สทนช. เตือนไทยเตรียมรับฝนตกหนักระลอกใหม่ 8–11 ก.ย. นี้ เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง ขณะที่น้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศอยู่ที่ 68% ยังรับน้ำได้อีก
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) รายงานสรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศไทย ประจำวันที่ 6 กันยายน 2569 ชี้ภาพรวมปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศอยู่ในระดับปานกลาง ยังมีพื้นที่รองรับน้ำฝนได้อีกมาก พร้อมออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำหลากและน้ำท่วมขังอย่างใกล้ชิด หลังพบสัญญาณฝนเพิ่มขึ้นและตกหนักถึงหนักมากในหลายภูมิภาค
รายงานปริมาณฝนสูงสุดรายภาค และแนวโน้มสภาพอากาศ
จากข้อมูลการวัดปริมาณน้ำฝนสูงสุดในแต่ละภูมิภาคของประเทศไทย พบว่า จังหวัดที่มีปริมาณฝนตกสะสมสูงสุดรายภาค ได้แก่
- ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ วัดปริมาณฝนได้สูงสุด 80 มิลลิเมตร
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.สุรินทร์ วัดปริมาณฝนได้ 72 มิลลิเมตร
- ภาคตะวันออก จ.นครนายก วัดปริมาณฝนได้ 65 มิลลิเมตร
- ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร วัดปริมาณฝนได้ 48 มิลลิเมตร
- ภาคใต้ จ.ระนอง วัดปริมาณฝนได้ 43 มิลลิเมตร
- ภาคตะวันตก จ.กาญจนบุรี วัดปริมาณฝนได้ 25 มิลลิเมตร
สำหรับสภาพอากาศในวันนี้ ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะทางด้านตะวันออกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ นอกจากนี้ สทนช. ได้คาดการณ์แนวโน้มสภาพอากาศล่วงหน้าในช่วงวันที่ 8 – 11 กันยายน 2569 ประเทศไทยจะมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้น(ฝนระลอกใหม่) อย่างเห็นได้ชัด และมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ โดยพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ ภาคเหนือตอนล่าง, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง, ภาคกลาง (รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล), ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก
เจาะลึกสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำและ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา
ภาพรวมปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ ณ ปัจจุบัน อยู่ที่ 68% ของความจุเก็บกัก คิดเป็นปริมาณน้ำรวม 54,739 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยเป็นปริมาณน้ำใช้การได้จริง 54% (30,615 ล้านลูกบาศก์เมตร) ซึ่งสะท้อนว่าอ่างเก็บน้ำส่วนใหญ่ยังสามารถรองรับน้ำเพิ่มได้ในช่วงมรสุมนี้
- ภาคตะวันตก ปริมาณน้ำ 23,527 ล้าน ลบ.ม. (83%)
- ภาคใต้ ปริมาณน้ำ 4,936 ล้าน ลบ.ม. (64%)
- ภาคเหนือ ปริมาณน้ำ 17,442 ล้าน ลบ.ม. (63%)
- ภาคตะวันออก ปริมาณน้ำ 1,780 ล้าน ลบ.ม. (56%)
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปริมาณน้ำ 6,233 ล้าน ลบ.ม. (52%)
- ภาคกลาง ปริมาณน้ำ 821 ล้าน ลบ.ม. (44%)
เมื่อพิจารณาเฉพาะสถานการณ์น้ำใน 4 เขื่อนหลักของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการบริหารจัดการน้ำของพื้นที่ภาคกลาง พบว่าสถานการณ์น้ำยังอยู่ในเกณฑ์เกือบครึ่งหนึ่งของความจุ โดยมีรายละเอียดดังนี้
- เขื่อนสิริกิติ์ มีปริมาณน้ำมากที่สุด อยู่ที่ 74% (7,040 ล้าน ลบ.ม.)
- เขื่อนภูมิพล มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 58% (7,757 ล้าน ลบ.ม.)
- เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 49% (430 ล้าน ลบ.ม.)
- เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 44% (409 ล้าน ลบ.ม.)
สทนช. ประกาศเตือนภัย 24 จังหวัด เสี่ยงน้ำหลาก-น้ำท่วมขัง 6-8 ก.ย. นี้
เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและลดผลกระทบที่อาจเกิดกับประชาชน สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ได้ออกประกาศแจ้งเตือนภัย ให้ระมัดระวังและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำหลาก รวมถึงน้ำท่วมขังฉับพลัน ในช่วงวันที่ 6 - 8 กันยายน 2569 เนื่องจากจะมีร่องมรสุมพาดผ่าน ส่งผลให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากกระจายตัวในหลายจังหวัด ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยดังต่อไปนี้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด:
ภาคเหนือ 11 จังหวัด
- แม่ฮ่องสอน, ตาก, เชียงใหม่, เชียงราย, แพร่, พะเยา, น่าน, อุตรดิตถ์, พิษณุโลก, สุโขทัย และเพชรบูรณ์
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 11 จังหวัด
- ชัยภูมิ, หนองคาย, บึงกาฬ, สกลนคร, นครพนม, กาฬสินธุ์, มุกดาหาร, ยโสธร, ร้อยเอ็ด, อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี
ภาคตะวันออก 2 จังหวัด
- จันทบุรี และตราด
สทนช. ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เสี่ยงภัย เตรียมเครื่องจักรเครื่องมือ เคลียร์ช่องทางระบายน้ำ และจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังจุดเสี่ยงตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่เชิงเขาให้เตรียมรับมือกับสถานการณ์น้ำเปลี่ยนทิศทางหรือปริมาณน้ำสะสมที่อาจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว





