ปภ. ยกระดับรับมือร่องมรสุมถล่ม 71 จังหวัด 8–13 ก.ย. เปิด War Room แจ้งเตือน Cell Broadcast พร้อมเร่งโอนเงินเยียวยา 9,000 บาท
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดห้องปฏิบัติการสั่งการ ยกระดับการเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัย น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ พร้อมกำชับหน่วยงานท้องถิ่นเร่งจัดส่งข้อมูลผู้ประสบภัยเพื่อจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาครัวเรือนละ 9,000 บาท ตามมติคณะรัฐมนตรีให้ถึงมือประชาชนอย่างรวดเร็วที่สุด
ถอดรหัสประชุม SAT ปภ. ครั้งที่ 26/2569 เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงสูง
วันนี้ (8 ก.ย. 69) ณ ห้องกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์สาธารณภัย (Situation Awareness Team: SAT) ครั้งที่ 26/2569 ผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ร่วมกับผู้บริหาร ปภ. ผู้แทนศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดทั่วประเทศ
การประชุมครั้งนี้เน้นไปที่การติดตามสภาพอากาศ การเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัย และการวางแนวทางช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงพื้นที่จุดเสี่ยงสำคัญ เช่น จังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดนครนายก เพื่อให้การบริหารจัดการวิกฤตเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที
เตือนสภาพอากาศ 8–13 ก.ย. 69 ร่องมรสุมพาดผ่าน 71 จังหวัดทั่วไทย
นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ เปิดเผยว่า อิทธิพลจากร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือ ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรง ส่งผลให้ช่วงวันที่ 8 – 11 กันยายน 2569 หลายพื้นที่จะมีฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ส่งหนังสือแจ้งเตือนไปยัง 71 จังหวัดทั่วประเทศ ให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำล้นตลิ่งอย่างใกล้ชิด ในช่วงวันที่ 8 – 13 กันยายน 2569
พื้นที่ที่ต้องยกระดับการเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่
- พื้นที่ลาดเชิงเขา ความเสี่ยงสูงต่อการเกิดดินโคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลากฉับพลัน
- พื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก ความเสี่ยงจากน้ำล้นตลิ่งและน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน
- เส้นทางคมนาคม จุดเสี่ยงที่อาจมีน้ำท่วมสูงจนไม่สามารถสัญจรได้
ยกระดับระบบแจ้งเตือนภัย Cell Broadcast และ War Room รายจังหวัด
เพื่อเพิ่มความเร็วในการแจ้งเตือนประชาชน ปภ. ได้สั่งการซักซ้อมการจัดตั้งห้องปฏิบัติการ (War Room) ประจำศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตทุกแห่ง โดยกำหนดให้มีการบูรณาการข้อมูลร่วมกันระหว่าง กรมชลประทาน กรมอุตุนิยมวิทยา ฝ่ายปกครองอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)
หากพบแนวโน้มว่าสถานการณ์มีความรุนแรงขึ้น ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติจะทำการส่งข้อความแจ้งเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast ตรงเข้าสู่โทรศัพท์มือถือของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยทันที เพื่อให้ประชาชนมีเวลาเตรียมตัวอพยพและเคลื่อนย้ายสิ่งของได้อย่างปลอดภัย
มาตรการปฏิบัติการสำหรับพื้นที่เกิดภัยและพื้นที่เฝ้าระวัง
ปภ. ได้วางแนวทางปฏิบัติงานออกเป็น 2 ส่วนหลัก เพื่อให้การรับมือครอบคลุมทุกมิติ
1. สำหรับพื้นที่ที่เกิดสถานการณ์อุทกภัยแล้ว
- บูรณาการผ่านศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด รวบรวมกำลังพลจากภาครัฐ ภาคเอกชน และจิตอาสา เข้าช่วยเหลือประชาชนทันที
- เน้นย้ำกลุ่มเปราะบาง ให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยติดเตียงเป็นลำดับแรก
- จัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว ต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวก อาหาร น้ำดื่มที่สะอาด และสุขอนามัยที่เพียงพอ
- การดูแลเส้นทางคมนาคม หากจุดใดมีน้ำท่วมสูงจนเป็นอันตราย ให้ปิดเส้นทาง ติดตั้งป้ายเตือน และจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกทันที
- การสนับสนุนทางอากาศ หากเกิดเหตุในพื้นที่เข้าถึงยากหรือสถานการณ์วิกฤต สามารถประสานขอรับการสนับสนุน เฮลิคอปเตอร์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (KA-32) ได้ทันที
2. สำหรับพื้นที่เสี่ยงที่ยังไม่เกิดสถานการณ์
- สั่งการเตรียมพร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัย เจ้าหน้าที่ และชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าประจำจุดเสี่ยง
- เร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ ตรวจสอบความแข็งแรงของแนวป้องกันน้ำท่วม และสถานีสูบน้ำ
- ประชาสัมพันธ์ข้อมูลเส้นทางอพยพ จุดจอดรถปลอดภัย และตำแหน่งศูนย์พักพิงให้ประชาชนทราบล่วงหน้า
เร่งเยียวยาผู้ประสบภัย โอนเงินช่วยเหลือ 9,000 บาท ตามมติ ครม.
นอกจากการป้องกันและช่วยเหลือในเชิงปฏิบัติการแล้ว ปภ. ยังเน้นย้ำให้จังหวัดที่ประสบอุทกภัยในช่วงที่ผ่านมา เร่งจัดประชุมคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัด (ก.ช.ภ.จ.) เพื่อสรุปและตรวจสอบรายชื่อครัวเรือนที่ได้รับความเดือดร้อน
ขั้นตอนการจ่ายเงินช่วยเหลือ
- ก.ช.ภ.จ. สรุปข้อมูลผู้ประสบภัยในพื้นที่
- จัดส่งข้อมูลมายัง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง
- ปภ. ส่งมอบข้อมูลให้ ธนาคารออมสิน ดำเนินการโอนเงินช่วยเหลือ 9,000 บาทต่อครัวเรือน เข้าบัญชีประชาชนโดยตรง ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569
ช่องทางการติดต่อขอรับความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง
ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุอุทกภัย หรือต้องการแจ้งเหตุสาธารณภัย สามารถประสานขอความช่วยเหลือได้ผ่านช่องทางดังนี้
- สายด่วนนิรภัย 1784 (โทรฟรีตลอด 24 ชั่วโมง)
- Application / Line Official "ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784" (โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM)
- สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ในพื้นที่เกิดเหตุทุกจังหวัด





