วันพฤหัสบดี ที่ 10 กันยายน 2569

Login
Login

นายทุนรุกป่าเชียงใหม่ กว่า 6 พันไร่ ทุบโต๊ะงัด ม.25 จี้รื้อถอนด่วน

เปิดโปง นายทุนฮุบ 6 พันไร่ รุกผืนป่า "พระพันปีหลวง" คนไชยปราการ เชียงใหม่ผวา แก๊งปลูกขิงเทยาฆ่าหญ้าลงแหล่งน้ำ "สว.ชีวะภาพ" ทุบโต๊ะงัด ม.25 จี้กรมป่าไม้ลุยรื้อถอนด่วน

กรณีนายทุน ฮุบที่ดิน 6 พันไร่ รุกป่า "พระพันปีหลวง" คนไชยปราการผวา แก๊งปลูกขิงเทยาฆ่าหญ้าลงแหล่งน้ำ "สว.ชีวะภาพ" ทุบโต๊ะงัด ม.25 จี้ จนท.กรมป่าไม้ ลุยรื้อถอนด่วน ตัวแทนผู้ใช้น้ำ ร้องเรียน กมธ.สิ่งแวดล้อม สว. สกัดหายนะสารพิษคลุมเมือง แฉยับ "ส่วยรถไถ" ไร่ละ 8 พันบาท คาด จนท. รู้เห็นเป็นใจ "ชัยวัฒน์" ฮึ่มจี้ฟัน ม.157 ล้างบางข้าราชการ

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา เปิดเผยว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายเชาวลิต ศรีธเนศสกุล ตัวแทนกลุ่มผู้ใช้น้ำจากเขื่อนแม่ทะลบ อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ พร้อมด้วยนายรัศมี แสนนามวงค์ ที่ปรึกษากลุ่มผู้ใช้น้ำและคณะเพื่อติดตามตรวจสอบขบวนการรุกป่าปลูกขิง ในพื้นที่ อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 8 ก.ย. 69 ที่อาคารรัฐสภา

นายเชาวลิต ให้ข้อมูลว่า ขณะนี้พื้นที่ป่าหลายพันไร่ถูกตัดโค่นทำลายทุกวัน แม้ล่าสุด ตำรวจสอบสวนกลาง จะลงพื้นที่จับกุมดำเนินคดีไปแล้ว 5 แปลง แบ่งเป็น ป่าสงวน 3 แปลง , อุทยานฯ 2 แปลง แต่กลุ่มนายทุนและผู้บุกรุกก็ยังคงเข้าไปดูแลไร่ขิงตามปกติ

ซ้ำร้ายยังมีการใช้ยาฆ่าหญ้าชนิดรุนแรงที่สุดเพื่อคุมหน้าดิน ส่งผลให้สารพิษปนเปื้อนลงสู่แหล่งน้ำเขื่อนแม่ทะลบ ซึ่งชาวบ้านต้องใช้ผลิตน้ำประปาและเลี้ยงสัตว์

นายทุนรุกป่าเชียงใหม่ กว่า 6 พันไร่ ทุบโต๊ะงัด ม.25 จี้รื้อถอนด่วน

นอกจากนี้ ยังพบขบวนการหาผลประโยชน์ เพราะการปลูกขิงต่างจากข้าวโพด ตรงที่ต้องใช้รถไถเข้าพรวนดินลึก 1 แปลง ต้องใช้รถไถ 3-4 คัน โดยกลุ่มนี้กล้านำเครื่องจักรขึ้นไปไถบนภูเขาสูงชันเกิน 30 องศาฯ

สิ่งที่น่าตกใจคือ มีการเรียกเก็บ "ส่วยรถไถ" จากกลุ่มชาติพันธุ์ม้งในราคาแพงหูฉี่ ไร่ละ 6,500 - 8,000 บาท จากราคาปกติ 2,000 - 2,500 บาท ซึ่งเป็นช่องทางฟอกเงินส่วยอย่างแนบเนียน ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่จะลงตรวจ พบว่ามีการขนย้ายรถไถกว่า 30 คัน หนีออกจากพื้นที่อย่างมีเงื่อนงำ

นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตถึงการทำงานของบางหน่วยงานรัฐ โดยมีการทำหนังสือถึงศูนย์ฯ เมื่อ 25 มิ.ย. 69 ระบุรายชื่อผู้กระทำผิดชัดเจน 93 ราย บนพื้นที่กว่า 500 ไร่ ทั้งในเขต ออป., ป่าสงวนฯ และ คทช. แต่กลับไม่มีการดำเนินคดีใด ๆ ซ้ำทาง องค์การฯ ไปแจ้งความไว้ แต่กลับระบุว่า "ยังไม่ประสงค์ร้องทุกข์ดำเนินคดี" และรีบทำหนังสือขอคืนพื้นที่จาก สภ.ไชยปราการ โดยอ้างว่าจะนำไปปลูกป่า ทั้งที่ความจริงผู้บุกรุกยังคงทำกินอยู่เต็มพื้นที่

