กรมอุตุฯ ถกด่วนเตือน 10 จังหวัด รับมือฝนตกหนักมาก ก่อนมวลฝนขยับลงภาคใต้-อีสานล่าง 11-13 ก.ย. เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่า
กรมอุตุนิยมวิทยา ยกระดับการเฝ้าระวังสถานการณ์สภาพอากาศแปรปรวน จัดประชุมด่วนเพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากอย่างใกล้ชิด ย้ำพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมรับมือฝนตกสะสม ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ พร้อมแนะประชาชนวางแผนการเดินทางอย่างระมัดระวัง
จับตา 10 จังหวัดเสี่ยงฝนตกหนักมาก ประจำวันที่ 10 กันยายน
การประชุมติดตามสถานการณ์สภาพอากาศดังกล่าว จัดขึ้น ณ ศูนย์ปฏิบัติการพยากรณ์อากาศ ชั้น 11 อาคาร 50 ปีอุตุนิยมวิทยา และผ่านระบบประชุมออนไลน์ โดยมี ดร.สุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เป็นประธานการประชุม ร่วมด้วย นายนัฐวุฒิ แดนดี รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ฝ่ายวิชาการ พร้อมด้วยคณะผู้เชี่ยวชาญ เจ้าหน้าที่จากส่วนกลาง ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาค และสถานีอุตุนิยมวิทยาทั่วประเทศ
ที่ประชุมได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลอุตุนิยมวิทยา และเน้นย้ำให้มีการเฝ้าระวังเป็นพิเศษสำหรับฝนตกหนักมากประจำวันที่ 10 กันยายน ในพื้นที่ 10 จังหวัดหลัก ได้แก่
-
ภาคเหนือ : จังหวัดตาก และ กำแพงเพชร
-
ภาคกลางและปริมณฑล : จังหวัดนครสวรรค์, อุทัยธานี รวมถึง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
-
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดนครราชสีมา และ บุรีรัมย์
-
ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก, จันทบุรี และ ตราด
ส่องทิศทางพายุและกลุ่มฝน ช่วงวันที่ 11–13 กันยายน
สำหรับแนวโน้มสภาพอากาศและการกระจายตัวของฝนในระยะต่อไป ช่วงวันที่ 11–13 กันยายน ศูนย์ปฏิบัติการพยากรณ์อากาศประเมินว่า มรสุมและกลุ่มฝนจะมีการขยับตัวเลื่อนลงมาทางตอนใต้ของประเทศมากขึ้น ส่งผลให้ลักษณะอากาศแบ่งออกเป็นสองรูปแบบหลัก ดังนี้
-
พื้นที่ต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักต่อเนื่อง กลุ่มฝนจะขยับลงมาปกคลุมบริเวณ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง, ภาคกลาง, กรุงเทพมหานครและปริมณฑล, ภาคตะวันออก และภาคใต้ โดยในกลุ่มจังหวัดเหล่านี้จะยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีโอกาสเกิดฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
-
พื้นที่ที่มวลฝนเริ่มลดลง บริเวณ ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ปริมาณฝนจะเริ่มลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับช่วงต้นสัปดาห์
ข้อควรปฏิบัติและคำเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยา
จากปริมาณฝนที่ตกสะสมในหลายพื้นที่อย่างต่อเนื่อง กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่มต่ำ ปฏิบัติตนตามข้อแนะนำดังต่อไปนี้
-
เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ฝนที่ตกสะสมอาจทำให้ดินไม่สามารถอุ้มน้ำได้เพิ่ม ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่ม และเกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่เสี่ยงภัยได้อย่างรวดเร็ว
-
วางแผนการเดินทางและเลี่ยงจุดน้ำท่วมซ้ำซาก สำหรับผู้ที่ต้องเดินทาง โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ควรตรวจสอบเส้นทางจราจรก่อนออกเดินทาง และหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีประวัติน้ำท่วมขังสูง
-
ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ขอให้ประชาชนติดตามประกาศเตือนภัย สภาพอากาศ และการพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่องผ่านทางเว็บไซต์และช่องทางออฟฟิเชียล เพื่อเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ได้ทันท่วงที





