วันศุกร์ ที่ 11 กันยายน 2569

Login
Login

หาดูยากในไทย ปรากฏการณ์ 'ดวงจันทร์บังดาวศุกร์' เกิดหัวค่ำ

จับตาวินาทีประวัติศาสตร์บนท้องฟ้า! NARIT เผย 14 ก.ย. นี้ จะเกิดปรากฏการณ์ "ดวงจันทร์บังดาวศุกร์" ช็อตหาดูยากในไทย ปรากฏตัวหัวค่ำก่อนหายวับไปกับตา

ปรากฏการณ์ดวงดาวระดับมาสเตอร์พีซกำลังจะเกิดขึ้นบนท้องฟ้าเมืองไทย! NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ปักหมุดชวนคนไทยร่วมบันทึกภาพประวัติศาสตร์ "ดวงจันทร์บังดาวศุกร์" (Lunar Occultation of Venus) ในช่วงหัวค่ำของวันที่ 14 กันยายน 2569 เผยเป็นโอกาสทองที่หาดูยากในไทย

ชี้ช่วงเวลาพีคเพียงไม่กี่นาที ก่อนดาวศุกร์จะค่อย ๆ ถูกกลืนหายไปหลังเงามืดของดวงจันทร์ สังเกตได้ด้วยตาเปล่าทั่วประเทศ พร้อมเปิดอินไซด์วงการดาราศาสตร์ ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้มีแค่ความสวยงาม แต่คือไขกุญแจความลับแห่งจักรวาล

หาดูยากในไทย ปรากฏการณ์ 'ดวงจันทร์บังดาวศุกร์' เกิดหัวค่ำ

14 กันยาฯ ท้องฟ้าเปิดรอชม! เปิดไทม์ไลน์วินาที "ดาวศุกร์" โดนกลืนหาย

เตรียมกล้องถ่ายรูปและเช็กจุดชมวิวให้พร้อม! สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) ออกมาเปิดเผยข้อมูลสุดตื่นเต้นว่า ในช่วงหัวค่ำของวันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2569 ท้องฟ้าทางทิศตะวันตกของประเทศไทยจะเป็นเวทีแสดงปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์สุดแรร์อย่าง “ดวงจันทร์บังดาวศุกร์”(Lunar Occultation of Venus)

สำหรับไทม์ไลน์สำคัญ (คำนวณ ณ พื้นที่กรุงเทพมหานคร) จะเริ่มขึ้นทันทีที่ดวงอาทิตย์ตกลับขอบฟ้า โดยเราจะเห็นดวงจันทร์และดาวศุกร์ปรากฏอยู่เคียงกัน จากนั้นในเวลาประมาณ 19.28 น. ดวงจันทร์จะค่อย ๆ เคลื่อนเข้าบดบังดาวศุกร์ ทำให้ดาวประจำเมืองสว่างสุกใสค่อย ๆ ลับหายไปลับหลังดวงจันทร์อย่างมหัศจรรย์

ทว่า ความท้าทายของปรากฏการณ์นี้อยู่ตรงที่ วัตถุท้องฟ้าทั้งสองจะตกลับขอบฟ้าไปในเวลาประมาณ 20.24 น. ทำให้คนไทยอาจไม่ทันได้เห็นวินาทีสิ้นสุดการบังในเวลา 20.34 น. จึงนับเป็นช่วงเวลาทอง "กี่นาทีชีวิต" ที่นักล่าดาวและคนทั่วไปไม่ควรพลาดแม้แต่วินาทีเดียว

(หมายเหตุ: เวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดอาจเหลื่อมล้ำกันเล็กน้อยตามพิกัดของแต่ละจังหวัด)

