สายเที่ยวเฮ! บขส. เปิดบริการรถ Feeder 3 เส้นทางใหม่ นั่งยาวจากหมอชิตและอุดรฯ เชื่อมสนามบิน-ท่าเรือ ยิงตรงเขาค้อ เวียงจันทน์ และทับละมุ
บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กระทรวงคมนาคม ยกระดับการให้บริการขนส่งสาธารณะครั้งใหญ่ ชูนโยบายเชื่อมต่อการเดินทางระบบขนส่งสาธารณะอย่างไร้รอยต่อ (Seamless Transportation) เปิดตัวบริการ "รถโดยสารฟีดเดอร์" (Feeder) 3 เส้นทางใหม่ เชื่อมโยงสถานีขนส่ง ท่าอากาศยาน ท่าเรือ และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญระดับประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และครอบคลุมทุกจุดหมายปลายทาง
นายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยว่า การเปิดให้บริการรถโดยสาร Feeder ในครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของกระทรวงคมนาคมที่มุ่งหวังให้เกิดการเชื่อมโยงระบบคมนาคมทางถนน ทางน้ำ และทางอากาศอย่างสมบูรณ์แบบ ช่วยลดระยะเวลาและขั้นตอนในการเดินทางของนักท่องเที่ยว พร้อมทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในระดับภูมิภาคอย่างยั่งยืน
เจาะลึก รายละเอียด 3 เส้นทาง Feeder ใหม่จาก บขส.
1. เส้นทาง กรุงเทพฯ - เขาค้อ (เชื่อมต่อแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ จ.เพชรบูรณ์)
ระยะทาง 443 กิโลเมตร
อัตราค่าโดยสาร 398 บาท
ประเภทรถ รถโดยสารปรับอากาศชั้น 1 (36 ที่นั่ง)
ตารางเวลาเดินรถ (วันละ 2 เที่ยววิ่ง ไป-กลับ)
- เที่ยวไป ออกจากสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (หมอชิต 2) เวลา 09.00 น.
- เที่ยวกลับ ออกจากอำเภอเขาค้อ เวลา 20.40 น.
จุดเด่น ปัจจุบันเปิดให้บริการแล้ว โดยเป็นการขยายเส้นทางเพิ่มเติมจากเดิม (กรุงเทพฯ - หล่มสัก) ให้วิ่งยาวตรงเข้าสู่อำเภอเขาค้อ เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวเดินทางสู่แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัดเพชรบูรณ์ได้ทันทีโดยไม่ต้องต่อรถ
2. เส้นทาง อุดรธานี - ท่าอากาศยานอุดรธานี - นครหลวงเวียงจันทน์ (เชื่อมต่อคมนาคมทางอากาศสู่ สปป.ลาว)
ระยะทาง 87 กิโลเมตร
อัตราค่าโดยสาร 80 บาท
ประเภทรถ รถโดยสารปรับอากาศชั้น 2 (40 ที่นั่ง)
เริ่มเปิดให้บริการ วันที่ 9 กันยายน 2569
ตารางเวลาเดินรถ (วันละ 2 เที่ยววิ่ง ไป-กลับ)
- เที่ยวไป ออกจาก บขส. อุดรธานี แห่งที่ 1 เวลา 09.00 น. แวะรับผู้โดยสารที่ท่าอากาศยานอุดรธานี เวลา 09.30 น. ถึงนครหลวงเวียงจันทน์ เวลา 12.00 น.
- เที่ยวกลับ ออกจากนครหลวงเวียงจันทน์ เวลา 14.00 น. ถึงท่าอากาศยานอุดรธานี เวลา 16.30 น. ถึง บขส. อุดรธานี แห่งที่ 1 เวลา 17.00 น.
จุดเด่น ขยายการเดินรถจากเส้นทางเดิมเพื่อเพิ่มจุดจอดรับ-ส่ง ณ ท่าอากาศยานอุดรธานี ตอบโจทย์ผู้โดยสารที่เดินทางมาโดยเครื่องบินให้สามารถลงเครื่องแล้วต่อรถ บขส. มุ่งหน้าสู่ข้ามแดนไปยังนครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว ได้อย่างไร้รอยต่อ
3. เส้นทาง กรุงเทพฯ - ตะกั่วป่า - ท่าเรือทับละมุ (เชื่อมต่อการเดินทางทางน้ำสู่เกาะสวรรค์ จ.พังงา)
ระยะทาง 797 กิโลเมตร
อัตราค่าโดยสาร 1,075 บาท
ประเภทรถ รถโดยสารปรับอากาศชั้น 1 VIP (24 ที่นั่ง)
เริ่มเปิดให้บริการ วันที่ 9 กันยายน 2569
ตารางเวลาเดินรถ (วันละ 2 เที่ยววิ่ง ไป-กลับ)
- เที่ยวไป ออกจากสถานีขนส่งกรุงเทพฯ (หมอชิต 2) เวลา 18.35 น.
- เที่ยวกลับ ออกจากท่าเรือทับละมุ เวลา 17.00 น.
จุดเด่น ขยายเส้นทางต่อยอดจาก กรุงเทพฯ - ตะกั่วป่า - ทับละมุ เดิม ให้วิ่งตรงเข้าสู่ "ท่าเรือทับละมุ" ซึ่งเป็นประตูสู่แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลระดับโลกของจังหวัดพังงา เช่น หมู่เกาะสิมิลัน และหมู่เกาะสุรินทร์
กางแผนอนาคต บขส. เตรียมเปิดอีก 2 เส้นทางรองรับการเติบโต
นอกจากการเปิดให้บริการ 3 เส้นทางข้างต้นแล้ว บขส. ยังมีแผนงานในอนาคตที่จะขยายโครงข่ายรถโดยสารฟีดเดอร์เพิ่มเติมอีก 2 เส้นทางยุทธศาสตร์ ได้แก่
- เส้นทาง เลย - ท่าอากาศยานเลย - หลวงพระบาง เพื่อเชื่อมโยงการท่องเที่ยวระหว่างประเทศไทยและเมืองมรดกโลก สปป.ลาว
- เส้นทาง กรุงเทพฯ - ท่าอากาศยานภูเก็ต - ภูเก็ต เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางสู่นครแห่งการท่องเที่ยวชายฝั่งทะเลอันดามัน
การพัฒนาระบบขนส่งฟีดเดอร์ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ บขส. ในการยกระดับบริการขนส่งสาธารณะไทยให้มีความทันสมัย ครอบคลุมทุกมิติ และสามารถตอบสนองพฤติกรรมการเดินทางของผู้โดยสารได้อย่างแท้จริง ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยให้ประชาชนสามารถวางแผนการเดินทางได้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางเท่านั้น แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น และขับเคลื่อนระบบคมนาคมของประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน





