บขส. เปิดเส้นทางใหม่! เชื่อมสนามบินอุดรฯ ถึงเวียงจันทน์ ค่าโดยสาร 80 บาท เดินทางสะดวก ไร้รอยต่อ วันละ 2 เที่ยว จองตั๋วได้แล้ววันนี้
บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กระทรวงคมนาคม ยกระดับการบริการเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวด้วยการเปิดให้บริการเส้นทางเดินรถเชื่อมต่อ (Feeder Services) 2 เส้นทางใหม่ ได้แก่ เส้นทางอุดรธานี - ท่าอากาศยานอุดรธานี - นครหลวงเวียงจันทน์ และเส้นทางกรุงเทพฯ - ตะกั่วป่า - ท่าเรือทับละมุ มุ่งเน้นการส่งเสริมระบบคมนาคมขนส่งอย่างไร้รอยต่อ พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่
บขส. ลุยเปิด Feeder Services เชื่อมสนามบิน รถโดยสาร และการท่องเที่ยว
นายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการยกระดับบริการขนส่งสาธารณะว่า บขส. ได้มุ่งเน้นการพัฒนาระบบการเดินทางที่เรียกว่า Feeder Services หรือบริการรถโดยสารสาธารณะที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อระบบขนส่งอื่น ๆ เช่น ท่าอากาศยาน และท่าเรือ เพื่อทำให้การเดินทางของประชาชนและนักท่องเที่ยวมีความสบาย ไร้รอยต่อ และเข้าถึงจุดหมายปลายทางได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น
การเปิดเส้นทางใหม่ในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้น แต่ยังเป็นการเปิดโอกาสในการสร้างรายได้ใหม่ให้แก่ บขส. ทั้งในด้านการบริการเดินรถโดยสารและการขนส่งพัสดุภัณฑ์ทั่วประเทศ
เส้นทางที่ 1 อุดรธานี - ท่าอากาศยานอุดรธานี - นครหลวงเวียงจันทน์
สำหรับการเปิดให้บริการในเส้นทางแรก เป็นการเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) โดยทางสถานีเดินรถอุดรธานีได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่จากสำนักงานขนส่งจังหวัดอุดรธานี ให้การต้อนรับผู้โดยสารเที่ยวปฐมฤกษ์ในเส้นทาง อุดรธานี - ท่าอากาศยานอุดรธานี - นครหลวงเวียงจันทน์ ซึ่งเริ่มให้บริการเที่ยวเวลา 09.30 น. ณ ท่าอากาศยานอุดรธานี โดยได้รับกระแสตอบรับอย่างอบอุ่นจากผู้ใช้บริการ
รายละเอียดการให้บริการเส้นทางอุดรธานี - เวียงจันทน์
ประเภทรถโดยสาร : รถโดยสารปรับอากาศชั้น 2 จำนวน 40 ที่นั่ง
ระยะทาง : 87 กิโลเมตร
อัตราค่าโดยสาร : 80 บาทตลอดสาย
ความถี่ : ให้บริการวันละ 2 เที่ยววิ่ง (ไป - กลับ)
ตารางเวลาเดินรถ
- เที่ยวไป : ออกจากสถานีขนส่งผู้โดยสารอุดรธานี แห่งที่ 1 เวลา 09.00 น. เดินทางถึงท่าอากาศยานอุดรธานี เวลา 09.30 น. ถึงปลายทาง นครหลวงเวียงจันทน์ เวลา 12.00 น.
- เที่ยวกลับ : ออกจากนครหลวงเวียงจันทน์ เวลา 14.00 น. เดินทางถึงท่าอากาศยานอุดรธานี เวลา 16.30 น. ถึงปลายทาง สถานีขนส่งฯ อุดรธานี แห่งที่ 1 เวลา 17.00 น.
เส้นทางนี้นับว่าเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์อย่างยิ่งสำหรับผู้ที่เดินทางมาโดยเครื่องบินลงที่สนามบินอุดรธานี แล้วต้องการเดินทางต่อเข้าไปยังนครหลวงเวียงจันทน์ทันทีโดยไม่ต้องต่อรถหลายต่อ
เส้นทางที่ 2: กรุงเทพฯ - ตะกั่วป่า - ท่าเรือทับละมุ
อีกหนึ่งเส้นทางไฮไลต์คือการให้บริการเดินรถเชื่อมต่อแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลในภาคใต้ ในเส้นทาง กรุงเทพฯ - ตะกั่วป่า - ท่าเรือทับละมุ โดยมีนายสถานีเดินรถกระบี่และรักษาการนายสถานีเดินรถภูเก็ต, นายสถานีเดินรถระนอง, นายสถานีเดินรถจุดจอดหัวหินและช่วยปฏิบัติงานสถานีเดินรถภูเก็ต พนักงาน บขส. ร่วมกับเจ้าของกิจการและพนักงาน บริษัท เช็คอิน อันดามัน จำกัด ร่วมกันเปิดให้บริการ ณ ท่าเรือทับละมุ
เส้นทางนี้ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดพังงา โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปลงเรือท่องเที่ยวที่ท่าเรือทับละมุเพื่อเดินทางต่อไปยังหมู่เกาะสิมิลันหรือเกาะสุรินทร์ได้อย่างสะดวกสบาย
รายละเอียดการให้บริการเส้นทางกรุงเทพฯ - ทับละมุ:
ประเภทรถโดยสาร : รถโดยสารปรับอากาศชั้น 1 VIP จำนวน 24 ที่นั่ง (เน้นความสะดวกสบายตลอดการเดินทาง)
ระยะทาง : 797 กิโลเมตร
อัตราค่าโดยสาร : 1,075 บาท
ตารางเวลาเดินรถ
- เที่ยวไป ออกจากสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (หมอชิต 2) เวลา 18.35 น.
- เที่ยวกลับ ออกจากท่าเรือทับละมุ เวลา 17.00 น.
ช่องทางการจองตั๋วโดยสารและติดต่อ บขส.
ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่สนใจเดินทางในเส้นทางดังกล่าว รวมถึงเส้นทางอื่น ๆ ของ บขส. สามารถสำรองที่นั่งและจองตั๋วโดยสารล่วงหน้าได้ผ่านช่องทางออนไลน์และจุดจำหน่ายตั๋วต่าง ๆ ดังนี้
ช่องทางออนไลน์
- เว็บไซต์ บขส.
- แอปพลิเคชัน : BKS E-ticket
- Facebook Page และ Line : BKS
ช่องทางจำหน่ายตั๋ว : เคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋ว บขส. ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารทั่วประเทศ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม :
- Call Center / ศูนย์ข้อมูล บขส. : โทร. 0 2936 2841 - 48
- สถานีเดินรถอุดรธานี : โทร. 08 0079 7315
- จุดจอดตะกั่วป่า : โทร. 08 0079 8461
การเปิดเส้นทาง Feeder Services ทั้ง 2 เส้นทางนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของ บขส. ในการปรับตัวและยกระดับการให้บริการขนส่งมวลชนให้ทันสมัย ครอบคลุม และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การเดินทางยุคใหม่ได้อย่างแท้จริง