หาดูยากในไทย ปรากฏการณ์ 'ดวงจันทร์บังดาวศุกร์' เกิดหัวค่ำ

การบังกันของวัตถุท้องฟ้า (Occultations) เป็นปรากฏการณ์ที่วัตถุท้องฟ้าหนึ่งเคลื่อนที่ผ่านแนวสายตาเข้ามาบดบังวัตถุอีกดวงหนึ่งที่อยู่ด้านหลังเมื่อสังเกตจากตำแหน่งหนึ่งบนโลก เช่น ดวงจันทร์บังดาวเคราะห์ ดวงจันทร์บังดาวฤกษ์ ดาวเคราะห์บังดาวฤกษ์ หรือดาวเคราะห์บังกันเอง เป็นต้น 
 

เบื้องหลังปรากฏการณ์งามหยดย้อย กุญแจไขไขปริศนาจักรวาล

ในสายตาคนทั่วไป นี่คือภาพความงามทางธรรมชาติ แต่ในมุมมองของนักดาราศาสตร์ระดับโลก ปรากฏการณ์ Occultation คือ "ห้องลองวิจัยทางวิทยาศาสตร์ขนาดใหญ่" เพราะสามารถนำข้อมูลช่วงเวลาการบดบังมาใช้ประโยชน์มหาศาล ได้แก่

  • การคำนวณขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของวัตถุท้องฟ้า 
  • การคำนวณหาระยะห่างระหว่างโลกกับดวงจันทร์ 
  • การตรวจหาและศึกษาโครงสร้างของชั้นบรรยากาศ 
  • การตรวจหาวงแหวนของดาวเคราะห์ชั้นนอก 

ชี้พิกัดดูด้วยตาเปล่า & เปิดวาร์ป 4 หอดูดาว NARIT จัดใหญ่ชมฟรี

สำหรับประชาชนที่ต้องการชมปรากฏการณ์นี้ เคล็ดลับการมองเห็น ค่อนข้างง่ายดาย หากท้องฟ้าเปิด ไร้เมฆและฝนรบกวน สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าทันที โดยแนะนำให้เลือกสถานที่ดังนี้

  • พื้นที่โล่งกว้างไม่มีสิ่งบดบังทิศตะวันตก: เช่น ชายทะเล, จุดชมวิวบนยอดเขา, ลานกิจกรรม หรือทุ่งนา
  • พิเศษสุดหากชมผ่านกล้องโทรทรรศน์: จะได้เห็นภาพสุดโรแมนติกเป็นดาวศุกร์ปรากฏในลักษณะ "เสี้ยว" ค่อย ๆ ล่องลอยลับหายไปหลังดวงจันทร์

นอกจากนี้ NARIT ยังจัดกิจกรรมพิเศษ เปิดหอดูดาวภูมิภาคสำหรับประชาชน 4 แห่ง ให้เข้าร่วม ชมฟรี! ตั้งแต่เวลา 18.00 - 22.00 น. ได้แก่

  • หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติฯ นครราชสีมา
  • หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติฯ ขอนแก่น
  • หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติฯ ฉะเชิงเทรา
  • หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติฯ สงขลา

แรร์ไอเทมตบท้าย! จับตา "ดาวประจำเมือง" สว่างที่สุดในรอบปี 22 ก.ย. นี้

ความพิเศษของท้องฟ้าเดือนกันยายน 2569 ยังไม่หมดเพียงเท่านี้! นอกจากปรากฏการณ์ดวงจันทร์บังดาวศุกร์ในวันที่ 14 ก.ย. แล้ว ตลอดทั้งเดือนหลังดวงอาทิตย์ตก ดาวศุกร์หรือ "ดาวประจำเมือง" จะทอแสงสว่างสุกใสโดดเด่นทางทิศตะวันตกอย่างน่าอัศจรรย์

และจะพีคที่สุดในวันที่ 22 กันยายน 2569 ซึ่งจะเป็นวันที่ ดาวศุกร์ปรากฏสว่างโดดเด่นที่สุดในช่วงหัวค่ำของรอบปีนี้ โดยสามารถสังเกตความงดงามนี้ได้ยาวนานจนถึงเวลาประมาณ 19.40 น. ก่อนจะลับขอบฟ้าไป สามารถติดตามอัปเดตข้อมูลและภาพถ่ายสด ๆ ได้ที่เพจเฟซบุ๊ก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