ทางกลุ่มผู้ใช้น้ำฯ จึงขอวิงวอนให้ กมธ.สิ่งแวดล้อม วุฒิสภา เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบและจัดการขั้นเด็ดขาด ก่อนที่หายนะทางธรรมชาติและชีวิตของประชาชนนับหมื่นใน 3 อำเภอ จะต้องสังเวยให้กับความโลภของนายทุนและเจ้าหน้าที่รัฐที่ทุจริต

นายทุนรุกป่าเชียงใหม่ กว่า 6 พันไร่ ทุบโต๊ะงัด ม.25 จี้รื้อถอนด่วน

ด้านนายชีวะภาพ กล่าวว่า นี่ไม่ใช่การบุกรุกป่าธรรมดา แต่นิติวิทยาศาสตร์ยืนยันชัดเจนว่า "ขบวนการปลูกขิง" คือฆาตกรหมายเลขหนึ่ง ที่ทำลายป่าต้นน้ำเชียงใหม่ สร้างความเสียหายปีละนับหมื่นๆ ไร่

ภาพถ่ายดาวเทียมฟ้องชัดว่านายทุนระดมเครื่องจักรหนัก แบคโฮ เข้าไปเปิดป่าใหม่กว่า 40 จุด ในเวลาไม่กี่สิบวัน โค่นต้นไม้ใหญ่แล้วเอาซากหมกฝังดินอย่างไม่ไยดี ก่อนล้อมรั้วลวดหนามปิดกั้นพื้นที่สุดลูกหูลูกตา เพียงเพื่อหวังผลประโยชน์จากการปลูกขิงแค่หนึ่งฤดูกาลเท่านั้น ซึ่งเป็นวิธีการที่ป่าเถื่อนและรับไม่ได้

นายทุนรุกป่าเชียงใหม่ กว่า 6 พันไร่ ทุบโต๊ะงัด ม.25 จี้รื้อถอนด่วน

"มันน่าเศร้า ที่ต้องเอาพื้นที่ซับน้ำของประเทศ ไปแลกกับผลผลิตเกษตรแค่ตรงนี้ ซ้ำร้ายยังมีการใช้ยาฆ่าแมลงชนิดรุนแรงสุดขีด สารพิษเหล่านี้ไม่ได้อยู่แค่ไชยปราการ แต่มันไหลปนเปื้อนลงแม่น้ำปิง ทะลุเข้าตัวเมือง และส่งผลกระทบยาวมาถึงปลายน้ำ นี่คือต้นตอของวิกฤติฝนแล้ง-น้ำท่วม ที่เรากำลังเผชิญกันอยู่" นายชีวะภาพ ระบุ

พร้อมกันนี้ นายชีวะภาพ ยังได้สับแหลกการทำงานของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ที่ปล่อยปละละเลย ปล่อยให้มีการนำพื้นที่หลวงไปให้เช่าช่วงทำประโยชน์ผิดวัตถุประสงค์ ซึ่งถือเป็นการทำผิดกฎหมายชัดเจน

ประธาน กมธ. สิ่งแวดล้อมฯ บอกว่า วันนี้หน่วยงานรัฐจะใช้แค่กลไกเดิมๆ รอกระบวนการแจ้งความที่วนอยู่ในอ่างไม่ได้อีกต่อไป ต้องงัด "กลยุทธ์เชิงรุก" โดยสั่งการจี้ให้ กรมป่าไม้ และ ออป. บังคับใช้ "มาตรา 25" แห่ง พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ ลุยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและพืชผลอาสินของกลุ่มทุนทันที โดยไม่ต้องรอศาลสั่ง เพื่อสกัดกั้นการทำลายป่าและหยุดยั้งสารเคมีลงแหล่งน้ำอย่างเร่งด่วนที่สุด

นายทุนรุกป่าเชียงใหม่ กว่า 6 พันไร่ ทุบโต๊ะงัด ม.25 จี้รื้อถอนด่วน

การรื้อถอนด้วยมาตรา 25 แทบไม่ต้องใช้งบประมาณอะไรเลย เคยไปทำให้ดูแล้ว วันนี้ต้องปัดฝุ่น คทช. ต้องประกาศให้ชัดเจนว่าที่ดินรัฐเอาไปปล่อยเช่าช่วงไม่ได้ ใครทำต้องยึดคืนและดำเนินคดี รวมถึงจัดการประเด็น ส่วย อย่างเด็ดขาด นอกจากนี้ กรมการปกครองต้องเอาผิดผู้นำท้องถิ่นที่อาจรู้เห็นเป็นใจหรือไม่ ตาม พ.ร.บ.ฉบับใหม่ด้วย

