ศธ. ดัน Education Sandbox นำร่อง 20 จังหวัด ขานรับต่ออายุ พ.ร.บ. อีก 7 ปี ชู 3 เสาหลัก 6 ข้อสั่งการ คืนครูสู่ห้องเรียน ปลดล็อกเรียนรู้ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
กระทรวงศึกษาธิการ เดินหน้าถอดรหัสความสำเร็จพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา (Education Sandbox) ชูแนวคิด "นวัตกรรมพลิกโลกการศึกษาสู่โลกอนาคต" ขานรับขยายเวลา พ.ร.บ. ต่ออีก 7 ปี ดัน 3 เสาหลัก 6 ข้อสั่งการ มุ่งปลดล็อกภาระงานครู กระจายอำนาจสถานศึกษา และปรับหลักสูตรรับโลกยุคใหม่ พร้อมวางแบบแปลนการศึกษาไทยไร้ความเหลื่อมล้ำ
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “ถอดรหัสความสำเร็จพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา นวัตกรรมพลิกโลกการศึกษาสู่โลกอนาคต (Education Sandbox: Future of Learning)” ณ โรงแรมรอยัล ริเวอร์ เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร โดยมี นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ คณะผู้บริหารระดับสูง และผู้แทนคณะกรรมการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจาก 20 จังหวัดนำร่องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
ขยาย พ.ร.บ. ต่อ 7 ปี หน้าต่างโอกาสสำคัญของการศึกษาไทย
รมว.ศธ. เปิดเผยถึงทิศทางการขับเคลื่อนนโยบายว่า Education Sandbox ไม่ใช่เป็นเพียงชื่อโครงการ แต่เป็นพื้นที่และสนามทดลองจริงในการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง เพื่อให้อำนาจและทรัพยากรลงไปถึงห้องเรียนอย่างแท้จริง การที่พระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2562 ได้รับการพิจารณาขยายเวลาบังคับใช้ออกไปอีก 7 ปี นับเป็นหน้าต่างโอกาสครั้งสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันสร้างต้นแบบการเรียนรู้ เพื่อนำไปปรับใช้ในร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่
ขับเคลื่อน 3 เสาหลัก 6 ข้อสั่งการเชิงนโยบาย
เพื่อสร้างแนวทางการทำงานที่ชัดเจน กระทรวงศึกษาธิการได้วางเข็มทิศขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาผ่าน 3 เสาหลัก และ 6 ข้อสั่งการสำคัญ ได้แก่
เสาที่ 1 คืนเวลาให้ครูเพื่อคืนอนาคตให้เด็ก
-
ปลดล็อกทรัพยากรด้วยระบบ "ครัวกลาง" (Cloud Kitchen) นำร่องระบบบริหารจัดการอาหารกลางวันและงานพัสดุ เพื่อลดภาระงานธุรการ คืนครูกลับสู่ห้องเรียนให้ได้ 100%
-
ปรับสูตรคำนวณงบประมาณใหม่ อิงตามเกณฑ์ต้นทุนความจำเป็นที่แท้จริงของผู้เรียน (Real Costing) พร้อมนำร่องระบบรถรับส่งนักเรียนเพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงสถานศึกษา
เสาที่ 2 ยกระดับการเรียนรู้ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
-
ปรับวิชาเดิมให้ทันโลก มุ่งเน้นพัฒนา 4 ทักษะหลักตามแนวทาง PISA โดยไม่ต้องเพิ่มวิชาใหม่ให้เป็นภาระแก่ผู้เรียน
-
สร้างระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่น (Credit Bank Sandbox) นำระบบธนาคารหน่วยกิตมาใช้เชื่อมโยงกับระบบ TCAS ช่วยให้เยาวชนกลุ่มเสี่ยงหลุดออกจากระบบสามารถสะสมหน่วยกิตเพื่อนำไปใช้วุฒิศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาได้
เสาที่ 3 วางรากฐานที่มั่นคงและปลอดภัย
-
ปฏิรูปกฎหมายบริหารงานบุคคล ปรับปรุงกฎระเบียบการโยกย้ายผู้บริหารสถานศึกษาให้มีความคล่องตัว สอดรับกับกลไกคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.)
-
ยกระดับโรงเรียนปลอดภัย (Student Safety and Protection Sandbox) ขับเคลื่อนมาตรการ Zero Tolerance ป้องกันและปราบปรามการคุกคามทุกรูปแบบ โดยบูรณาการทำงานร่วมกับกรมสุขภาพจิตเพื่อดูแลสุขภาวะทางจิตของนักเรียนอย่างยั่งยืน
"สิ่งที่เราถอดรหัสได้ในวันนี้ จะไม่ใช่แค่เรื่องราวความสำเร็จของ 20 จังหวัดนำร่องเท่านั้น แต่จะเป็นแบบแปลนสำคัญของการปฏิรูปการศึกษาไทยทั้งประเทศในอีก 7 ปีข้างหน้า" นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ถอดบทเรียน 7 ปี มุ่งสร้างอิสระและกระจายอำนาจสู่โรงเรียน
ด้าน นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวเพิ่มเติมว่า เจตนารมณ์หลักของ พ.ร.บ. พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2562 คือการส่งเสริมให้เกิดการคิดค้นนวัตกรรมการเรียนรู้ใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา การกระจายอำนาจให้สถานศึกษามีอิสระในการออกแบบการเรียนรู้ ถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด
การประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้จึงเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อถอดบทเรียนการดำเนินงานตลอด 7 ปีที่ผ่านมา พร้อมร่วมกันกำหนดทิศทางและยุทธศาสตร์ใหม่ในการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาให้เกิดผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรม กระจายโอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียมและมีคุณภาพแก่เด็กไทยทุกคนต่อไป
ข้อมูล : กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี ศธ.





