รมช.เกษตรฯ ลงพื้นที่มหาสารคาม ดันแผนชลประทานปี 71-72 ยกระดับฝายเปรม-ห้วยเชียงส่ง แก้ปัญหาน้ำท่วม-ภัยแล้งยั่งยืน ครอบคลุมพื้นที่ 2.1 หมื่นไร่
วันนี้ (13 ก.ย. 69) นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจราชการ ณ จังหวัดมหาสารคาม เพื่อติดตามความคืบหน้าการพัฒนาแหล่งน้ำและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคอีสาน โดยมี นายวรพจน์ เพชรนรชาติ รองอธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วย นายวัชระ ไกรสัย ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 6 นายเจษฎาพงษ์ ทิพสิงห์ รองผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 6 ตลอดจนคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่รายงานสถานการณ์และแนวทางการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด
ส่องปัญหาลำห้วยเชียงส่ง ท่วมช่วงฝน แล้งช่วงขาดแคลน
การลงพื้นที่ในครั้งนี้ คณะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เดินทางไปยัง ฝายเปรม-ห้วยเชียงส่ง ตำบลเขวาใหญ่ อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม เพื่อรับฟังข้อเสนอและแนวทางการพัฒนาพื้นที่ลำห้วยเชียงส่งอย่างครบวงจร
ปัจจุบัน ลำห้วยเชียงส่งมีความจุเก็บกักน้ำอยู่ที่ประมาณ 10 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยมีโครงสร้างพื้นฐานเดิม เช่น ประตูระบายน้ำห้วยเชียงส่ง สถานีสูบน้ำป้องกันน้ำท่วม และพนังกั้นน้ำ ทำหน้าที่บริหารจัดการน้ำในพื้นที่ ทว่ายังคงประสบปัญหาเชิงโครงสร้างใน 2 มิติสำคัญ
-
วิกฤตฤดูฝน เมื่อระดับน้ำในแม่น้ำชีเพิ่มสูงขึ้น จะเกิดปรากฏการณ์น้ำหนุนและส่งผลกระทบต่อการระบายน้ำจากลำห้วยเชียงส่ง ส่งผลให้น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมขังพื้นที่ทำการเกษตรของประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
-
ข้อจำกัดฤดูแล้ง ประสบปัญหาขาดแคลนแหล่งเก็บกักน้ำที่มีประสิทธิภาพ และขาดแคลนระบบกระจายน้ำที่ครอบคลุม ส่งผลให้ปริมาณน้ำต้นทุนไม่เพียงพอต่อการเกษตรและการอุปโภคบริโภค
เปิดแผนงบประมาณปี 2571-2572 ยกระดับระบบชลประทานมหาสารคาม
เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน กรมชลประทานจึงได้เตรียมเสนอขอตั้งงบประมาณผูกพันปี พ.ศ. 2571-2572 รวมทั้งสิ้น 3 โครงการสำคัญ ได้แก่
-
โครงการก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำบ้านขี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการส่งน้ำเข้าสู่พื้นที่การเกษตรที่ห่างไกล
-
โครงการปรับปรุงพนังกั้นน้ำห้วยเชียงส่งฝั่งซ้าย เสริมความแข็งแรงและเพิ่มความสูงรองรับปริมาณน้ำหลาก
-
โครงการปรับปรุงคันพนังกั้นน้ำ B1 เพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันน้ำเอ่อล้นตลิ่งในช่วงฤดูฝน
การดำเนินงานทั้ง 3 โครงการนี้ คาดว่าจะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำได้อย่างครอบคลุม โดยมีพื้นที่การเกษตรได้รับประโยชน์สูงถึง 21,500 ไร่ และช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนในพื้นที่มากกว่า 2,235 ครัวเรือน
ปรับปรุงฝายเปรม (บ้านดอนเงิน) เชื่อมคมนาคม เสริมน้ำเกษตร 5,500 ไร่
นอกเหนือจากการพัฒนาลำห้วยเชียงส่ง กรมชลประทานยังมีแผนปรับปรุง ประตูระบายน้ำฝายเปรม (บ้านดอนเงิน) ตำบลเขวาใหญ่ อำเภอกันทรวิชัย เพื่อเพิ่มศักยภาพในการระบายน้ำในช่วงน้ำหลาก และยกระดับความสามารถในการกักเก็บน้ำให้เต็มศักยภาพในช่วงสิ้นสุดฤดูฝน
การปรับปรุงฝายเปรมในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยสนับสนุนน้ำให้แก่พื้นที่การเกษตรกว่า 5,500 ไร่ และรองรับการทำงานของสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าอีก 3 สถานีเท่านั้น แต่ยังมีการก่อสร้าง สะพานข้ามสัญจร เพื่อใช้เป็นเส้นทางคมนาคมเชื่อมโยงระหว่าง ตำบลแห่ใต้ อำเภอโกสุมพิสัย และ ตำบลเขวาใหญ่ อำเภอกันทรวิชัย ซึ่งจะช่วยยกระดับการเดินทางและการขนส่งสินค้าทางการเกษตรของประชาชนใน 2 อำเภอให้มีความสะดวกรวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้น
มุ่งมั่นยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างความมั่นคงด้านน้ำอย่างยั่งยืน
นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รมช.เกษตรฯ เน้นย้ำว่า การลงพื้นที่และเร่งรัดโครงการพัฒนาแหล่งน้ำในจังหวัดมหาสารคามครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน ในการปรับปรุงและฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำให้มีความพร้อม สามารถรับมือได้ทั้งสถานการณ์น้ำหลากและภัยแล้งอย่างมีประสิทธิภาพ
การยกระดับความมั่นคงด้านน้ำ ไม่เพียงแต่ช่วยปกป้องผลผลิตทางการเกษตรซึ่งเป็นหัวใจหลักของเศรษฐกิจในพื้นที่ แต่ยังช่วยสนับสนุนการใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค สร้างความมั่นคงทางรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและประชาชนในจังหวัดมหาสารคามให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป





