“สุชาติ” นำทีมลงพื้นที่ทับลาน เดินหน้าพิสูจน์สิทธิ์ชาวบ้านดั้งเดิมรายแปลง จัดการพวกรุกป่า-นายทุน เด็ดขาด แจ้งเตือน3เจ้าของรีสอร์ทวังน้ำเขียว รื้อใน15วัน หากเฉยส่งจนท. รื้อตามกม.
นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ รวมถึงนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน จ.นครราชสีมา ติดตามการแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อนตามแนวทาง One Map หลังจากยืดเยื้อมานานกว่า 40 ปี โดยนายสุชาติ และคณะลงพื้นที่ที่โรงเรียนบ้านราษฎร์พัฒนา อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา พบปะประชาชน โดยมีหัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน และผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) ร่วมชี้แจงแนวทางการพิสูจน์สิทธิและการดำเนินการตามมติคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ
จากนั้นได้ลงพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่เพื่อความมั่นคง (พมพ.) และโครงการจัดสรรที่ดินทำกินแก่ราษฎรผู้ยากไร้ (คจก.) เพื่อรับฟังปัญหาของชาวบ้านดั้งเดิม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประชาชนที่รัฐอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐาน ในช่วงการปราบปรามพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย แต่ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องสิทธิในที่ดินทำกิน ก่อนขึ้นเฮลิคอปเตอร์สำรวจสภาพพื้นที่ใน อ.เสิงสาง อ.ครบุรี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา และ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี
ทั้งนี้ นายสุชาติ กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กำหนดให้การแก้ไขปัญหาที่ดินทับซ้อนเป็นวาระเร่งด่วน โดยจะเร่งพิสูจน์สิทธิของชาวบ้านดั้งเดิมเป็นรายแปลงอย่างรอบคอบ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ขณะเดียวกันจะดำเนินคดีกับผู้บุกรุกป่าและกลุ่มทุนอย่างเข้มงวด โดยไม่มีข้อยกเว้น และยืนยันว่าจะไม่มีการตัดผืนป่าธรรมชาติ
นายสุชาติ กล่าวว่า การปรับปรุงแนวเขตครั้งนี้ ไม่ใช่การเพิกถอนอุทยานแห่งชาติทับลานทั้งหมด แต่เป็นการแก้ไขปัญหาของชุมชนดั้งเดิมตามข้อเท็จจริง พร้อมเตรียมประกาศพื้นที่ป่าเพิ่มเติมในส่วนที่มีความสมบูรณ์
และยืนยันว่า คดีบุกรุกป่าทั้งหมดจะดำเนินการตามกฎหมายจนถึงที่สุด และวันนี้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทับลาน ได้นำประกาศแจ้งเตือนให้ผู้ครอบครองรีสอร์ท 3 แห่ง ในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว ซึ่งคดีสิ้นสุดแล้ว รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างภายใน 15 วัน หากไม่ดำเนินการ ได้เตรียมเจ้าหน้าที่จะเข้ารื้อถอนตามกฎหมาย เพื่อนำพื้นที่กลับคืนสู่อุทยานแห่งชาติและฟื้นฟูสภาพป่าต่อไป
ทั้งนี้ รัฐบาลกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อนออกเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ พื้นที่ ส.ป.ก. พื้นที่หมู่บ้านไทยสามัคคี พื้นที่ พมพ./คจก. พื้นที่อื่นที่ต้องตรวจสอบสิทธิรายแปลง และพื้นที่ราชพัสดุ โดยจะนำข้อมูลจากการลงพื้นที่ครั้งนี้ประกอบการเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อทบทวนมติเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 และกำหนดแนวกันชน (Buffer Zone) เพื่อรักษาระบบนิเวศควบคู่กับการคุ้มครองสิทธิประชาชน
ระหว่างที่นายสุชาติกำลังให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ได้มีชายคนหนึ่งเข้ามาสอบถาม ถึงการดำเนินการเกี่ยวกับแนวเขตปี 2543 และงบประมาณที่ใช้ดำเนินการในอดีตถึงพันล้าน โดยนายสุชาติได้สอบถามกลับว่า เป็นตัวแทนของใคร และมีที่ดินอยู่ในพื้นที่หรือไม่ เมื่อชายคนดังกล่าวตอบว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพื้นที่ นายสุชาติจึงไล่ให้ออกไป พร้อมระบุว่าเป็นประเด็นของผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ก่อนเดินทางปฏิบัติภารกิจต่อ


