ปภ. เตือนภาคเหนือ อีสาน และใต้ รับมือฝนตกหนัก 10–13 ก.ย. 69 เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน ดินโคลนถล่ม พร้อมสั่งเร่งจ่ายเงินเยียวยา 9,000 บาท
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประชุมติดตามสถานการณ์สาธารณภัย (SAT) ครั้งที่ 27/2569 เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนักทั่วประเทศ ช่วงวันที่ 10–13 กันยายน 2569 พร้อมสั่งการทุกหน่วยงานเตรียมเครื่องจักรกล กำลังพล และศูนย์พักพิง รับมือเหตุฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ด้านพื้นที่ประสบภัยเดิม เร่ง ก.ช.ภ.จ. สรุปข้อมูลส่งเงินเยียวยา 9,000 บาท ให้ผู้ประสบภัยตามมติ ครม.
ปภ. ประชุม SAT ครั้งที่ 27/2569 เฝ้าระวังภัยธรรมชาติ 24 ชั่วโมง
วันนี้ (10 ก.ย. 69) ณ ห้องประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มอบหมายให้ นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์สาธารณภัย (Situation Awareness Team: SAT) ครั้งที่ 27/2569 เพื่อวางมาตรการเฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์ การรายงานเหตุ และการเตรียมความพร้อมรับมือสาธารณภัยที่อาจเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศไทย
การประชุมครั้งนี้เป็นการหารือร่วมกันระหว่างผู้บริหาร ปภ. ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดทั่วประเทศ ทั้งผู้ที่เข้าร่วม ณ ที่ตั้ง และผู้เข้าร่วมผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยเน้นย้ำการเฝ้าระวังเป็นพิเศษในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงจังหวัดเพชรบุรี ชุมพร และระนอง
เตือนพื้นที่เสี่ยงฝนตกหนัก 10–13 ก.ย. 69 ระวังน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่ม
นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดี ปภ. เปิดเผยว่า จากการติดตามสภาพอากาศร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าในช่วงวันที่ 10 - 13 กันยายน 2569 ร่องมรสุมจะเลื่อนลงมาพาดผ่านบริเวณภาคเหนือตอนล่างและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สอดคล้องกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ซึ่งมีกำลังแรงขึ้น
ปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยาดังกล่าวจะส่งผลให้หลายพื้นที่ของประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมาก จึงมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดสาธารณภัยหลากหลายรูปแบบ ได้แก่
- น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก บริเวณพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน
- ดินโคลนถล่ม บริเวณพื้นที่ภูเขาและจุดที่มีความเสี่ยงต่อการพังทลายของดิน
- น้ำล้นตลิ่ง บริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำและลำน้ำสายหลัก
ปภ. จึงสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เสี่ยงติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมจัดเตรียมเจ้าหน้าที่ บุคลากร และเครื่องจักรกลสาธารณภัยให้มีความพร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีที่เกิดเหตุ
กำชับเร่งโอนเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย 9,000 บาท ตามมติ ครม.
นอกเหนือจากการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติใหม่ ปภ. ได้ให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในห้วงที่ผ่านมา โดยรองอธิบดี ปภ. ได้กำชับให้จังหวัดที่เกิดอุทกภัยเร่งรัดกระบวนการช่วยเหลือ
แนวทางการดำเนินงานเร่งด่วน
- เร่งประชุมคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัด (ก.ช.ภ.จ.) เพื่อตรวจสอบและสรุปข้อมูลความเสียหาย
- จัดส่งข้อมูลผู้ประสบภัยที่ผ่านการตรวจสอบมายังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)
- ปภ. จะทำการตรวจสอบความถูกต้องก่อนส่งเรื่องไปยังธนาคารออมสิน เพื่อดำเนินการโอนเงินช่วยเหลือตรงถึงประชาชน จำนวน 9,000 บาทต่อครอบครัว ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569
ยกระดับการแจ้งเตือนภัยผ่าน Cell Broadcast และกลไกชุมชน
เพื่อลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน ปภ. ได้เน้นย้ำให้ทุกจังหวัดยกระดับมาตรการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าอย่างครอบคลุมทุกช่องทาง โดยเฉพาะการสื่อสารผ่านระบบ Cell Broadcast และหอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน
นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำให้ประสานพลังกลไกชุมชน ผ่านกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน เพื่อส่งต่อข้อมูลข่าวสารเตือนภัยไปยังประชาชนในระดับครัวเรือนได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว รวมถึงให้ทุกพื้นที่ดำเนินการเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ ดังนี้
- จัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราว สำรวจและจัดเตรียมพื้นที่ปลอดภัย พร้อมวางเส้นทางอพยพที่ชัดเจน
- เตรียมความพร้อมกำลังพลและเครื่องมือ วางกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลให้พร้อมปฏิบัติการตลอดเวลา
- ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ จัดการซ้อมแผนอพยพในพื้นที่เสี่ยงภัยสูง เพื่อให้เจ้าหน้าที่และประชาชนเกิดความคุ้นเคยหากเกิดสถานการณ์จริง
มาตรการดูแลพื้นที่ท่องเที่ยวและชายฝั่งทะเล
สำหรับจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ถ้ำ น้ำตก หรือสถานที่ท่องเที่ยวติดลำน้ำ ปภ. สั่งการให้พิจารณาปิดกั้นพื้นที่หรือห้ามท่องเที่ยวทันทีเมื่อพบว่าสถานการณ์มีแนวโน้มจะเกิดอันตราย
ในส่วนของพื้นที่ชายฝั่งทะเล ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์คลื่นลมอย่างใกล้ชิด พร้อมแจ้งเตือนชาวประมง ผู้ประกอบการเรือท่องเที่ยว และประชาชนในพื้นที่ ให้งดการนำเรือออกจากฝั่งและห้ามประกอบกิจกรรมทางทะเลในช่วงที่มีคลื่นลมแรง เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
ช่องทางการติดตามข่าวสารและแจ้งเหตุฉุกเฉิน
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยติดตามประกาศแจ้งเตือนภัยและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ผ่านช่องทางการสื่อสารต่าง ๆ ของ ปภ. และหน่วยงานราชการในพื้นที่
หากได้รับความเดือดร้อนจากสาธารณภัย หรือต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉิน สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านช่องทางดังนี้
- สายด่วนนิรภัย : 1784
- Application : THAI DISASTER ALERT
- Line Official Account : "ปภ. รับแจ้งเหตุ 1784" (Line ID: @1784DDPM)