ด้าน นายธีระนันท์ เฉลยวิมาน หนึ่งในตัวแทนที่เข้าให้ข้อมูล ได้เปิดเผยเรื่องราวสุดสะเทือนใจต่อหน้าประธาน กมธ. ว่า แปลงที่ดินที่กำลังถูกกลุ่มนายทุนบุกรุกอย่างหนักในขณะนี้นั้น มีประวัติศาสตร์ที่แลกมาด้วยหยาดเหงื่อและแรงกายของชาวบ้าน 

นายทุนรุกป่าเชียงใหม่ กว่า 6 พันไร่ ทุบโต๊ะงัด ม.25 จี้รื้อถอนด่วน

โดยย้อนกลับไปเมื่อปี 2535 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้เสด็จพระราชดำเนินผ่านบริเวณจุดนี้โดยเฮลิคอปเตอร์ และทอดพระเนตรเห็นการตัดไม้ทำลายป่าจนกลายเป็นภูเขาหัวโล้นจำนวนมาก ระหว่างทางเสด็จฯ ไปยังดอยอ่างขาง พระองค์ได้กราบนิมนต์ "ครูบาดวงคำ" อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าไม้แดง พระเจ้าพรหมมหาราช อ.ไชยปราการ เพื่อขอให้ช่วยฟื้นฟูผืนป่าแห่งนี้

นายธีรนันท์ เล่าต่อไปด้วยน้ำเสียงสลดว่า จากพระราชเสาวนีย์ในวันนั้น ได้ก่อเกิดเป็น "โครงการน้ำแลกป่า" โดยมีการต่อท่อน้ำจากบนภูเขาลงมาให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้ใช้ฟรี ๆ ถึงเกือบ 20,000 หลังคาเรือน เพื่อแลกกับคำสัญญาที่ว่า เมื่อถึงหน้าแล้งที่มีไฟป่า ชาวบ้านต้องช่วยกันดับไฟ และเมื่อถึงหน้าฝน จิตอาสา พ่อค้า ประชาชน ตลอดจนนักเรียนนักศึกษา จะต้องจับมือกันขึ้นไปปลูกป่า ซึ่งชาวบ้านได้ร่วมกันทำภารกิจนี้ด้วยความจงรักภักดีมาตั้งแต่ปี 2535 จนพลิกฟื้นจากป่าหัวโล้น ให้กลายเป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์และหนาทึบในปัจจุบัน

"แต่สิ่งที่น่าสลดใจและช้ำใจที่สุดในวันนี้ คือป่าทึบที่เราช่วยกันดูแลรักษา กลับถูกตัดทำลายไปแล้วไม่ต่ำกว่า 6,000 ไร่ เพื่อนำไปปลูกขิง พวกเราในฐานะภาคประชาชน ขอวิงวอนให้ท่านประธานฯ และหน่วยงานรัฐเข้ามาช่วยเหลือ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการย่ำยีผืนป่าที่เป็นดั่งพระราชเสาวนีย์ของพระพันปีหลวง พวกเราพยายามปกป้องและปฏิบัติหน้าที่มาอย่างดีงามโดยตลอด แต่วันนี้ มันเกินกำลังของภาคประชาชนที่จะต้านทานไหวแล้วจริงๆ" นายธีรนันท์ กล่าว

ขณะที่นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ตัวแทนภาคประชาชน กล่าวว่า ขอชื่นชมพลังชาวบ้านที่กล้าลุกขึ้นสู้ แต่ต้องยอมรับความจริงอันโหดร้ายว่า การทำงานของบางหน่วยงานรัฐในพื้นที่ เป็นการทำแบบ "แก้ผ้าเอาหน้ารอด" เปรียบเหมือน "การโยนหินลงสระที่เต็มไปด้วยแหน" โยนตูมลงไป แหนก็แหวกออกให้เห็นน้ำ

นายทุนรุกป่าเชียงใหม่ กว่า 6 พันไร่ ทุบโต๊ะงัด ม.25 จี้รื้อถอนด่วน

เพียงแค่แวบเดียว พอเจ้าหน้าที่หันหลังกลับ แหนก็ปิดรวบสนิทเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเกิดขึ้น กลุ่มนายทุนต่างถิ่น ทั้งจากพิษณุโลก เพชรบูรณ์ ก็กลับเข้ามาบุกรุกป่าทำกินตามเดิม

นายชัยวัฒน์ ยังย้ำว่า เรื่องนี้ปล่อยไว้ไม่ได้ ต้องแจ้งความดำเนินคดี ม. 157 กับเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง ขอฝากถึงคณะกรรมาธิการ สว. ให้ลงพื้นที่ไปดูให้เห็นกับตา แล้วนัดเรียกข้าราชการมาทั้งกระทรวง เอามายืนเรียงแถวว่ากันไปตามความผิดหรือไม่ เพราะทุกวันนี้ชาวบ้านส่งคลิปแฉการตัดไม้เผาป่ามาให้ดูทุกวัน จนโทรศัพท์จะพังอยู่แล้ว