคในการระบายน้ำ หากมีฝนตกสะสมในปริมาณมากอาจเกิดน้ำท่วมขังรอการระบายในจุดเสี่ยงต่างๆ
3. พื้นที่เฝ้าระวังคลื่นลมแรงบริเวณชายฝั่ง (ภาคใต้ 6 จังหวัด)
บริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2 - 3 เมตร และในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงมากกว่า 3 เมตร พื้นที่เสี่ยงได้แก่
- จังหวัดระนอง อำเภอเมืองระนอง, อำเภอกะเปอร์, อำเภอสุขสำราญ
- จังหวัดพังงา อำเภอคุระบุรี, อำเภอตะกั่วป่า, อำเภอท้ายเหมือง, อำเภอตะกั่วทุ่ง, อำเภอเกาะยาว
- จังหวัดภูเก็ต ทุกอำเภอ
- จังหวัดกระบี่ อำเภอเมืองกระบี่, อำเภออ่าวลึก, อำเภอเหนือคลอง, อำเภอคลองท่อม, อำเภอเกาะลันตา
- จังหวัดตรัง อำเภอสิเกา, อำเภอกันตัง, อำเภอหาดสำราญ, อำเภอปะเหลียน
- จังหวัดสตูล อำเภอเมืองสตูล, อำเภอทุ่งหว้า, อำเภอละงู, อำเภอท่าแพ
4. พื้นที่เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและขนาดเล็ก
สำหรับอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 ของความจุเก็บกัก ซึ่งมีความเสี่ยงน้ำล้นคันกั้นน้ำ ได้แก่ บริเวณจังหวัดเชียงใหม่, เชียงราย, พะเยา, น่าน, เพชรบูรณ์, ตาก, อุทัยธานี, ชัยภูมิ, สกลนคร, จันทบุรี, ตราด, กาญจนบุรี, กระบี่ และระนอง
5. พื้นที่เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและน้ำล้นตลิ่ง
ลุ่มน้ำและแม่น้ำสายหลักที่ต้องเฝ้าระวังระดับน้ำล้นตลิ่งท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ ได้แก่
- ลำน้ำยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน
- แม่น้ำสาย และ แม่น้ำกก จังหวัดเชียงราย
- แม่น้ำน่าน จังหวัดน่าน
- แม่น้ำเมย จังหวัดตาก
- แม่น้ำแควน้อย จังหวัดพิษณุโลก
- แม่น้ำป่าสัก จังหวัดเพชรบูรณ์
- แม่น้ำสงคราม จังหวัดสกลนคร
- แม่น้ำโก-ลก และ คลองตันหยงมัส จังหวัดนราธิวาส
มาตรการเชิงรุก ปภ. สั่งการเร่งระบายน้ำ-รับมือภัยพิบัติ
เพื่อลดผลกระทบอันเกิดจากอุทกภัยให้ได้มากที่สุด กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานงานไปยังศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตทั่วประเทศ และผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ให้ดำเนินมาตรการรับมือทันที ดังนี้
-
การตรึงกำลังเครื่องจักรกล จัดส่งทีมปฏิบัติการพร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัย เข้าประจำการในพื้นที่จุดเสี่ยง โดยเฉพาะบริเวณที่มีฝนตกสะสมมากกว่า 90 มิลลิเมตร ในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง
-
การเร่งระบายน้ำ สั่งการให้ดึงน้ำและเปิดทางน้ำในจุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมขังซ้ำซาก เพื่อเตรียมพื้นที่รองรับน้ำใหม่
-
ดูแลสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ สั่งการให้อุทยานและแหล่งท่องเที่ยวประเภทถ้ำน้ำตก ถ้ำลอด หากพบปัจจัยเสี่ยง ให้ประกาศปิดกั้นพื้นที่ ห้ามท่องเที่ยวและห้ามบุคคลใดเข้าพื้นที่โดยเด็ดขาด
-
ความปลอดภัยทางทะเล ติดตั้งสัญญาณเตือนภัยบริเวณชายฝั่ง ห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำ พร้อมแจ้งเตือนผู้บังคับเรือและผู้ประกอบการเดินเรือโดยสารให้ระมัดระวัง หากคลื่นลมรุนแรงขึ้น ให้พิจารณาห้ามเรือออกจากฝั่งโดยเด็ดขาด
-
เตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราว จัดตั้งและเตรียมความพร้อมของศูนย์พักพิงชั่วคราว สำหรับรองรับการอพยพประชาชนในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน
ข้อปฏิบัติสำหรับประชาชนและการแจ้งเหตุฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง
ปภ. ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ติดตามข่าวสาร พยากรณ์อากาศ และประกาศเตือนภัยจากทางราชการอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เมื่อมีการสั่งการอพยพ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
หากประชาชนได้รับความเดือดร้อนหรือต้องการความช่วยเหลือจากเหตุอุทกภัยและภัยพิบัติต่างๆ สามารถติดต่อประสานงานได้ผ่านช่องทางดังต่อไปนี้ตลอด 24 ชั่วโมง
- แอปพลิเคชัน : "THAI DISASTER ALERT" (ระบบแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าผ่านสมาร์ตโฟน)
- LINE Official Account : "ปภ.รับแจ้งเหตุ1784" (เพิ่มเพื่อนโดยค้นหา Line ID @1784DDPM)
- สายด่วนนิรภัย : 1784 (โทรฟรี แจ้งเหตุฉุกเฉินได้ทันที)





