สทนช. เตือนฝนตกหนัก 9-13 ก.ย. 69 เปิดพิกัดพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขัง-น้ำป่าไหลหลาก ครอบคลุม กทม. ปริมณฑล และอีกหลายจังหวัดทั่วประเทศ
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยสรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศไทย ประจำวันที่ 9 กันยายน 2569 ย้ำเตือนประชาชนในหลายพื้นที่ทั่วประเทศเตรียมพร้อมรับมือสภาพอากาศแปรรวน หลังพบปริมาณฝนสะสมสูงขึ้นในหลายจังหวัด พร้อมออกประกาศเตือนภัยฉบับล่าสุด ให้เฝ้าระวังน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งอย่างใกล้ชิดตลอดช่วงสัปดาห์นี้
สภาพอากาศและพื้นที่ฝนตกสูงสุดรายภาค
จากรายงานข้อมูลอุตุนิยมวิทยาพบว่า หลายภูมิภาคของประเทศไทยมีปริมาณฝนตกหนักสะสมในรอบวันที่ผ่านมา โดยจังหวัดที่มีปริมาณฝนสูงสุดในแต่ละภาค ได้แก่
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จ.บึงกาฬ วัดปริมาณฝนสูงสุดได้ 149 มิลลิเมตร
- ภาคเหนือ : จ.สุโขทัย วัดปริมาณฝนสูงสุดได้ 114 มิลลิเมตร
- ภาคใต้ : จ.ระนอง วัดปริมาณฝนสูงสุดได้ 110 มิลลิเมตร
- ภาคตะวันตก : จ.กาญจนบุรี วัดปริมาณฝนสูงสุดได้ 57 มิลลิเมตร
- ภาคตะวันออก : จ.ปราจีนบุรี วัดปริมาณฝนสูงสุดได้ 45 มิลลิเมตร
- ภาคกลาง : จ.นครปฐม วัดปริมาณฝนสูงสุดได้ 35 มิลลิเมตร
สภาพอากาศวันนี้ ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนตกหนักเกิดขึ้นบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบน
ทั้งนี้ คาดการณ์แนวโน้มสภาพอากาศในช่วงวันที่ 10 - 11 กันยายน 2569 พื้นที่ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ จะมีปริมาณฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ในขณะที่พื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ยังคงต้องเผชิญกับฝนตกหนักถึงหนักมากต่อเนื่องบางพื้นที่
สทนช. ออกประกาศ ฉบับที่ 3/2569 เตือนภัยพื้นที่เสี่ยง 9 - 13 ก.ย. 69
เพื่อป้องกันและลดผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ได้ออกประกาศ สทนช. ฉบับที่ 3/2569 แจ้งเตือนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชน เฝ้าระวังน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำล้นตลิ่ง ในช่วงวันที่ 9 - 13 กันยายน 2569
ขอให้ประชาชนในเขตชุมชนเมืองที่เกิดน้ำท่วมขังเป็นประจำ รวมถึงพื้นที่เสี่ยงภัยตามเชิงเขาและพื้นที่ลุ่มต่ำ ปรับตัวและเตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนตกสะสม ซึ่งครอบคลุมพื้นที่หลายจังหวัด ดังนี้
- ภาคเหนือ : เชียงใหม่, เชียงราย, พะเยา, น่าน, กำแพงเพชร, เพชรบูรณ์, ตาก, อุทัยธานี
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : เลย, อุดรธานี, ชัยภูมิ, มหาสารคาม, ร้อยเอ็ด, ยโสธร, นครราชสีมา, ศรีสะเกษ, อุบลราชธานี
- ภาคกลางและภาคตะวันตก : สุพรรณบุรี, สระบุรี, กาญจนบุรี, ราชบุรี, กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
- ภาคตะวันออก : ฉะเชิงเทรา, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด
- ภาคใต้ : เพชรบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, ชุมพร, ระนอง, พังงา
สรุปสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำและความจุ 4 เขื่อนหลัก
สำหรับภาพรวม ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ ขณะนี้มีปริมาณน้ำรวมอยู่ที่ 69% ของความจุเก็บกัก (คิดเป็น 55,281 ล้านลูกบาศก์เมตร) โดยเป็นปริมาณน้ำใช้การได้ 55% (คิดเป็น 31,160 ล้านลูกบาศก์เมตร)
เมื่อพิจารณาเฉพาะ 4 เขื่อนหลักในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นแหล่งน้ำสำคัญของภาคกลาง พบว่ามีสถานการณ์น้ำดังนี้
- เขื่อนสิริกิติ์ ปริมาณน้ำคงเหลือ 75% (7,103 ล้าน ลบ.ม.)
- เขื่อนภูมิพล ปริมาณน้ำคงเหลือ 58% (7,791 ล้าน ลบ.ม.)
- เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ปริมาณน้ำคงเหลือ 51% (449 ล้าน ลบ.ม.)
- เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ปริมาณน้ำคงเหลือ 45% (425 ล้าน ลบ.ม.)
เฝ้าระวังแหล่งน้ำน้ำน้อย พร้อมยันปริมาณน้ำเพียงพอถึงสิ้นฤดูแล้ง
แม้จะมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ แต่ สทนช. ยังคงติดตามกลุ่มอ่างเก็บน้ำที่ต้องเฝ้าระวังเนื่องจากมีปริมาณน้ำใช้การน้อยกว่า 30% หรือต่ำกว่าระดับควบคุมต่ำสุด (Minimum Operating Level) เพื่อบริหารจัดการน้ำอย่างรัดกุม
แหล่งน้ำขนาดใหญ่ (9 แห่ง)
- ภาคเหนือ : แม่มอก, ทับเสลา
- ภาคกลาง : กระเสียว
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : อุบลรัตน์, จุฬาภรณ์, ลำพระเพลิง, มูลบน, ลำนางรอง
- ภาคตะวันออก : คลองสียัด
แหล่งน้ำขนาดกลาง (58 แห่ง)
แบ่งเป็น ภาคเหนือ 5 แห่ง, ภาคกลาง 5 แห่ง, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 23 แห่ง, ภาคตะวันออก 8 แห่ง, ภาคตะวันตก 12 แห่ง และภาคใต้ 5 แห่ง
อย่างไรก็ตาม สทนช. ยืนยันว่า จากการวางแผนบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ปริมาณน้ำที่มีอยู่ในปัจจุบันจะ เพียงพอสำหรับการอุปโภค บริโภค และกิจกรรมการใช้ำตลอดจนถึงสิ้นสุดฤดูแล้ง ปี 2569/2570 อย่างแน่นอน ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารและประกาศเตือนภัยจากทางราชการอย่างใกล้ชิด





